วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

COP30 กลุ่ม G77+จีน โวย 3 แสนล้านเหรียญ ไม่พอชาติกำลังพัฒนา แตะเส้นตาย 1.5 องศา

COP30 กลุ่ม G77+จีน โวย 3 แสนล้านเหรียญ ไม่พอชาติกำลังพัฒนา แตะเส้นตาย 1.5 องศา

'กรุงเทพธุรกิจ' เกาะติดสถานการณ์การประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 30 (COP30) ในภาคของงาน “Belém Climate Summit” การประชุมสุดยอดผู้นำโลก กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาโวย 3 แสนล้านดอลลาร์ ไม่พอแก้วิกฤติโลกร้อน ฟิลิปปินส์พังหนัก หลังพายุถล่มซ้ำ ซัดโลกกำลังเดินผิดทาง ใกล้แตะเส้นตาย 1.5 องศาอย่างอันตราย อินเดีย-จีนจวกมาตรการฝ่ายเดียวทำลายประเทศยากจน เรียกร้องเร่งเงินทุนมหาศาล-เปลี่ยนผ่านพลังงานด่วน ก่อนโลกแตกสลาย

G77+China เร่งเพิ่มเงินทุนโลกร้อน

ผู้แทนอิรัก ได้กล่าวแถลงการณ์ในนามของกลุ่มจี 77 บวกจีน โดยเรียกร้องให้เร่งเพิ่มเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง (Climate Finance) ให้เป็นไปตามหลักการและเจตนารมณ์ของอนุสัญญา UNFCCC และความตกลงปารีส ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศในระดับโลก

กลุ่มให้การสนับสนุนต่อการมีมติว่าด้วยเป้าหมายเชิงปริมาณร่วมใหม่ (New Collective Quantified Goal: NCQG) ที่ได้จากการประชุม COP29 แต่ว่าเป้าหมายเงินทุนจำนวน 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นั้น ยังห่างไกลจากความเพียงพอ ต่อความต้องการของประเทศกำลังพัฒนาในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นธรรม

“พวกเราเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้วต้องเร่งเพิ่มจำนวนเงิน และเพิ่มความเร่งด่วนของการจัดหาเงินทุน พร้อมพัฒนากลไกการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อวิกฤตได้ในระดับความเร็วและขนาดที่โลกต้องการ นอกจากนี้ ขอให้หน่วยงานปฏิบัติการของกลไกทางการเงิน และกองทุนที่เกี่ยวข้อง เพิ่มปริมาณการสนับสนุนทางการเงินอย่างน้อย 3 เท่า ภายในปี 2030”

สุดท้าย กลุ่มจี 77 บวกจีน ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” (Just Transition) ซึ่งต้องสะท้อนถึงความเป็นจริงด้านการพัฒนา และสิทธิของประเทศกำลังพัฒนาในการกำหนดเส้นทางอนาคตของตนเอง

BASIC+LMDC ไม่ต้องการมาตรการฝ่ายเดียว

ผู้แทนจากอินเดียได้พูดแทนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา BASIC และกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดคล้ายกัน (LMDC) ว่าทั้งสองกลุ่มนี้มีประชากรรวมกันกว่าครึ่งโลก และอยากให้มีการพูดคุยเรื่องมาตรการฝ่ายเดียวที่จำกัดการค้าและเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะมาตรการพวกนี้กลายเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับประเทศกำลังพัฒนา และอาจทำลายระบบความร่วมมือระหว่างประเทศได้

ตัวแทนกลุ่มยังได้เสนอให้มีการพูดคุยในวาระการประชุมเกี่ยวกับมาตรา 9.1 ของข้อตกลงปารีส ซึ่งพูดถึงหน้าที่ของประเทศพัฒนาแล้วที่ต้องจัดหาเงินทุนช่วยประเทศกำลังพัฒนาในเรื่องการบรรเทาผลกระทบและการปรับตัว แม้ว่าจะพร้อมหารือในแบบไม่เป็นทางการ แต่ก็ต้องทำด้วยความตั้งใจและประนีประนอมอย่างแท้จริ

กลุ่ม BASIC และ LMDC ยังย้ำว่า ต้องยึดมั่นในหลักความเสมอภาคและความรับผิดชอบร่วมกันตามระดับที่แตกต่างกัน (CBDR) ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของข้อตกลงปารีส และไม่ควรใช้โอกาสครบรอบ 10 ปีนี้มาเปลี่ยนโครงสร้างหลักของข้อตกลงนี้

