วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ความยั่งยืนแท้จริงเริ่มจากสุขภาพ สร้างสังคม Longevity ที่แข็งแรงทุกมิติ

ความยั่งยืนแท้จริงเริ่มจากสุขภาพ สร้างสังคม Longevity ที่แข็งแรงทุกมิติ

รศ.ดร.นพ. กำพล ศรีวัฒนกุล” ประธานประธานกฎบัตรสุขภาพไทย (Thailand Charter of Health) กล่าวบนเวที CHG Global Summits 2025 ในหัวข้อ Medical Wellness Innovation โดยเน้นย้ำว่า ความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการรักษาโรค แต่เกิดจากการป้องกันโรคและการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

“เมื่อเราพูดถึง Sustainability หลายคนมักนึกถึงสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ หรือพลังงาน แต่จากประสบการณ์ในแวดวงการแพทย์มายาวนาน แต่ผมเชื่อมั่นว่า ความยั่งยืนที่สำคัญที่สุดคือความยั่งยืนของสุขภาพมนุษย์ หากประชากรไม่มีสุขภาพดี เราจะไม่สามารถดูแลสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจ หรือสร้างสรรค์สังคมที่ดีได้ สุขภาพคือรากฐานของทุกมิติแห่งความยั่งยืน”

ในฐานะแพทย์ที่เคยเป็นผู้ป่วยเอง “รศ.ดร.นพ. กำพล” เล่าว่า ได้ประสบกับภาวะแทรกซ้อนจากโรคหลอดเลือดสมองและเบาหวาน ประสบการณ์เหล่านั้นไม่ได้ทำให้ท้อแท้ แต่กลับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิต ทำให้มุ่งมั่นทุ่มเทกับงานด้าน Anti-aging และ Regenerative Medicine มากว่า 25 ปี

"วันนี้ ในฐานะประธาน Thailand Center of Health Wellness ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการวิจัยร่วมกับญี่ปุ่นผ่านองค์กร International Anti-Aging Regenerative Medicine Organization (IARO) เป็นเวลา 5 ปี เพื่อศึกษาเรื่องความชราและการป้องกันโรค"

ความยั่งยืนไม่ใช่การรักษาโรค

“รศ.ดร.นพ. กำพล” บอกว่า ความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการรักษาโรค แต่เกิดจากการป้องกันโรคและการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

“เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ผมเป็นหนึ่งในกลุ่มแพทย์ที่ผลักดันให้โรคอ้วนได้รับการยอมรับว่าเป็นโรค ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่เมื่อสังคมยอมรับ เราก็สามารถจัดการกับโรคที่ตามมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสบการณ์นี้ทำให้เข้าใจดีว่า การสร้างความยั่งยืนต้องใช้ความอดทน ความมุ่งมั่น และการทำงานร่วมกัน”

จากระบบรักษาสู่ระบบป้องกัน

ระบบสาธารณสุขในปัจจุบันกำลังเผชิญวิกฤติค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงขึ้นทุกปี โรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และทรัพยากรทางการแพทย์มีจำกัด

“จากประสบการณ์ตรง การป้องกันโรคเบาหวานตั้งแต่ต้น ประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะแทรกซ้อนที่ไต หัวใจ และตาได้หลายเท่าตัว หากประชากร 10 ล้านคนป้องกันโรคได้สำเร็จ ระบบสุขภาพจะประหยัดงบประมาณหลายหมื่นล้านบาท การป้องกันไม่เพียงช่วยชีวิตคน แต่ยังช่วยชีวิตระบบสุขภาพทั้งระบบ”

สามเสาหลักความยั่งยืนด้านสุขภาพ

แนวคิดเรื่อง “ความยั่งยืนด้านสุขภาพ” ที่ “รศ.ดร.นพ.กำพล” ถ่ายทอดนั้นตั้งอยู่บน 3 เสาหลักสำคัญ ซึ่งสะท้อนมิติของการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือ

  • เสาหลักที่หนึ่ง – การศึกษาและการสร้างความตระหนักรู้ (Health Literacy)

