วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

แม่ฟ้าหลวงฯ หนุนชุมชนดูแลป่า สร้างคาร์บอนเครดิต ต้นไม้สมบูรณ์–คนมีรายได้

แม่ฟ้าหลวงฯ หนุนชุมชนดูแลป่า สร้างคาร์บอนเครดิต ต้นไม้สมบูรณ์–คนมีรายได้

หลังจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งมอบคาร์บอนเครดิตระยะที่ 1 จำนวน 43,123 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งถือเป็นปริมาณคาร์บอนเครดิตจากการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าที่มากที่สุดที่เคยมีในประเทศไทย ให้กับองค์กรเอกชน 7 แห่ง ภายใต้โครงการ “คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ” ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2564

ล่าสุด ได้ลงพื้นที่ฟังเสียงเครือข่ายป่าชุมชนในภาคเหนือ เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของการดูแลป่าแบบมีส่วนร่วม ซึ่งตลอดกว่า 5 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ขยายการดูแลป่าชุมชนกว่า 300 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 287,000 ไร่ ลดความเสียหายจากไฟป่าในพื้นที่รุ่นแรกได้มากกว่า 20% และสร้างรายได้เข้าสู่ “กองทุนชุมชน” รวมกว่า 157 ล้านบาท

“สมิทธิ หาเรือนพืชน์” หัวหน้าฝ่าย Nature-based Solutions และโครงการพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินว่า มีการจัดกลุ่มงานออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่

  • ด้านที่ 1 คือ โครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งครอบคลุมการแก้ไขปัญหาความยากจน คุณภาพชีวิต การศึกษา และการคุ้มครองป่า
  • ด้านที่ 2 คือ แบรนด์ธุรกิจเพื่อสังคมดอยตุง
  • ด้านที่ 3 และ 4 เป็นสิ่งที่ริเริ่มใหม่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยด้านที่ 3 คือ Nature-based Solutions ดูแลเรื่องคาร์บอนเครดิตและความหลากหลายทางชีวภาพ
  • และด้านที่ 4 คือ การเป็นที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน (ESG) เพื่อนำองค์ความรู้ที่สั่งสมมาถ่ายทอดให้กับภาคเอกชน

แม่ฟ้าหลวงฯ หนุนชุมชนดูแลป่า สร้างคาร์บอนเครดิต ต้นไม้สมบูรณ์–คนมีรายได้

คาร์บอนเครดิต การเงินสู่ชุมชน

“สมิทธิ” กล่าวต่อว่า มูลนิธิฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพของป่าชุมชนทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 7 ล้านไร่ และมีประชาชนดูแลอยู่กว่า 4.5 ล้านคน จึงสร้างกลไกที่ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการดูแลป่าอย่างยั่งยืน โดยทำหน้าที่เป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างชุมชน ภาครัฐ (เช่น กรมป่าไม้) และภาคเอกชนที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero ชัดเจน ซึ่งการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ในโครงการนี้ใช้งบประมาณรวมกว่า 500 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

“เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 ภายใต้มาตรฐาน TVER ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โครงการเริ่มจากโมเดล ปลูกป่า ปลูกคน ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ แล้วขยายสู่ป่าชุมชนทั่วประเทศ ปัจจุบันครอบคลุมกว่า 287,000 ไร่ ดูแลโดยชุมชนกว่า 300 ชุมชน ใน 12 จังหวัด ภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 150,000 คน และได้รับแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจมากกว่า 30 องค์กร”

แม่ฟ้าหลวงฯ หนุนชุมชนดูแลป่า สร้างคาร์บอนเครดิต ต้นไม้สมบูรณ์–คนมีรายได้

สร้างความเชื่อมั่นให้เอกชน

เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มูลนิธิฯ ได้มีการการันตีปริมาณคาร์บอนเครดิตขั้นต่ำให้กับเอกชน โดยใช้คาร์บอนที่สะสมไว้ที่ดอยตุง ประมาณ 400,000 ตัน ที่เริ่มทำตั้งแต่ปี 2560 เป็นหลักประกัน

ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาดสมัครใจขึ้นอยู่กับปีที่สร้างคาร์บอนเครดิต คุณภาพข้อมูล และคู่สัญญา โดยทั่วไปราคาอยู่ราวพันกว่าบาทต่อตัน CO₂e เช่น ประมาณ 2,000 บาทต่อตัน เมื่อขายได้ เงินจะกลับเข้าสู่กองทุนชุมชนเพื่อจ้างงานดูแลป่าและสร้างอาชีพ ทำให้เกิดวงจรการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนในพื้นที่

แม่ฟ้าหลวงฯ หนุนชุมชนดูแลป่า สร้างคาร์บอนเครดิต ต้นไม้สมบูรณ์–คนมีรายได้

ชุมชนมีรายได้-ป่าก็แข็งแรง

“สมิทธิ” บอกว่า ในระยะแรก (ปีที่ 1, 2 และ 3) ชุมชนที่ดูแลป่าจะได้รับเงินเพื่อนำไปใช้ 2 ส่วนตั้งแต่ปีแรก คือ 1) กองทุนดูแลป่า และ 2) กองทุนพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีเงินหมุนเวียนในกองทุนแล้วกว่า 157 ล้านบาท ทั้งนี้ การใช้จ่ายเงินทุกอย่างต้องผ่านการลงประชาคมของชุมชน 70%

