วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

‘จีน’ เแปลง ‘ทอเรียม’ เป็น ‘ยูเรเนียม’ พลิกโฉม ‘พลังงานนิวเคลียร์’ ให้สะอาดและยั่งยืน

‘จีน’ เแปลง ‘ทอเรียม’ เป็น ‘ยูเรเนียม’ พลิกโฉม ‘พลังงานนิวเคลียร์’ ให้สะอาดและยั่งยืน

สถาบันฟิสิกส์ประยุกต์เซี่ยงไฮ้ สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ประสบความสำเร็จในการแปลงเชื้อเพลิง “ทอเรียม” เป็น “ยูเรเนียม” ด้วยเครื่องปฏิกรณ์ทดลองเกลือหลอมเหลว (TMSR) ที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวขนาด 2 เมกะวัตต์ ซึ่งทำให้เครื่องนี้เป็นเครื่องเดียวในโลกที่สามารถทำได้ 

สถาบันวิจัยระบุว่า การทดลองนี้เป็นเครื่องพิสูจน์เบื้องต้นถึงความเป็นไปได้ทางเทคนิคในการใช้ทรัพยากรทอเรียมในระบบเครื่องปฏิกรณ์เกลือหลอมเหลว และถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ และปูทางไปสู่การผลิตพลังงานนิวเคลียร์ที่แทบจะไม่มีที่สิ้นสุด

หลี่ ชิงหนวน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และรองผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์ประยุกต์เซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า “นับตั้งแต่บรรลุจุดวิกฤติครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566 เครื่องปฏิกรณ์เกลือหลอมเหลวทอเรียมได้ผลิตความร้อนอย่างต่อเนื่องผ่านปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน”

ทอเรียม” เป็นแร่ธาตุที่มีปริมาณมากและเข้าถึงได้มากกว่ายูเรเนียมมาก และมีศักยภาพด้านพลังงานมหาศาล คาดว่าแหล่งแร่กากโลหกรรมในมองโกเลียในเพียงแห่งเดียวมีธาตุนี้เพียงพอสำหรับการผลิตพลังงานให้กับจีนได้ทั้งหมดนานกว่า 1,000 ปี

หัวใจสำคัญของความก้าวหน้านี้ คือ กระบวนการที่เรียกว่าการแปลงทอเรียมภายในแกนกลางเป็นยูเรเนียม โดยจะเปลี่ยนทอเรียม-232 ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติให้กลายเป็นยูเรเนียม-233 ซึ่งเป็นไอโซโทปที่แตกตัวได้และสามารถคงปฏิกิริยาลูกโซ่นิวเคลียร์ไว้ได้

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นผ่านลำดับปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่แม่นยำ ทอเรียม-232 จะดูดซับนิวตรอนเพื่อเปลี่ยนเป็นทอเรียม-233 โดยจะสลายตัวเป็นโพรแทกทิเนียม-233 แล้วสลายตัวต่อไปจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ที่เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่มีประสิทธิภาพ

สิ่งสำคัญคือ กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายในแกนเครื่องปฏิกรณ์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการผลิตเชื้อเพลิงจากภายนอก

ทอเรียมจะถูกละลายในเกลือฟลูออไรด์จนกลายเป็นส่วนผสมหลอมเหลวที่อุณหภูมิสูง ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งเชื้อเพลิงและสารหล่อเย็น นิวตรอนจากประจุเริ่มต้นขนาดเล็กของวัสดุแตกตัวได้ เช่น ยูเรเนียม-235 หรือพลูโทเนียม-239 ที่ถูกเสริมสมรรถนะ จะเป็นตัวเริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่

ตลอดการปฏิบัติงาน ทอเรียม-232 จะจับนิวตรอนอย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนเป็นยูเรเนียม-233 โดยจะปลดปล่อยพลังงานผ่านปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน เพื่อสร้าง “วงจรเผาไหม้ขณะการเกิด” ที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญของเทคโนโลยีนี้

เครื่องปฏิกรณ์ TMSR ต่างจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบใช้น้ำอัดแรงดันทั่วไป ที่ต้องปิดเครื่องเป็นระยะเพื่อเปิดภาชนะรับแรงดันและเปลี่ยนแท่งเชื้อเพลิงแข็ง เพราะเชื้อเพลิงของ TMSR เป็นของเหลวที่ผสมกันเป็นเนื้อเดียว และละลายในเกลือหลอมเหลว ทำให้หมุนเวียนได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงสามารถเติมเชื้อเพลิงได้ทันทีโดยไม่รบกวนการทำงาน

“การออกแบบนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมาก แต่ยังช่วยลดปริมาณกากกัมมันตรังสีที่มีช่วงชีวิตยาวนานได้มากนี่เป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เกลือหลอมเหลวทอเรียมเหนือกว่า” หลี่กล่าว 

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไปที่มักสร้างขึ้นใกล้ชายฝั่งเนื่องจากต้องการการระบายความร้อนจำนวนมาก ดังนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในพื้นที่แห้งแล้งหรือพื้นที่ตอนในประเทศ แต่ปัญหานี้ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อระบบ TMSR ซึ่งใช้เกลือฟลูออไรด์หลอมเหลวอุณหภูมิสูงแทนน้ำเป็นทั้งตัวพาเชื้อเพลิงและสารหล่อเย็น เนื่องจากเกลือเหล่านี้ถ่ายเทความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ความดันบรรยากาศและอุณหภูมิที่สูงจัด โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำเลย

เทคโนโลยีนี้จึงเปิดประตูสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในพื้นที่ตอนใน หรือแม้แต่บนแพลตฟอร์มเคลื่อนที่ เช่น เรือขนาดใหญ่ ตามรายงาน

สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (CAS) เปิดตัวระบบพลังงานนิวเคลียร์ TMSR ในปี 2011 ในฐานะโครงการวิจัยเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายระดับชาติด้านพลังงานที่ยั่งยืนและการลดคาร์บอน มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างอิสรภาพทางพลังงานด้วยเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับความเป็นไปได้ทางการค้าและเชิงกลยุทธ์อันกว้างขวาง จากแร่ทอเรียมที่จีนมีสำรองอยู่เป็นจำนวนมาก

หลังจากการวิจัยและพัฒนามาเกือบ 15 ปี ทีมงานที่นำโดยซู หงเจี๋ย อดีตผู้อำนวยการสถาบันเซี่ยงไฮ้ เอาชนะความท้าทายอันใหญ่หลวง สร้างรากฐานทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งสำหรับห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูงของจีน

ความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้จีนกลายเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีเครื่องปฏิกรณ์เกลือหลอมเหลวที่ใช้เชื้อเพลิงทอเรียมที่ใช้งานได้จริง 

สำหรับในแง่ความปลอดภัยที่เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด นักพัฒนากล่าวว่าเตาปฏิกรณ์ TMSR มีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยในตัว ระบบนี้ทำงานที่ความกดอากาศ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการระเบิดจากแรงดันสูง ซึ่งสร้างขึ้นใต้ดินพร้อมระบบป้องกันรังสีเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันเกลือหลอมเหลวที่มีความเสถียรทางเคมียังสามารถดักจับสารกัมมันตรังสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในกรณีที่เกิดการรั่วไหล (ซึ่งนักวิจัยยืนยันว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น) เกลือหลอมเหลวจะไหลเข้าสู่ถังระบายความปลอดภัยแบบพาสซีฟ ซึ่งจะแข็งตัวเมื่อเย็นตัวลงและกักเก็บการรั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบสำหรับเทคโนโลยี TMSR กำลังก่อตัวขึ้นในประเทศจีน มีสถาบันวิจัยเกือบ 100 แห่งร่วมมือกันในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ วิทยาศาสตร์วัสดุ และความท้าทายสำคัญอื่น ๆ

ที่สำคัญ ส่วนประกอบหลักทั้งหมดของเครื่องปฏิกรณ์นี้ผลิตในจีน 100% สร้างความเป็นอิสระของห่วงโซ่อุปทานและการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี ขณะนี้จีนกำลังสร้างเครื่องปฏิกรณ์สาธิตขนาด 100 เมกะวัตต์ในทะเลทรายโกบี โดยมีเป้าหมายเพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีนี้สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ภายในประมาณปี 2035 ตามกรอบเวลาอย่างเป็นทางการล่าสุด

 

ที่มา: Interesting EngineeringPeople's Daily OnlineSouth China Morning PostXinhua