background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘ฟินแลนด์’ ฝัง ‘กากกัมมันตรังสี’ ไว้ใต้ดิน แก้ปัญหาขยะ ‘พลังงานนิวเคลียร์’

‘ฟินแลนด์’ ฝัง ‘กากกัมมันตรังสี’ ไว้ใต้ดิน แก้ปัญหาขยะ ‘พลังงานนิวเคลียร์’

ตั้งแต่เริ่มใช้ “พลังงานนิวเคลียร์” ในช่วงทศวรรษปี 1950 เตาปฏิกรณ์กว่า 400 แห่งใน 31 ประเทศได้ผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วประมาณ 430,000 เมตริกตัน และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีวิธีการกำจัดเชื้อเพลิงเหล่านี้อย่างถาวร

สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศประมาณการว่า เชื้อเพลิงเหล่านี้ถูกการรีไซเคิลไปแล้วประมาณ 30% ซึ่งนำแร่ธาตุกลับมารีไซเคิลใช้เป็นเชื้อเพลิงใหม่สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ แต่ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บไว้ในระบบจัดเก็บชั่วคราว โดยยังไม่ทราบว่าชะตากรรมว่าสุดท้ายแล้วจะลงเอยที่ใด

ปัจจุบันความต้องการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้สำหรับขับเคลื่อนระบบ AI และศูนย์ข้อมูล แต่ขณะเดียวกันก็ต้องลดการปล่อยคาร์บอนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ดังนั้นพลังงานนิวเคลียร์จึงเป็นทางออกที่ดี และหลายประเทศเริ่มชะลอการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงจะสร้างเพิ่มเติมอีกด้วย ในอนาคตจึงจะมีกากกัมมันตรังสีเพิ่มมากขึ้น

กากเชื้อเพลิงใช้แล้วเป็นสามารถทำลายสุขภาพของมนุษย์ต่อเนื่องอย่างน้อย 10,000 ปี และยังคงกัมมันตภาพรังสีอยู่เป็นเวลาหลายล้านปี สำหรับวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว คือ การนำไปรักษาไว้ใต้ดิน แต่สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จำเป็นต้องสร้างใหม่ทั้งหมด และ “ฟินแลนด์” ได้สร้างคลังใต้ดินเพื่อจัดเก็บกากกัมมันตรังสีโดยเฉพาะ

บนชายฝั่งตะวันตกของฟินแลนด์ เป็นที่ตั้งของ Onkalo โรงงานกักเก็บขยะกัมมันตภาพรังสีแห่งแรกของประเทศ ทางป่าทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟินแลนด์ ซึ่งใช้บรรจุเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 5 เครื่องของฟินแลนด์ โดย Posiva Oy บริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทพลังงานนิวเคลียร์ มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการกำจัดแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

‘ฟินแลนด์’ ฝัง ‘กากกัมมันตรังสี’ ไว้ใต้ดิน แก้ปัญหาขยะ ‘พลังงานนิวเคลียร์’ แผนผัง Onkalo โรงงานกักเก็บขยะกัมมันตภาพรังสี
เครดิตภาพ: Posiva

คลังเก็บขยะกัมมันตภาพรังสีใต้ดิน ที่ระดับความลึก 430 เมตร โดยจะต้องเก็บเชื้อเพลิงไว้ในกระป๋องทองแดง แล้วใส่เข้าไปในช่องที่ขุดไว้ในผนังหินแกรนิตของคลังเก็บใต้ดิน จากนั้นทุกอย่างจะถูกปิดผนึกด้วยเบนโทไนต์ ทำหน้าที่เป็นตัวกันกระแทกป้องกันการเคลื่อนตัวของชั้นหินเบื้องล่าง

ในช่วงกลางเดือนมีนาคม มีการทดสอบภาชนะทดสอบ 5 ใบ บรรจุสารที่ไม่กัมมันตภาพรังสีถูกปิดผนึกในสถานที่พิเศษเหนือพื้นดินก่อนจะถูกขนส่งไปใต้ดินและจัดเก็บตามอุโมงค์ใต้ดินยาว 70 เมตร เพื่อเป็นการพิสูจน์แนวคิดเบื้องต้นสำหรับกระบวนการจัดเก็บของถังเก็บกากกัมมันตรังสี ดังนั้นหากสร้างคลังเก็บขยะกัมมันตภาพรังสีใต้ดินสำเร็จ ฟินแลนด์จะเป็นผู้นำในการกักเก็บขยะเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

โครงการ Onkalo สร้างตามวิธีที่เรียกว่า “KBS-3” ที่พัฒนาโดย Swedish Nuclear Fuel and Waste Management บริษัทจัดการกากกัมมันตภาพรังสี โดย KBS-3 อิงตามหลักการสร้างที่กั้นหลายชั้น ซึ่งจะช่วยรับประกันความปลอดภัยในระยะยาวของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว หมายความว่าหากมีชั้นป้องกันชั้นใดชั้นหนึ่งเสื่อมสภาพ  การแยกกากกัมมันตภาพรังสีก็จะไม่ได้รับผลกระทบ

