วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

นีโอ เร่งสปีดผลิตสินค้าไม่ทำร้ายโลก ตอบโจทย์ FMCG แข่งเดือดด้านความยั่งยืน

นีโอ เร่งสปีดผลิตสินค้าไม่ทำร้ายโลก ตอบโจทย์ FMCG แข่งเดือดด้านความยั่งยืน

ท่ามกลางแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมที่ถาโถมสู่ อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่หมุนเวียนเร็ว (Fast-Moving Consumer Goods: FMCG) ทั้งรอยเท้าคาร์บอนจากการผลิต ปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มสูง และความคาดหวังจากผู้บริโภคยุคใหม่

บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เดินหน้าประกาศโรดแมปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ปี 2593 ในงาน “sustainNEOvation: A Journey From Core to Care” โชว์เคสนวัตกรรมความยั่งยืนแห่งปี สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนที่อุตสาหกรรมต้องเปลี่ยนผ่านอย่างจริงจัง พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่ต่อยอดมากว่า 10 ปีภายใต้แนวคิด “Innovation from Core to Care” ที่ยึดหลัก ทำจริง–ทำต่อเนื่อง–ทำครบทุกความใส่ใจ เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของ FMCG ไทย

“กัสมา ธรฤทธิ์” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบรรจุภัณฑ์และพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นีโอต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนพันธกิจของประเทศไทยที่มุ่งสู่ Net Zero Pathway ภายในปี 2050 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ไืทยปรับใหม่

กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของนีโอถูกฝังอยู่ใน DNA ขององค์กร คือเรื่องของ Passion (ความมุ่งมั่น) และ Innovation (นวัตกรรม) โดยต้องกำหนดเป้าหมายที่มีตัวชี้วัดที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง Science Based Target องค์กรดำเนินการตรวจสอบและทำเรื่องของคาร์บอนทุกปี และได้รับการรับรองจาก ISO และ BSI เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลมีความถูกต้อง

นีโอ เร่งสปีดผลิตสินค้าไม่ทำร้ายโลก ตอบโจทย์ FMCG แข่งเดือดด้านความยั่งยืน

สำหรับงาน “A Journey to Net Zero Emissions” สะท้อนความก้าวหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero พร้อมผลงานเด่น ผ่านการจัดแสดง 6 โซน ได้แก่

  • sustainNEOvation นำเสนอเทคโนโลยีรักษ์โลก เช่น Biodegradable, Cold Process และการออกแบบเพื่อรีไซเคิล
  • Sustainable Packaging ชูบรรจุภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น rHDPE และดีไซน์ลดใช้เม็ดพลาสติก
  • Realive เปลี่ยนของเสียเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่คุณค่ามากขึ้น พร้อมสร้างอาชีพชุมชน
  • Formulation โชว์นวัตกรรมสูตรผลิตภัณฑ์และระบบน้ำหมุนเวียน 100% จนบรรลุ ZERO Water Discharge
  • Net Zero Roadmap Zone อัปเดทเส้นทางลดก๊าซเรือนกระจกด้วยเป้าหมายและความสำเร็จล่าสุด
  • NEO CARE, NEO HOME เชิญชวนผู้บริโภคมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านการเลือกผลิตภัณฑ์ที่แคร์โลก

Core – ต้นน้ำ จุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน

“กัสมา” กล่าวว่า เมื่อพูดถึงความยั่งยืน ทุกอย่างต้องเริ่มจาก “ต้นน้ำ” เพราะถ้าเริ่มต้นผิดตั้งแต่ขั้นแรก ผลิตภัณฑ์ปลายทางก็จะไม่มีวันที่สมบูรณ์แบบได้ นี่คือเหตุผลที่นีโอให้ความสำคัญกับการพัฒนาตั้งแต่แก่นของกระบวนการผลิต

“ธุรกิจของเรามีผลิตภัณฑ์ซักล้างและของเหลวจำนวนมาก น้ำจึงเป็นทรัพยากรที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เราจึงพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยทั้งผู้บริโภคและโรงงานประหยัดน้ำ ประหยัดพลังงานไปพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น ปล่อยน้ำเสียจากโรงงานเป็นศูนย์ ลดการใช้พลังงานด้วยการเปลี่ยนมาใช้กระบวนการ Cold Process ที่ไม่ต้องใช้ความร้อนสูง ทำให้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนใน Scope 1 ได้อย่างชัดเจน"

นอกจากนั้นบริษัทยังผลิตน้ำยาซักผ้าสูตร Quick Rinse ที่ช่วยลดน้ำล้างออกได้ถึง 3 เท่า และผลิตภัณฑ์ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งอากาศและน้ำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ซักล้างที่ใช้เทคโนโลยี Encapsulation โดยบริษัทเลือกโพลิเมอร์ที่ ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เพื่อไม่ให้กลายเป็นไมโครพลาสติกปนเปื้อนในแม่น้ำลำคลอง แม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทะเลก็ถูกออกแบบให้เป็นมิตร เช่น ครีมกันแดดที่ ไม่ทำลายปะการัง เมื่อลงสู่ทะเล

ทั้งหมดนี้คือการทำงานตั้งแต่ “ต้นน้ำ” เพื่อให้เราลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน ทั้ง Scope 1, Scope 3 รวมถึงการใช้เชื้อเพลิงอย่างน้ำมันเตาที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบมากขึ้น

Care – ปลายน้ำ สงเสริมสังคมยั่งยืน

“กัสมา” บอกว่า สิ่งที่เห็นชัดมากคือคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนจริงจังขึ้นเรื่อยๆ นีโอต้องการสื่อสารว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่อง “โลกสวย” แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน และการมีส่วนร่วมก็เริ่มได้ง่ายๆ แค่เลือกใช้สินค้าที่คิดมาเพื่อโลกในชีวิตประจำวัน

ในมิติของสังคม นีโอได้พัฒนา “ศูนย์ Care ความสุข” บนพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณคลอง 14 ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน อาคารหลักของศูนย์นี้ถูกสร้างเป็นอาคารคาร์บอนต่ำด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ลดขยะก่อสร้างประมาณ 80% และใช้วัสดุเหลือใช้ถึง 7% เพื่อเป็นตัวอย่างการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ภายในพื้นที่ยังมี “Waste Hub” ซึ่งเป็นบ้านสำหรับจัดการขยะและใช้สอนให้ชุมชนเข้าใจการคัดแยกอย่างถูกวิธี นีโอทำงานร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ ช่วยสอนการคัดแยก และเริ่มเก็บขวดพลาสติกที่แยกแล้วส่งกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล

พื้นที่โรงงานส่วนที่ไม่ได้ใช้งานถูกปรับให้เป็นพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ มีการเลี้ยงผึ้งชันโรงเพื่อกระจายน้ำผึ้งให้โรงเรียนและวัด รวมถึงมีแผนทำ “โคก หนอง นา” ขนาดเล็ก เพื่อเป็นแปลงทดลองด้านเกษตรให้ชุมชนรอบโรงงาน

ด้านการสร้างอาชีพ นีโอทำงานกับชุมชนกว่า 300 คน เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรและธุรกิจยั่งยืนมาให้ความรู้ พร้อมช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ Upcycling เช่น กระเป๋า และยังจัดโครงการ Upcycling Design Contest เปิดโอกาสให้นักศึกษาทั่วประเทศส่งไอเดียเข้าประกวดมากกว่า 150 ไอเดีย พร้อมสนับสนุนเงินทุน อุปกรณ์ และวัตถุดิบให้ต่อยอดได้จริง รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์และสตาร์ทอัพที่อยากร่วมพัฒนาผลงานจากวัสดุเหลือใช้

ทั้งหมดนี้คือภาพของ “ปลายน้ำ” ที่เชื่อมผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ผ่านการลงมือทำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อให้ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ง่ายและเกิดผลลัพธ์จริงในพื้นที่รอบโรงงานและสังคมโดยรวม