ตัวอย่างเช่น ต.เชียงดาว ซึ่งมีพื้นที่วางแปลงประมาณ 7,000 ไร่ ได้รับเงินจัดสรรไปแล้วกว่า 2.1 ล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตัวชี้วัดเชิงพื้นที่ยืนยันผลลัพธ์จริงพื้นที่เสียหายจากไฟป่าของพื้นที่โครงการระยะที่ 1–2 ลดจากค่าเฉลี่ย 12% เหลือ 4% (ปี 2567) ส่วนระยะที่ 3 ลดจาก 8% เหลือ 3% สะท้อนประสิทธิภาพการดูแลป่าอย่างต่อเนื่องทั้งฤดูไฟและนอกฤดูไฟ

เป้าหมายการขยายผล

มูลนิธิฯ ตั้งเป้าขยายพื้นที่ป่าชุมชนที่เข้าร่วมให้ครบ 1 ล้านไร่ ภายในปี 2573 คาดว่าในพื้นที่ 1 ล้านไร่นี้จะมีชาวบ้านได้รับประโยชน์ประมาณ 5-7 แสนคน การคัดเลือกชุมชนจะประเมินจากความพร้อมและความเข้มแข็งของคณะกรรมการชุมชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและคนรุ่นใหม และโอกาสในการสูญเสียพื้นที่ป่าในจังหวัดนั้น ๆ

ในอนาคตอันใกล้ มูลนิธิฯ จะมุ่งเน้นไปที่การอนุรักษ์ฟื้นฟู ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งได้เก็บข้อมูลที่ดอยตุงมานานกว่า 15 ปีแล้ว และกำลังสร้างระบบการวัดเพื่อเป็นต้นแบบให้กับประเทศ นอกจากนี้ ยังมีแผนเริ่มโครงการป่าชายเลนเป็นโครงการแรก ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูลคาร์บอนในดินด้วย คาดว่าตัวเลขคาร์บอนป่าชายเลนชุดแรกของประเทศ ขนาด 2,000 ไร่ จะสามารถเปิดเผยได้ในปีหน้า

แม่ฟ้าหลวงฯ หนุนชุมชนดูแลป่า สร้างคาร์บอนเครดิต ต้นไม้สมบูรณ์–คนมีรายได้

ถอดบทเรียน 3 ชุมชนภาคเหนือ

ชุมชนบ้านหัวทุ่ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวอย่างความสำเร็จของโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยแม่หลวง “ศิริวรรณ ศรีเงิน” ประธานป่าชุมชนบ้านหัวทุ่ง กล่าวว่า ชุมชนดูแลป่าชุมชนกว่า 883 ไร่ และสร้างระบบดูแลป่าอย่างเข้มแข็ง เช่น ตั้งกติกาเวรยามลาดตระเวนและทำแนวกันไฟ จนป่าฟื้นตัว ลดไฟป่าอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยรักษาน้ำต้นน้ำลุ่มน้ำปิง

รายได้ของชุมชนมาจากการดูแลป่าและต่อยอดภูมิปัญญา เช่น การแปรรูปเศษไม้ไผ่เป็นถ่านและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส พร้อมขยายผลสู่ชุมชนข้างเคียง สร้างอาชีพหลากหลายและส่งเสริมความภาคภูมิใจในบทบาทผู้พิทักษ์ต้นน้ำ

ด้านสิ่งแวดล้อม การป้องกันไฟป่าช่วยลดมลพิษและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงระบบนิเวศต้นน้ำที่สำคัญ ช่วยให้เศรษฐกิจที่พึ่งพาน้ำมั่นคงต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชากรปลายน้ำทั่วประเทศ

“ชุมชนบ้านต้นผึ้ง” ต.แม่โป่ง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จ พ่อหลวง “วิชัย เป็งเรือน” ประธานป่าชุมชน กล่าวว่า พื้นที่เสียหายจากไฟป่าในโครงการระยะที่ 1 และ 2 ลดลงจากค่าเฉลี่ยเดิม 22% เหลือเพียง 0.86% ในปี 2567ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังในชุมชน

ชุมชนยังสามารถบริหารเงินสนับสนุนด้วยตนเอง พัฒนาอาชีพหลากหลาย เช่น เก็บใบตองตึงมาทำจานใบไม้ ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก นำเศษเชื้อเพลิงจากป่ามาทำปุ๋ยอินทรีย์ และสร้างตลาดชุมชน ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการคาร์บอนเครดิตที่มีผู้มาศึกษาดูงานกว่า 2,000-3,000 คนต่อปี กลายเป็นรายได้เสริมอีกช่องทาง

นอกจากนั้น “ชุมชนบ้านห้วยเป้า” ต.ทุ่งข้าวพวง พ่อหลวง “เติง ขัดหลง” ประธานป่าชุมชน กล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการ ชาวบ้านต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าไปดับไฟป่าด้วยตนเอง ใช้เงินส่วนตัวซื้อข้าวและอาหาร แต่หลังเข้าร่วมโครงการ ชุมชนสามารถจัดตั้งทีมดับไฟ 5 ทีมดูแลพื้นที่รับผิดชอบชัดเจน ผลลัพธ์คือจำนวน hotspot ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และบ้านห้วยเป้าได้รับรางวัล “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญที่เข้มงวด ต้องมี Hotspot ไม่เกิน 5 จุดต่อปี

แม่ฟ้าหลวงฯ หนุนชุมชนดูแลป่า สร้างคาร์บอนเครดิต ต้นไม้สมบูรณ์–คนมีรายได้