ตอนนี้ Onkalo ใช้ค่าก่อสร้างไปแล้ว 900 ล้านยูโร และคาดว่าต้องใช้เงินอีกประมาณ 4,000 ล้านยูโรเพื่อให้โครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่เชื่อว่าโครงการจะเกิดขึ้น และบางคนก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น คนในท้องถิ่นบางคนไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ไม่พอใจที่ขยะนิวเคลียร์จะถูกเก็บไว้ใกล้ ๆ ส่วนนักวิจัยยังกังวลว่าภาชนะจัดเก็บ โดยเฉพาะกระป๋องทองแดงอาจการกัดกร่อนที่อาจเกิดขึ้น

ผลการศึกษาของจินชาน แพน ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การกัดกร่อนที่ KTH Royal Institute of Technology พบว่า มีความเสี่ยงที่ซัลไฟด์ในน้ำใต้ดินที่จะกัดกร่อนทองแดงที่ใช้ในภาชนะบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

กาเรธ ลอว์ ศาสตราจารย์ด้านรังสีเคมีแห่งมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นคลังเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้วไปกำจัดด้วยวิธีที่ปลอดภัยและมั่นคง และฟินแลนด์จะก้าวนำหน้าประเทศอื่น ๆ อย่างน้อย 10 ปี ในการกำจัดขยะเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

นอกจากฟินแลนด์แล้ว ประเทศต่าง ๆ ก็กำลังดำเนินรอยตามเช่นกัน โดยสวีเดนเตรียมเริ่มดำเนินการสร้างคลังเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของตนเองเช่นกัน ซึ่งจะบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วได้มากถึง 12,000 เมตริกตัน คาดว่าจะขยายอุโมงค์ได้กว่า 60 กิโลเมตรเมื่อสร้างเสร็จที่ความลึก 500 เมตร หลังจากวางแผนมา 40 ปี และเพิ่งได้รับใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้าง

การก่อสร้างอาจเริ่มต้นได้ภายในทศวรรษหน้าและดำเนินต่อไปจนถึงปี 2080 โดยพื้นที่ใต้ดินของที่เก็บขยะแห่งนี้จะขยายออกไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องอันตรายจากการกัดกร่อนของกระป๋องทองแดง ที่อาจทำให้ธาตุที่เป็นกัมมันตภาพรังสีถูกปล่อยออกมาในน้ำใต้ดิน เช่นเดียวกับฟินแลนด์

อีกด้านหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก แคนาดากำลังวางแผนที่จะสร้างสถานที่จัดเก็บเช่นกัน หลังจากการถกเถียงกันเป็นเวลา 14 ปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้เลือกสถานที่ภายในเมืองอิกเนซ รัฐออนแทรีโอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนพื้นเมือง Wabigoon Lake Ojibway Nation เนื่องจากสามารถมองว่าเป็นแหล่งลงทุนและงานใหม่

ขณะที่ ฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ก็ค่อย ๆ มีความคืบหน้าของโครงการเหล่านี้ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการปลดล็อกกฎระเบียบทางราชการ โดยฝรั่งเศสอาจจะเริ่มต้นโครงการได้ในปี 2027 หากมีการคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สามารถกระทำต่อโครงสร้างเหนือพื้นดินได้

ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ เลือกสร้างคลังเก็บขยะกัมมันตภาพรังสีทางตอนเหนือของเมืองซูริก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีดินเหนียวโอปอลีนอัดแน่นมากเป็นพิเศษ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นภาชนะเก็บวัสดุกัมมันตภาพรังสีในระยะยาว คาดว่าจะมีการอนุมัติขั้นสุดท้ายประมาณปี 2030 ขึ้นอยู่กับการลงประชามติ โดยเริ่มสร้างคลังเก็บขยะนิวเคลียร์ภายในปี 2060

ไค ไมก์กาเนน รัฐมนตรีกระทรวงสภาพอากาศของฟินแลนด์ กล่าวกับ CNBC ว่า “นี่เป็นวิธีแสดงให้เห็นว่าประเทศเล็ก ๆ สามารถแก้ปัญหาหรือความท้าทาย 20 อันดับแรกของมนุษยชาติได้”

ไมก์กาเนนมั่นใจว่าโครงการ Onkalo เป็นวิธีแก้ปัญหาความยั่งยืนของขยะนิวเคลียร์ พร้อมมั่นใจว่าประชากรฟินแลนด์ส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับโครงการนี้ และมองว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สามารถใช้เป็นต้นแบบให้ทุกประเทศทั่วโลก

 

ที่มา: BBCCNBCThe New York TimesWired

‘ฟินแลนด์’ ฝัง ‘กากกัมมันตรังสี’ ไว้ใต้ดิน แก้ปัญหาขยะ ‘พลังงานนิวเคลียร์’ ภายนอกอาคาร Onkalo โรงงานกักเก็บขยะกัมมันตภาพรังสี
เครดิตภาพ: Posiva