วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

พลิกโฉม 'หนึ่งสุขภาพ' (One Health) สู่ปฏิบัติการระดับชาติ โมเดลใหม่แก้วิกฤติโรคระบาด

พลิกโฉม 'หนึ่งสุขภาพ' (One Health) สู่ปฏิบัติการระดับชาติ โมเดลใหม่แก้วิกฤติโรคระบาด

ในยุคที่โลกเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต การรับมือกับโรคระบาดจากสัตว์สู่คน (Zoonoses) กำลังกลายเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุด แนวคิด "หนึ่งสุขภาพ" (One Health) ที่เชื่อมโยงสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่จะทำอย่างไรให้แนวคิดนี้เป็นจริง? ศาสตราจารย์ Mariana Mazzucato นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเสนอ "นโยบายเชิงภารกิจ" (Mission-Oriented Policymaking) เป็นคำตอบที่จะเปลี่ยนการทำงานแบบแยกส่วนไปสู่การบูรณาการที่ทรงพลัง

One Health จากแนวคิดสู่ความจำเป็นเร่งด่วน

ทุกวันนี้ ร้อยละ 75 ของโรคอุบัติใหม่มีต้นกำเนิดจากสัตว์ (ข้อมูลจากบทความ) และแต่ละปีโรคเหล่านี้สร้างความสูญเสียมหาศาล ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต ความจริงนี้ตอกย้ำว่าสุขภาพของมนุษย์ไม่อาจแยกจากสุขภาพของสัตว์และระบบนิเวศได้อีกต่อไป แม้แนวคิด One Health จะเป็นที่ยอมรับ แต่การนำไปปฏิบัติยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้าและไร้ทิศทาง เพราะแต่ละหน่วยงานยังคงทำงานใน "กรอบความคิดแบบแยกส่วน" (Silos) ซึ่งทำให้การรับมือกับปัญหาระดับระบบเป็นเรื่องยาก

โมเดลเชิงภารกิจ กลไกใหม่ในการขับเคลื่อน

มาริอานา มัซซูคาโต นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง กล่าวว่า "นโยบายเชิงภารกิจ" ซึ่งไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นกลไกที่ช่วยรวมพลังจากหลายภาคส่วนให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน โดยเริ่มจาก "ความท้าทายใหญ่" (Grand Challenge) ที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ตัวอย่างเช่น การกำหนดภารกิจใหญ่ของ One Health คือ "การป้องกันและบรรเทาการระบาดของโรคจากสัตว์สู่คนและวิกฤตสุขภาพที่เกิดจากระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม"

หลังจากกำหนดความท้าทายใหญ่แล้ว จึงแตกออกเป็น "ภารกิจ" (Missions) ที่มีความชัดเจน วัดผลได้ และมีกรอบเวลาที่แน่นอน เช่น “การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าแบบบูรณาการสำหรับโรคอุบัติใหม่ในพื้นที่เสี่ยงภายในปี 2573” ภารกิจนี้จะนำไปสู่ "โครงการ" (Projects) ย่อยๆ ที่ลงมือปฏิบัติจริง เช่น โครงการ USAID PREDICT ที่สร้างเครือข่ายแบ่งปันข้อมูลเพื่อตรวจจับไวรัสในแหล่งกำเนิด หรือโครงการ AGROMIX Pilot Projects ที่ทดลองการทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยง

ประเทศไทยกับการประยุกต์ใช้โมเดลเชิงภารกิจ

ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ เนื่องจากไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และเผชิญความเสี่ยงจากโรคอุบัติใหม่ที่เกิดจากสัตว์และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง การประยุกต์ใช้โมเดลเชิงภารกิจในไทยจะช่วย

  1. เชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: แทนที่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะทำงานแยกกัน การมี "ภารกิจ" ร่วมกันจะช่วยให้เกิดการทำงานข้ามสายงาน เช่น การสร้างฐานข้อมูลร่วมกันเกี่ยวกับโรคในสัตว์ป่าและปศุสัตว์
  2. สร้างเป้าหมายร่วมกัน: การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น "ประเทศไทยปลอดโรคไข้หวัดนกและโรคพิษสุนัขบ้าภายในปี 2573 " จะช่วยให้ทุกหน่วยงานมีทิศทางเดียวกันและใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. กระตุ้นนวัตกรรม: ภารกิจที่ท้าทายจะผลักดันให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคแบบเรียลไทม์ (Real-time Surveillance System) หรือการส่งเสริมการทำเกษตรเชิงนิเวศที่ลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรค

ก้าวต่อไปเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

การเปลี่ยนผ่านสู่ "One Health เชิงภารกิจ" ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนในอนาคต มันต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็ง ความไว้วางใจระหว่างภาคส่วน และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เช่น ระบบข้อมูลที่สามารถทำงานร่วมกันได้

การตั้งเป้าหมายที่กล้าหาญและวัดผลได้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และนำไปสู่อนาคตที่มนุษย์สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงก่อนที่จะกลายเป็นวิกฤตใหญ่ สุขภาพของมนุษย์และโลกใบนี้จะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกันจะเข้ามาแทนที่การรับมือแบบแยกส่วน

ที่มา : Global Shaper, Sydney HubGlobal Shapers Community