การพัฒนาความรู้ด้านสุขภาพถือเป็นรากฐานของสังคมที่ยั่งยืน เพราะความรู้คือพลังในการเปลี่ยนแปลง ผลงานวิจัยของ รศ.ดร.นพ.กำพล ตลอดกว่า 25 ปี เน้นศึกษากระบวนการชรา โดยพบข้อมูลสำคัญที่ทุกคนควรตระหนัก เช่น ความชราที่เริ่มต้นตั้งแต่อายุประมาณ 27 ปี ผลของพฤติกรรมการบริโภคต่อสุขภาพระยะยาว และแนวคิดที่ว่า “Health Span” หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี มีความหมายมากกว่า “Life Span” หรืออายุยืนยาวเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพจึงควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ถ่ายทอดต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อก่อร่างวัฒนธรรมสุขภาพที่มั่นคงเป็นทุนทางสังคมของประเทศ

  • เสาหลักที่สอง – เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เข้าถึงได้ (Accessible Innovation)

ความก้าวหน้าทางการแพทย์และเทคโนโลยีได้เปิดโอกาสใหม่ในการดูแลสุขภาพ แต่ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนวัตกรรมเหล่านั้นสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มคนที่มีกำลังทรัพย์ ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี AI ที่ช่วยวินิจฉัยโรคระยะเริ่มต้น การรักษามะเร็งด้วยเทคนิค *Boron Capture Neutron Therapy* ที่มีความแม่นยำสูง หรือระบบหุ่นยนต์ที่ช่วยดูแลผู้สูงอายุ สิ่งเหล่านี้คือความก้าวหน้าที่ต้องพัฒนาให้ใช้ได้จริงและครอบคลุมทุกคน เพราะ “นวัตกรรมที่เข้าถึงได้” คือรากฐานของสุขภาพที่ยั่งยืน

  • เสาหลักที่สาม – ความร่วมมือและแพลตฟอร์มแบ่งปัน (Collaborative Ecosystem)

ตลอดเส้นทางกว่า 25 ปีของการทำงาน รศ.ดร.นพ.กำพล ได้เรียนรู้ว่าความยั่งยืนทางสุขภาพไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากความพยายามของใครคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยพลังของความร่วมมือ ที่ Thailand Center of Health Wellnessจึงมุ่งสร้างแพลตฟอร์มทางวิชาการเพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันกับแพทย์ทางเลือก และเชื่อมโยงข้อมูลจากทั่วโลก ตั้งแต่ยุโรปจนถึงเอเชีย เป้าหมายคือการสร้าง “สะพานแห่งองค์ความรู้” ที่ผสานภูมิปัญญาหลากหลาย เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยและสังคมโดยรวม

ปรัชญาจาก "I" สู่ "We"

“รศ.ดร.นพ.กำพล” กล่าวว่า คำว่า "illness" และ "wellness" แตกต่างกันเพียงตัวอักษรเดียว - จาก "i" เป็น "we" ซึ่งคือหัวใจของความยั่งยืน เพราะ "i" คือการทำงานคนเดียว ระบบที่แยกส่วน ไม่ยั่งยืน ส่วน "we" คือการทำงานร่วมกัน ระบบที่เชื่อมโยง ยั่งยืนอย่างแท้จริง เมื่อแพทย์ ผู้ป่วย นักวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทำงานร่วมกัน ก็จะเปลี่ยนความเจ็บป่วยให้เป็นความมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

Holistic Sustainability

ความยั่งยืนด้านสุขภาพไม่ได้มีแค่มิติทางกายภาพ แต่ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เมื่อทั้งสามมิตินี้สมดุล คนเราจะมี wellbeing ที่ยั่งยืนตลอดชีวิต
ความยั่งยืนข้ามรุ่น

การสร้างความยั่งยืนที่แท้จริงคือการถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นต่อไป นี่คือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้เชี่ยวชาญทุกคนมีหน้าที่แบ่งปันความรู้กับคนรุ่นใหม่ เพราะโลกจะดีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรุ่นต่อไปฉลาดกว่าเรา การป้องกันโรคที่เรียนรู้ตั้งแต่เด็กจะติดตัวไปตลอดชีวิต และวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีเป็นมรดกที่มีค่าที่สุดที่เราจะมอบให้ลูกหลาน

 

 

ผู้เขียน: ศุภชัย วงษ์โนนงิ้ว นักศึกษาฝึกงาน กรุงเทพธุรกิจ