วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ล่าสุด UN Women เตือน ความเท่าเทียมทางเพศยังห่างทุกเป้าหมาย แนะ 6 ทางเร่งแก้

ล่าสุด UN Women เตือน ความเท่าเทียมทางเพศยังห่างทุกเป้าหมาย แนะ 6 ทางเร่งแก้

จากรายงาน SDG Gender Snapshot 2025 ซึ่งจัดทำโดย UN Women ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2030 และกรมกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN DESA) ได้แจ้งเตือนว่า โลกกำลังเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายความเท่าเทียมทางเพศที่ตั้งไว้

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 30 ปี แผนปฏิบัติการปักกิ่ง โดยกำหนดให้ปี 2568 เป็นหมุดหมายสำคัญในการประเมินผลลัพธ์ที่ผ่านมา ระบุว่า ในช่วง 5 ปีก่อนถึงกำหนดปี 2030 ไม่ปรากฏว่ามีเป้าหมายด้านความเท่าเทียมทางเพศใดๆ ที่บรรลุผลตามแผน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสำเร็จของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยรวม

ความยากจน-การกดขี่

รายงานได้เปิดเผยสถิติที่น่าสะเทือนใจซึ่งสะท้อนว่าผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทั่วโลกยังคงต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานในหลากหลายมิติ จากการรวบรวมข้อมูลกว่า 100 แหล่งทั่วโลก พบว่า หากแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป ภายในปี 2030 จะยังมีผู้หญิงและเด็กผู้หญิงกว่า 351 ล้านคน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในความยากจนข้นแค้น

ขณะเดียวกัน ในปี 2024 มีจำนวนผู้หญิงและเด็กผู้หญิงสูงถึง 676 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ขัดแย้งที่อันตรายถึงชีวิต ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990

สถานการณ์ยิ่งน่าใจหายเมื่อมองไปที่สถิติด้านความรุนแรง โดยพบว่าผู้หญิงมากกว่า 1 ใน 8 คนทั่วโลกต้องประสบกับความรุนแรงจากคู่ครองของตนเอง และในแต่ละปี มีเด็กผู้หญิงประมาณ 4 ล้านคน ถูกบังคับให้ขลิบอวัยวะเพศ โดยกว่าครึ่งหนึ่งถูกกระทำอย่างโหดร้ายก่อนจะมีอายุครบ 5 ขวบด้วยซ้ำ

ผู้หญิงมีบทบาทผู้นำในระดับต่ำ

ความเปราะบางเหล่านี้ยิ่งถูกซ้ำเติมจากช่องว่างทางอำนาจที่ยังคงกว้างมาก ในเวทีการเมืองระดับโลก ผู้หญิงมีที่นั่งในรัฐสภาเพียง 27.2% และดำรงตำแหน่งผู้บริหารในภาคธุรกิจเพียง 30% ที่น่าตกใจคือ มีถึง 102 ประเทศ ที่ไม่เคยมีประมุขหรือหัวหน้ารัฐบาลเป็นผู้หญิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

การขาดเสียงของผู้หญิงในระดับนโยบายเช่นนี้ ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิกฤติอื่น ๆ เช่น ภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงอย่างหนัก

โดยรายงานชี้ว่าภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจผลักดันผู้หญิงและเด็กผู้หญิงอีก 158.3 ล้านคน ให้เข้าสู่ภาวะยากจนข้นแค้นภายในปี 2050 แต่ปัจจุบันกลับมีเพียง 39% ของประเทศทั่วโลกเท่านั้นที่นำมิติความเท่าเทียมทางเพศมาพิจารณาในการกำหนดนโยบายด้านสภาพอากาศ

"ซิมา บาฮูส" (Sima Bahous) ผู้อำนวยการบริหารของ UN Women กล่าวว่า เมื่อความเท่าเทียมทางเพศได้รับความสำคัญ มันได้ขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจให้ก้าวหน้า การลงทุนที่มุ่งเป้าไปที่ความเท่าเทียมทางเพศมีพลังในการเปลี่ยนแปลงสังคมและเศรษฐกิจ

“เมื่อความเท่าเทียมทางเพศถูกให้ความสำคัญ มันจะเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้า การลงทุนที่มุ่งเน้นด้านความเท่าเทียมทางเพศ จึงมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงทั้งสังคมและเศรษฐกิจอย่างแท้จริง”

อัตราการเสียชีวิตน้อยลง

แม้สถานการณ์โดยรวมจะดูมืดมน แต่แสงแห่งความหวังยังคงมีอยู่ รายงานยังได้ชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่สำคัญในบางด้าน ซึ่งพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปได้ เช่น อัตราการตายของมารดาที่ลดลงเกือบ 40% นับตั้งแต่ปี 2000 และปัจจุบันเด็กหญิงมีแนวโน้มที่จะจบการศึกษามากกว่าที่เคย

การเข้าถึงเทคโนโลยีดีขึ้น

ช่องว่างการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือระหว่างเพศเริ่มแคบลง และอัตราการใช้อินเทอร์เน็ต ผู้ชายราว 70% เทียบกับผู้หญิง 65% ถือว่าไม่ต่างกันมาก โดยรายงานคาดการณ์ว่า หากสามารถปิดช่องว่างนี้ได้ จะสร้างประโยชน์ต่อผู้หญิงและเด็กหญิงกว่า 343.5 ล้านคนภายในปี 2050 ช่วยให้กว่า 30 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจโลกได้สูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

