ในอดีต “ช้าง” ถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพ ความสงบ และเกียรติยศ การมอบช้างให้ต่างประเทศจึงเทียบได้กับ “ทูตแห่งสันติภาพ” หรือ “ของขวัญทางการทูต” โดยข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า ระหว่างก่อนปี 2544 ถึง 2559 ประเทศไทยได้ส่งช้างออกไปต่างประเทศรวม 20 เชือกใน 5 ประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา เดนมาร์ก ญี่ปุ่น สวีเดน และออสเตรเลีย โดยแต่ละเชือกเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการอนุรักษ์สัตว์ระหว่างประเทศ
แต่กระแสเรียกร้องให้ทวงคืนช้างไทยในต่างแดนกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งเมื่อพบว่า “พลายประตูผา” และ “พลายศรีณรงค์” ถูกนำไปใช้งาน และมีปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งนี้ เมื่อปี 2566 ไทยเคยประสบความสำเร็จนำ “พลายศักดิ์สุรินทร์” กลับจากศรีลังกามาก่อน
สำหรับประวัติของช้างทั้งสอง “พลายประตูผา” ปัจจุบันอายุ 51 ปี ถูกส่งไปยังวัดสุธุฮุมโปลลา เมืองแคนดี้ เมื่อปี 2523 ส่วน “พลายศรีณรงค์” อายุ 29 ปี ถูกส่งไปเป็นช้างทูตที่วัดเคลลานิยา เมืองรัตนปุระ เมื่อปี 2544 ทั้งสองอยู่ห่างกันราว 105 กิโลเมต
ปัจจุบันรัฐบาลไทยไม่มีนโยบายส่งออกช้างอีกต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างไทยต้องประสบปัญหาการดูแลไม่เหมาะสมในต่างแดน ทั้งยังเน้นให้การแลกเปลี่ยนสัตว์ในอนาคตอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดและคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์เป็นสำคัญ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมเดินทางด่วนไปศรีลังกา เพื่อประสานทางการทูตและตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของช้างไทยทั้ง 2 เชือก โดยเปิดเผยว่า พล.อ.อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าเจรจากับรัฐบาลศรีลังกา เพื่อขอรับช้างทั้งสองเชือกกลับประเทศไทย และย้ำว่ารัฐบาลไทยไม่เคยนิ่งนอนใจต่อสวัสดิภาพของช้างไทยที่ถูกส่งไปต่างแดน
“ผม และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ชญานันท์ ภักดีจิตต์) พร้อมด้วยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อรรถพล เจริญชันษา) จะเดินทางไปศรีลังกาพร้อมทีมสัตวแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพและประเมินสภาพการดูแลของพลายประตูผาและพลายศรีณรงค์ รวมถึงพูดคุยกับหน่วยงานท้องถิ่นของศรีลังกาในฐานะมิตรประเทศ”
จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าช้างทั้งสองเชือกมีการนำไปใช้งานและเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ แม้อาการจะไม่รุนแรงเท่าพลายศักดิ์สุรินทร์ การลงพื้นที่ของทีมสัตวแพทย์ครั้งนี้จะช่วยประเมินได้ว่าช้างยังอยู่ในสภาพที่เหมาะสมหรือควรกลับมารักษาตัวในประเทศไทย
หากการเจรจาเป็นผลดี ไทยจะใช้แนวทางเดียวกับการนำพลายศักดิ์สุรินทร์กลับประเทศ โดยเตรียมทีมควาญช้าง สัตวแพทย์จากสถาบันคชบาลแห่งชาติ และดำเนินขั้นตอนการเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัยทุกประการ





