บริษัท นาโน ออเนียนส์ จำกัด ผลิตนวัตกรรมรักษ์โลก “หลอดจากสาหร่ายผักกาดทะเล” ช่วยสัตว์ทะเล ช่วยสังคมอย่างยั่งยืน
สดาวุธ การะเกต ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท นาโน ออเนียนส์ จำกัด สตาร์ตอัปผู้ผลิตหลอดจากสาหร่ายผักกาดทะเล ขึ้นพูดในวงเสวนาหัวข้อ “การประกอบการทางสังคมเพื่อความยั่งยืน” บนเวที กรุงเทพธุรกิจ Sustainability Forum 2026 Shift Forward: Overcoming Challenges เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์
บริษัท นาโน ออเนียนส์ จำกัด เป็นสตาร์ตอัปที่เข้ารอบสุดท้ายในรายการ “Win Win WAR Thailand สุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน” รายการเฟ้นหา และผลักดันสตาร์ตอัปที่มุ่งเน้นการสร้างธุรกิจที่ดีต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ธุรกิจของเขาถูกมองว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยี โดยนวัตกรรมของบริษัท คือ “หลอดจากสาหร่ายผักกาดทะเล”
บริษัทอาศัยเทคโนโลยีนาโนในการสกัดสาหร่ายผักกาดทะเล สาหร่ายชนิดนี้สามารถปลูกได้ในประเทศไทย และมีขึ้นเองตามธรรมชาติ สารสกัดจากสาหร่ายถูกนำมาแปรรูปเป็นวัสดุชีวภาพเม็ดเรซินคล้ายเม็ดพลาสติก จากนั้นนำไปขึ้นรูปด้วยการรีดหรือเป่าออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ
หลอดจากสาหร่าย เป็นผลิตภัณฑ์เริ่มต้นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ให้คนรู้จักวัสดุที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้น ก่อนที่จะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่พลาสติกทั่วไปสามารถขึ้นรูปได้ทั้งหมดในอนาคต
แม้หลอดชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้มีประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับพลาสติกมากที่สุด แต่ผลิตภัณฑ์นี้สามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพราะสามารถย่อยสลายที่รวดเร็ว โดยการย่อยสลายจะเริ่มขึ้นภายในไม่เกินหนึ่งเดือนเมื่อถูกฝังกลบหรือทิ้งตามปกติ และจะย่อยสลายหมดจดโดยไม่เหลือไมโครพลาสติกภายใน 6 เดือน
หากนำไปใส่เครื่องย่อยสลายแบบทั่วไป จะสามารถย่อยสลายหมดไปได้ในเวลาไม่เกิน 6 ชั่วโมง ขณะเดียวกันหากหลุดรอดจากระบบการจัดการขยะลงสู่ทะเล ก็จะสามารถย่อยสลายในน้ำทะเลได้ภายใน 6 เดือนโดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ทำการทดสอบกับปลาม้าลายก็พบว่า หลอดชนิดนี้ไม่ทำอันตรายต่อสัตว์
“เราไม่แนะนำให้เอาหลอดไปให้สัตว์กิน ถึงจะไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ แต่มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กิน มันถูกออกแบบมาย่อยสลาย”
ในมิติทางสังคม บริษัท นาโน ออเนียนส์ ได้เข้าไปลงทุนกับวิสาหกิจชุมชน ในการเปิดฟาร์มเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลในระบบปิด ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับชาวบ้านเพื่อปรับปรุงมาตรฐานการเพาะเลี้ยง โดยเริ่มต้นที่วิสาหกิจแห่งหนึ่งในอำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี และมีแผนที่จะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น กระบี่
“ก้าวต่อไปเราอยากจะให้ผลิตภัณฑ์ของเราแทนที่พลาสติกใช้ครั้งเดียวในอุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่มที่เป็นวัสดุชีวภาพที่มาจากสาหร่ายผักกาดทะเล”
การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนให้กับบริษัทเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการเพาะเลี้ยงสาหร่าย ซึ่งเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่สามารถนำไปแปรรูปในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น เครื่องสำอาง หรือเทคโนโลยีชีวภาพ
ทั้งนี้ สดาวุธตอกย้ำว่าการทำธุรกิจต้องคำนึงถึง ผู้คน โลก และกำไรให้สมดุลกันไปพร้อมๆ กัน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





