background-default

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม 2569

Login
Login

พบ ‘สารเคมีตลอดกาล’ ในผลิตภัณฑ์ธัญพืชทั่วยุโรป ‘ซีเรียล’ นำโด่งสูงกว่าน้ำประปา 100 เท่า

พบ ‘สารเคมีตลอดกาล’ ในผลิตภัณฑ์ธัญพืชทั่วยุโรป ‘ซีเรียล’ นำโด่งสูงกว่าน้ำประปา 100 เท่า

นักวิจัยค้นพบ “กรดไตรฟลูออโรอะซิติก” (TFA)  สารเคมีที่เกิดขึ้นเมื่อสารกำจัดศัตรูพืชที่มี “สารเคมีตลอดกาล” หรือ “PFAS” ในอาหารที่ซื้อทั่วยุโรป โดย “ซีเรียล” ธัญพืชจากไอร์แลนด์เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรงที่สุด

TFA เป็นหนึ่งในสารเคมีตลอดกาล เนื่องจากสารเหล่านี้แทบจะไม่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ พวกมันคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานาน สะสมในห่วงโซ่อาหารและน้ำ โดยในปัจจุบันเริ่มพบข้อมูลว่า TFA ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น 

หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปกำลังดำเนินการเสนอให้จัดประเภท TFA อย่างเป็นทางการว่าเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ ซึ่งจะนำไปสู่การควบคุมสารกำจัดศัตรูพืชและสารเคมีอื่น ๆ ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น แต่ยังไม่มีหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารเข้ามาตรวจสอบ TFA ในอาหารมาก่อน

ดังนั้น Pesticide Action Network (PAN) องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม จึงทำการทดสอบผลิตภัณฑ์จากธัญพืช เช่น ขนมปังและพาสต้า ทั้งหมด 65 รายการ ใน 16 ประเทศในยุโรป เพื่อหากรดไตรฟลูออโรอะซิติก (TFA) ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร 

ผลวิจับพบ TFA ใน 53 ตัวอย่าง หรือคิดเป็น 81.5% โดยผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลีมีการปนเปื้อนมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธัญพืชอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าข้าวสาลีสามารถดูดซับและสะสมสารเคมีอันตรายมากกว่าพืชชนิดอื่น

ซีเรียลอาหารเช้าของไอร์แลนด์มีระดับ TFA สูงสุด รองลงมาคือขนมปังโฮลวีตเบลเยียม ขนมปังโฮลวีตเยอรมัน และบาแกตต์ฝรั่งเศส พบในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่สปาเก็ตตี สโคนชีส และขนมปังขิง แต่กลับไม่พบสาร TFA ในข้าวโอ๊ตบดที่นำมาทดสอบ

นักวิจัยสรุปว่าอาหารน่าจะเป็นแหล่งสำคัญที่ทำให้มนุษย์ได้รับสารเคมีอันตราย มากกว่าน้ำเสียเสียอีก และจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากยังไม่เลิกใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่มี PFAS องค์กรยังเรียกร้องให้หน่วยงานสหภาพยุโรปเริ่มตรวจสอบ TFA ในอาหารและน้ำ และกำหนดขีดจำกัดความปลอดภัยที่เข้มงวดสำหรับระดับ TFA ที่ยอมรับได้ในอาหาร

“ทุกคนสัมผัสกับ TFA ผ่านหลายช่องทาง รวมถึงอาหารและน้ำดื่ม ผลการวิจัยของเราเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการห้ามใช้สารกำจัดศัตรูพืช Pfas โดยทันที เพื่อหยุดยั้งการปนเปื้อนเพิ่มเติมในห่วงโซ่อาหาร” ซาโลเม รอยเนล เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายของ PAN Europe กล่าว

แองเจลิกิ ไลซิมาชู หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และนโยบายของ PAN Europe กล่าวว่า “ตัวอย่างทั้งหมดมีปริมาณสารตกค้างเกินขีดจำกัดสูงสุดที่กำหนดไว้ เราไม่สามารถให้เด็กสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ได้ เรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยทันที”

ยาฆ่าแมลงจำเป็นต้องใช้ PFAS เนื่องจากช่วยเพิ่มความสามารถของยาฆ่าแมลงให้จำเพาะเจาะจง ออกฤทธิ์เร็วขึ้น และออกฤทธิ์ตกค้างต่อสิ่งมีชีวิตเป้าหมายได้ยาวนานขึ้น แต่ก็แลกมากับปัญหาสุขภาพ

สำนักงานสารเคมีแห่งยุโรปเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากสาร TFA โดยพบว่า สารเหล่านี้ทำให้พัฒนาการของทารกในครรภ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นไปอย่างล่าช้า ตลอดจนทำให้ดวงตาและโครงกระดูกกระต่ายผิดปรกติ รวมไปถึงทำให้ตับและไตของหนูบกพร่องอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม CropLife กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ในอุตสาหกรรมยาฆ่าแมลงของยุโรป กล่าวตอบโต้ว่า การประเมินความเสี่ยงที่มีอยู่จนถึงปัจจุบันบ่งชี้ว่า “ไม่พบความกังวลด้านพิษวิทยาจากสาร TFA ในสิ่งแวดล้อมภายใต้สภาวะการสัมผัสที่เป็นจริง” พร้อมโต้แย้งว่า สารกำจัดศัตรูพืชที่ก่อให้เกิดสาร TFA นั้นอยู่ภายใต้ “การประเมินและการควบคุมอย่างละเอียด” ตามกฎของสหภาพยุโรปอยู่แล้ว


ที่มา: Le MondeThe GuardianThe Journal