บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้เดินหน้าดำเนินการโครงการ Sustainable Coffee Project ของ Café Amazon ซึ่งกลายเป็นโมเดลต้นแบบการพัฒนา "ห่วงโซ่คุณค่ากาแฟ" ที่สร้างประโยชน์กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน
ในยุคที่ธุรกิจทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวทางการดำเนินธุรกิจแบบ “ยั่งยืน” ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตในระยะยาว บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ "OR" ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในองค์กรที่เดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยได้มีการดำเนินการโครงการ "Sustainable Coffee Project" ของ Café Amazon ซึ่งกลายเป็นโมเดลต้นแบบการพัฒนา "ห่วงโซ่คุณค่ากาแฟ" ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง
ต้นน้ำ: เสริมรายได้เกษตรกร ฟื้นฟูป่า และสิ่งแวดล้อม
การสร้างความยั่งยืนเริ่มตั้งแต่ "ต้นน้ำ" OR และ Café Amazon ได้ริเริ่มโครงการ "Community Coffee Sourcing" ตั้งแต่ปี 2561 โดยจัดหากาแฟโดยตรงจากเกษตรกรไทยทั่วประเทศ ตัดพ่อค้าคนกลางออกจากระบบ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและเป็นธรรมมากขึ้น
ที่สำคัญ โครงการนี้ยังส่งเสริมการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยลดการบุกรุกพื้นที่ป่า ลดการเผาและปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 รวมทั้งช่วยกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้และผืนป่า ถือเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพไปพร้อมกับการสร้างอาชีพ
โดยปัจจุบัน OR ได้สนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยรับซื้อเมล็ดกาแฟจากกว่า 22 ชุมชนทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ กลาง และใต้ รวมปริมาณกว่า 7,000 ตัน มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท โดยนอกจากรายได้แล้ว เกษตรกรยังได้รับความรู้ด้านการดูแลดิน เทคนิคการแปรรูป และการจัดการป่าไม้เชิงอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น "คำปัน" เกษตรกรจากเชียงราย ที่เล่าว่า "กาแฟทำให้ลูกหลานกลับมาทำงานที่บ้าน ไม่ต้องไปหางานไกลเหมือนเมื่อก่อน"
กลางน้ำ: ยกระดับมาตรฐานการผลิต เชื่อมโยงธุรกิจกับชุมชน
เมื่อกาแฟถูกส่งต่อมาสู่ "กลางน้ำ" OR ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิตที่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่โรงแปรรูปกาแฟแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ จนถึงศูนย์ผลิตกาแฟครบวงจรที่ "OASYS" จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ดูแลครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคั่ว การผสมสูตร ไปจนถึงการกระจายสินค้าให้กับ Café Amazon กว่า 4,000 สาขาทั่วประเทศ
สิ่งที่โดดเด่นคือ กระบวนการผลิตทั้งหมดดำเนินไปภายใต้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ได้รับการรับรองด้านคุณภาพและความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงรางวัล CSR-DIW จากกระทรวงอุตสาหกรรม ตอกย้ำมาตรฐานของธุรกิจที่ใส่ใจต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ "กลางน้ำ" ยังกลายเป็นจุดเชื่อมโยงกับสังคมรอบข้าง OR ได้จัดทำโครงการเพื่อชุมชนหลายด้าน เช่น โครงการสานฝันเยาวชน ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้ามาเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม และโครงการ "OR อาสาสานสุข" ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการศึกษาในท้องถิ่นรอบโรงงาน
ปลายน้ำ: ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกและการคืนคุณค่าให้สังคม
ในมุมมองของ OR ในส่วนปลายน้ำของธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่เพียงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภค แต่เป็นการ "ส่งต่อคุณค่า" สู่โลกและสังคมในวงกว้าง โดยเริ่มจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่ผ่านการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ทั้งในรูปแบบ Carbon Footprint Reduction (CFR) และ Carbon Footprint of Product (CFP)
ปัจจุบัน Café Amazon มีสินค้าลดคาร์บอนกว่า 10 รายการ เช่น กาแฟดริป และเมล็ดกาแฟคั่วบด ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดกาแฟไทยที่มุ่งสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในอีกมิติหนึ่ง OR ยังใช้เครือข่ายสาขา Café Amazon เป็นกลไกคืนคุณค่าให้กับสังคม ผ่านร้านกาแฟเพื่อสังคม "Café Amazon for Chance" ที่เปิดโอกาสการจ้างงานแก่ผู้พิการและกลุ่มเปราะบางปัจจุบันมีแล้วกว่า 400 สาขาทั่วประเทศ ร้านเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสร้างงาน แต่ยังเป็นพื้นที่พัฒนาทักษะ ฟื้นฟูความมั่นใจ และเปิดทางให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถกลับมายืนหยัดในสังคมได้อย่างภาคภูมิ
โมเดลธุรกิจผสาน "เศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม"
โครงการ Sustainable Coffee Project ของ Café Amazon จึงสะท้อนให้เห็นว่า "ธุรกิจยั่งยืน" ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ยกระดับมาตรฐานการผลิต ไปจนถึงการคืนคุณค่าให้กับสังคม
โมเดลนี้กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ธุรกิจสามารถสร้างสมดุลระหว่าง ผลกำไรและความรับผิดชอบต่อโลก ได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับกระแสเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่กำลังขับเคลื่อนในระดับโลก





