วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘IMF’ มอง ‘เฟด’ อยู่ในสถานะที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

‘IMF’ มอง ‘เฟด’ อยู่ในสถานะที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

‘IMF’ มอง ‘เฟด’ มีโอกาสลดดอกเบี้ยในปลายปี ท่ามกลางเงินเฟ้อสหรัฐ มิ.ย. ที่ชะลอลง ขณะเดียวกัน IMF เตือนสหรัฐมีภาวะขาดดุลการคลังสูงไป ควรควบคุมภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างความเห็น “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ที่เชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปีนี้ และควรดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวัง แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐในเดือนมิถุนายน ที่ลดลง จะส่งผลให้เกิดความคาดหวังว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นก็ตาม

จูลี่ โคซัค โฆษกของ IMF กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวประจำวันที่ว่า ภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงนี้กำลังดำเนินอยู่ในสหรัฐ โดยการแถลงการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานที่แสดงว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (U.S. Consumer Price Index) ลดลง 0.1% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี 

"เราสนับสนุนแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินแบบอิงข้อมูล และรอบคอบของเฟด เราคาดหวังว่า เฟดจะอยู่ในสถานะที่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปีนี้ และการประเมินนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง" โคซัค แถลง

โคซัค ยังได้กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการเติบโตที่ "แข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง" และมีการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางจำนวนมากเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และเซมิคอนดักเตอร์ จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม โคซัคยังคงย้ำถึงคำแนะนำนโยบายประจำปีล่าสุดของ IMF ที่ให้สหรัฐควบคุมภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นข้อแนะนำที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

โฆษกของ IMF กล่าวว่า "ขณะนี้ ภาวะขาดดุลการคลังของสหรัฐ สูงเกินไป ถึงแม้เศรษฐกิจจะแข็งแกร่ง แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะดำเนินการเพื่อลดอัตราส่วนหนี้ต่อ GDP ลงอย่างเด็ดขาด ซึ่งจะต้องใช้มาตรการทางการคลังที่หลากหลาย"

ทั้งนี้ IMF ประมาณการว่า ภาระการชำระดอกเบี้ยสุทธิของรัฐบาลสหรัฐต่อหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ 3.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีงบประมาณ 2564 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน โดยเพิ่มขึ้นจาก 2.4% ในปีงบประมาณ 2563 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น โคซัค กล่าวอีกว่า อัตราส่วนนี้จะยังคงอยู่ในระดับสูงแม้ในช่วงระยะกลาง เพราะสาเหตุมาจากภาวะขาดดุล และระดับหนี้สินที่เพิ่มขึ้น

อ้างอิง: reuters

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์