6 ประเด็นต้องทำเร่งด่วน

จากรายงาน SDG Gender Snapshot 2025 อิงตามกรอบปฏิบัติการ Beijing+30 ระบุ 6 ประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและรวดเร็ว เพื่อให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทุกคนบรรลุความเท่าเทียมทางเพศภายในปี 2030 ได้แก่ การปฏิวัติด้านดิจิทัล การหลุดพ้นจากความยากจน การยุติความรุนแรง การมีอำนาจในการตัดสินใจอย่างเต็มที่และเท่าเทียม สันติภาพและความมั่นคง และความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ

(ปฏิญญาปักกิ่ง ได้รับความเห็นชอบในปี 1995 โดย 189 ประเทศ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติใน 12 ประเด็นสำคัญ เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้แก่ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในทุกมิติของชีวิต และยังเป็นรากฐานสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก)

  • 1. การปฏิวัติดิจิทัล

จากผู้ตามสู่ผู้สร้างโอกาส แผนดังกล่าวระบุว่า "การปฏิวัติดิจิทัล" เป็นเสาหลักแรกที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากช่องว่างทางดิจิทัลยังคงเป็นกำแพงสำคัญที่กีดกันผู้หญิงจากโอกาสทางการศึกษา การจ้างงาน และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่การทำให้ผู้หญิง "เข้าถึง" อินเทอร์เน็ต แต่คือการติดอาวุธด้วย "ทักษะดิจิทัล" เพื่อให้พวกเธอสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างรายได้และนวัตกรรม โดยรายงานย้ำว่า การลงทุนในส่วนนี้มีผลตอบแทนมหาศาล เพราะการปิดช่องว่างดังกล่าวจะสามารถเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจโลกได้ถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

  • 2. การขจัดความยากจน

ทลายวงจรที่ส่งต่อข้ามรุ่น เสาหลักที่สองมุ่งเป้าไปที่ "การขจัดความยากจน" โดยตรง เนื่องจากผู้หญิงและเด็กผู้หญิงคือกลุ่มที่เปราะบางที่สุดและมักเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะหลุดพ้นจากวงจรความขัดสน แผนนี้จึงเรียกร้องให้มีนโยบายที่สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อประกอบอาชีพ การส่งเสริมสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินและทรัพย์สิน และการสร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุม

  • 3. การยุติความรุนแรง

สร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ประเด็น "การยุติความรุนแรง" ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเสาหลักที่สาม เพื่อตอกย้ำว่าการพัฒนาใดๆ จะไม่เกิดขึ้นหากผู้หญิงยังต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว เป้าหมายคือการผลักดันให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งเพื่อคุ้มครองผู้หญิงจากการถูกกระทำรุนแรงทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการสร้างกลไกช่วยเหลือผู้ถูกกระทำอย่างมีประสิทธิภาพ และรณรงค์ปรับเปลี่ยนทัศนคติในสังคมที่ไม่ยอมรับความรุนแรงทางเพศในทุกกรณี

  • 4. อำนาจตัดสินใจที่เท่าเทียม

เพิ่มเสียงของผู้หญิงในทุกเวที เพื่อแก้ปัญหา "เสียงที่ขาดหายไป" แผนนี้จึงกำหนดให้ "การเพิ่มอำนาจตัดสินใจที่เท่าเทียม" เป็นเสาหลักที่สี่ โดยมุ่งเป้าไปที่การทลายกำแพงที่ขัดขวางผู้หญิงในการเข้าสู่ตำแหน่งผู้นำ ทั้งในเวทีการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น รวมถึงในภาคธุรกิจและองค์กรต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายที่ออกมาจะสะท้อนความต้องการและมุมมองของประชากรครึ่งโลกอย่างแท้จริง

  • 5. สันติภาพและความมั่นคง

สตรีคือหัวใจของการสร้างสันติภาพ ในมิติความขัดแย้งและความมั่นคง แผน Beijing+30 ชี้ให้เห็นว่าสันติภาพที่ยั่งยืนไม่อาจเกิดขึ้นได้หากไร้การมีส่วนร่วมของผู้หญิง ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรุนแรงที่สุด แต่กลับถูกกีดกันออกจากโต๊ะเจรจา เป้าหมายของเสาหลักนี้คือ การดึงผู้หญิงเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกกระบวนการสร้างและรักษาสันติภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนและครอบคลุม

  • 6. ความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ

เมื่อโลกร้อนกระทบผู้หญิงหนักกว่า และเสาหลักสุดท้ายคือ "ความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ" ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนของโลกปัจจุบัน แผนนี้ชี้ว่าผู้หญิง โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและชนบท คือกลุ่มที่ต้องแบกรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างหนักที่สุด ดังนั้น นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจึงจำเป็นต้องมีมิติทางเพศกำกับอยู่ด้วยเสมอ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้หญิงขึ้นมาเป็นผู้นำในการจัดการและรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านสภาพอากาศ

รายงานฉบับนี้จึงเป็นเหมือนการส่งสารที่ชัดเจนถึงผู้นำโลกว่า ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจระหว่าง “การลงทุนในสตรีและเด็กหญิงตอนนี้หรือการเสี่ยงที่จะสูญเสียความก้าวหน้าที่สั่งสมมาไปอีกหนึ่งชั่วอายุคน”

ความเร่งด่วนนี้ถูกขีดเส้นใต้ด้วยความสำคัญของ ปี 2025 ซึ่งเป็นปีแห่งหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ถึง 3 วาระ คือ การครบรอบ 30 ปีของปฏิญญาปักกิ่ง, การครบรอบ 25 ปีของข้อมติ UN ที่ 1325 และการครบรอบ 80 ปีของสหประชาชาติ ทำให้ปีนี้เป็นช่วงเวลาชี้ขาดที่โลกต้องพิสูจน์ความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่เท่าเทียมอย่างแท้จริง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

 

ผู้เขียน: ศุภชัย วงษ์โนนงิ้ว นักศึกษาฝึกงาน กรุงเทพธุรกิจ