นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภาพรวม สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เช้าวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ว่า ข้อมูลจาก GISTDA เวลา 06.00 น. ระบุว่า คุณภาพอากาศหลายพื้นที่ทั่วประเทศเข้าสู่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพบ 10 จังหวัด อยู่ในระดับสีแดง และอีก 26 จังหวัดอยู่ในระดับสีส้ม
โดยเฉพาะ ในพื้นที่ กทม. น่าห่วง พบ 49 เขตค่าฝุ่นสูง (สีแดง–ส้ม) มีหลายพื้นที่ เช่น หนองแขม บางบอน บางแค ทวีวัฒนา บางขุนเทียน ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน จอมทอง บางกอกใหญ่ ธนบุรี ห้วยขวาง ราษฎร์บูรณะ บางพลัด พระนคร ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่า ฝุ่น PM2.5 จะยังอยู่ในระดับสูงในหลายเขตเมือง เนื่องจากอากาศนิ่งและการระบายอากาศต่ำ
สำหรับมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลนั้น สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีคำสั่งมาตรการ Kick Off “90 วัน อันตราย ลดฝุ่นควัน” ตรวจจับ–ปรับ–คุมเข้มรถควันดำ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พลตำรวจโท อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายสุชาติ ชมกลิ่น) ลงพื้นที่ตรวจปฏิบัติการ “ตรวจควันดำ” ณ ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรุงเทพมหานคร, กรมการขนส่งทางบก และกองบังคับการตำรวจจราจร
ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ต้องคุมเข้ม เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็น “เขตควบคุมมลพิษ” อีกทั้งยังมีจำนวนรถดีเซลมากกว่า 3 ล้านคัน ซึ่งเป็นสัดส่วนต้นเหตุ PM2.5 ถึง 57% ประกอบกับเดือน พ.ย.-มี.ค. สภาพอากาศนิ่ง จึงระบายมลพิษได้ช้า
ดังนั้น รัฐบาลจึงเร่งปรับลดค่ามาตรฐานควันดำใหม่จาก 30% ให้ลดเหลือไม่เกิน 20% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2568 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนปฏิบัติการ “90 วันอันตราย” (1 ธ.ค. 2568 – 28 ก.พ. 2569) นั้น จะตั้งจุดตรวจริมถนนในกรุงเทพฯ วันละ 14 ชุด พร้อมชุดตรวจของกรมการขนส่งฯ ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล วันละ 16 ชุด
ส่วนต่างจังหวัดจะดำเนินการตรวจเข้มในเมืองหลัก โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับขนส่งจังหวัด-ตำรวจ-ท้องถิ่น
นอกจากนี้ รถควันดำ สั่งห้ามใช้ทันที และต้องแก้ไขภายใน 15 วัน (จากเดิม 30 วัน) หากฝ่าฝืนคำสั่ง มีโทษปรับตามกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.รถยนต์ และ พ.ร.บ.ขนส่งฯ
ทั้งนี้ ตัวเลขการตรวจจับ (1 ต.ค. - 30 พ.ย. 2568) รวมตรวจทั่วประเทศ 85,731 คัน เฉพาะในกรุงเทพฯ 62,763 คัน รถตาม พ.ร.บ.ขนส่งฯ 29,117 คัน และรถตาม พ.ร.บ.รถยนต์ 33,646 คัน โดยพบควันดำเกินมาตรฐาน 656 คัน และสั่งแก้ไขสำเร็จแล้ว 291 คัน (44%)
ขณะเดียวกัน ได้ออกมาตรการช่วยประชาชน “โปรสู้ฝุ่น ลด PM2.5” โดยกรมควบคุมมลพิษ สภาอุตสาหกรรม และเอกชน ร่วมเปิดบริการ การตรวจเช็กเครื่องยนต์ฟรีกว่า 55 รายการ อีกทั้งยังมีส่วนลดค่าน้ำมันเครื่อง-ค่าอะไหล่-ค่าแรง สูงสุด 50%
หากลงทะเบียน Green List Plus กับ กทม. จะได้สิทธิประโยชน์เพิ่ม เช่น จอดรถฟรีในห้าง (Central, The Mall, Lotus) และรับคูปองค่าโดยสาร BTS และส่วนลดซื้อ พ.ร.บ. หรือประกันภัย ผ่าน AIS
นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รองนายกฯ สุชาติ ยังขอความร่วมมือประชาชน ร่วมกัน “ตรวจรถ-ดูแลเครื่องยนต์-ไม่ปล่อยควันดำ” เพื่อร่วมลดฝุ่น PM2.5 ในช่วงฤดูเสี่ยงนี้
อีกทั้ง ยังย้ำเตือน ในช่วงนี้ให้ประชาชนสวมหน้ากากทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง พร้อมห่วงใยสุขภาพผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ต้องระวังเป็นพิเศษ หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์