นอกจากนี้ยังพูดถึงความสำคัญของการปรับตัว โดยบอกว่า ความต้องการเงินทุนสำหรับการปรับตัวนั้นสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่เกือบ 15 เท่า และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการเพิ่มเงินทุนระหว่างประเทศให้เป็นสองเท่าภายในปี 2568 ด้วยเหตุนี้ อินเดียจึงเรียกร้องให้ประธานการประชุมช่วยเร่งให้ทุกฝ่ายส่งแผนการปรับตัวแห่งชาติ (NAPs) ให้ครบถ้วนโดยเร็วที่สุด

จีนขอลดกีดกันการค้า

ผู้แทนจีนเน้นย้ำถึงความคาดหวังของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่ที่ประชุมจะสามารถตอบสนองและแก้ไขปัญหาที่ประเทศเหล่านี้เผชิญมานานได้ ปัญหาดังกล่าวรวมถึง การขาดแคลนเงินทุน การขาดแคลนเทคโนโลยี และความไม่เพียงพอของขีดความสามารถ จีนหวังที่จะผลักดันให้เกิด การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม โดยไม่ทิ้งประเทศใดไว้เบื้องหลัง

นอกจากนี้ ผู้แทนจีนยังกล่าวถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาใหม่ๆ ที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องเผชิญ เช่น มาตรการฝ่ายเดียว (unilateral measures) และ ลัทธิกีดกันทางการค้า (trade protectionism) ทั้งนี้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมภายนอกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและรายได้ต่ำถึงปานกลาง (Global South) ในการดำเนินการตาม ความตกลงปารีส อย่างสมบูรณ์

ผู้แทนจีนจะดำเนินตาม ข้อริเริ่มด้านธรรมาภิบาลโลก ที่เสนอโดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และจะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อแสดงออกซึ่ง ทัศนคติเชิงบวกและสร้างสรรค์ต่อธรรมาภิบาลด้านสภาพภูมิอากาศ จีนสนับสนุนข้อกำหนดด้านความเปิดกว้าง ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง การขับเคลื่อนโดยภาคี และฉันทามติ เพื่อส่งเสริมให้การประชุม COP ครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จ

ฟิลิปปินส์เรียกร้องความร่วมมือ

ตัวแทนฟิลิปปินส์กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาฟิลิปปินส์ เผชิญกับพายุเขตร้อนรุนแรงถึงสองลูก ที่ทำลายบ้านเรือนนับร้อยหลังและทำลายความเป็นอยู่ของผู้คนอย่างหนักหน่วง เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สะท้อนภาพรวมของความเสียหายและความสูญเสียทั่วโลกอย่างชัดเจน ซึ่งความทุกข์ทรมานเหล่านี้ต้องหยุดลงโดยเร็ว

ฟิลิปปินส์ย้ำว่าต้องมีการจัดหาเงินทุนเชิงเปลี่ยนแปลงในระดับมหาศาล ให้ได้อย่างน้อย 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปี 2035 ตามแนวคิดการเงินที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่คำสัญญา

นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังเน้นให้ขับเคลื่อนกองทุนชดเชยความเสียหายและการสูญเสีย (Loss and Damage Fund) และเรียกร้องให้ให้ความสำคัญอย่างเท่าเทียมกับกลุ่มผู้หญิง เด็ก แรงงาน ผู้สูงอายุ ชุมชนพื้นเมือง และชุมชนท้องถิ่น รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ โดยต้องขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านเพศสภาพใหม่ ที่จะช่วยนำทางการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด

ภูฏาน ชี้ 1.5 องศาเซลเซียส คือเรื่องของชีวิต

ตัวแทนภูฏานในการประชุม COP30 เรียกร้องให้เพิ่มเป้าหมายลดโลกร้อนให้สอดคล้องกับการจำกัดอุณหภูมิที่ 1.5 องศาเซลเซียส เพราะสำหรับประเทศอย่างภูฏานที่เป็นประเทศภูเขาและมีความเสี่ยงสูง นี่ไม่ใช่เรื่องที่เลือกได้ แต่เป็นเรื่องของ “การอยู่รอด”

อีกทั้งภูฏานยังเรียกร้องให้เพิ่มเงินทุนสำหรับการปรับตัวในรูปแบบเงินให้เปล่าถึง 3 เท่า เพื่อช่วยให้ประเทศเปราะบางสามารถเข้าถึงเงินทุนได้อย่างมั่นคง และเน้นว่าเงินช่วยเหลือนี้ต้องมากพอและต่อเนื่อง

ในเรื่องความสูญเสียและความเสียหาย ภูฏานอยากเห็นกองทุนช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาที่เปราะบางได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ แม้ภูฏานจะผ่านการเป็นประเทศ LDC ไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ยังเผชิญความเสี่ยงสูงตามตัวชี้วัดต่าง ๆ จึงต้องมีมาตรการและข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าการปรับตัวและความช่วยเหลือจะเป็นไปอย่างตรงจุดและเหมาะสม
 

 

ที่มารูป: COP 30 Press Office (COP30 Brasil Amazônia)