background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

หมอกควันข้ามแดน ไทย ลาว เมียนมา ร่วมแผนปฏิบัติการเพื่อลมหายใจเดียวกัน

หมอกควันข้ามแดน ไทย ลาว เมียนมา ร่วมแผนปฏิบัติการเพื่อลมหายใจเดียวกัน

เมื่อหมอกควันไม่รู้จักคำว่า "พรมแดน" ปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาในที่โล่ง การเผาป่า และกิจกรรมทางเกษตรที่ขาดการควบคุม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง

แต่พัดพามาสู่ประเทศไทย ลาว และเมียนมา พร้อมผลกระทบที่ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

หมอกควันข้ามแดน ไทย ลาว เมียนมา ร่วมแผนปฏิบัติการเพื่อลมหายใจเดียวกัน

หมอกควัน: ปัญหาที่ลอยข้ามพรมแดน

หมอกควัน หรือ Haze คือกลุ่มของอนุภาคขนาดเล็ก เช่น ฝุ่นละออง ควัน และก๊าซพิษที่ลอยตัวในอากาศสะสมจนปกคลุมพื้นที่กว้าง เกิดขึ้นมากในฤดูแล้งระหว่างกุมภาพันธ์ถึงเมษายน

ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียมเผยให้เห็นว่ามี      "จุดความร้อน" (Hotspots) เพิ่มขึ้นอย่างหนาแน่นในหลายพื้นที่ของภูมิภาค โดยเฉพาะจากกิจกรรมเผาในที่โล่ง   การเผาป่าผิดกฎหมาย และการเกษตรแบบดั้งเดิมที่ไม่ยั่งยืน

ปัญหานี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งต่อสุขภาพประชาชน ระบบทางเดินหายใจ ภาวะหัวใจ และแม้กระทั่งการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร อีกทั้งยังส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และเร่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ภัยซ้ำซ้อน: ผลกระทบต่อชีวิต สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

หมอกควัน ส่งผลกระทบมากกว่าด้านสุขภาพ มันยังทำลายสิ่งแวดล้อมและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

การเผาป่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง CO2 และมีเทน เพิ่มความรุนแรงของวิกฤติภูมิอากาศ ทำให้ดินเสื่อมโทรม สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และกระทบต่อการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เมื่อไทยขยับ ความร่วมมือก็เริ่มเดินหน้า

ไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้รับผลกระทบ แต่ยังเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิด ด้วยบทบาทสำคัญ จึงเป็นผู้นำในการผลักดันความร่วมมือข้ามพรมแดนอย่างจริงจังระดับภูมิภาค ทั้งในกลุ่มอาเซียน ลุ่มน้ำโขง และความร่วมมือแบบไตรภาคีกับลาวและเมียนมา

โดยในปี 2566 ประเทศไทยริเริ่มจัดทำ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” (CLEAR Sky Strategy) ร่วมกับผู้นำลาวและเมียนมา เพื่อสร้างระบบการจัดการปัญหาหมอกควันอย่างเป็นรูปธรรม

 

ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy): ความหวังของลมหายใจและอากาศที่บริสุทธิ์

แผนปฏิบัติการ “CLEAR Sky for All” ได้รับการออกแบบเพื่อให้เป็นมากกว่าเอกสาร และมุ่งหวังให้เป็นแนวทางปฏิบัติจริงที่ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมได้ โดยมี 5 แนวทางหลัก ได้แก่:

1. ยึดเป้าหมายลดจุดความร้อนตามแผนเชียงราย ปี 2017 – ใช้แผนที่มีอยู่แล้วให้เกิดผล พร้อมติดตามค่าฝุ่นอย่างต่อเนื่อง

2. เสริมสร้างกลไกความร่วมมือระดับชายแดน – ระหว่างไทย-ลาว-เมียนมา เชื่อมโยง Focal Point ในแต่ละประเทศ ผ่านคณะกรรมการชายแดน 

3. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ไทย ผ่านการอบรมและ workshop สร้างต้นแบบให้ประเทศเพื่อนบ้าน

4. พัฒนาเครือข่ายตรวจวัดคุณภาพอากาศ และระบบติดตามหมอกควันด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม

5. ขยายผลนโยบายสู่การปฏิบัติจริง ทั้งในระดับภาครัฐ เอกชน ชุมชน และภาคการศึกษา

หมอกควันข้ามแดน ไทย ลาว เมียนมา ร่วมแผนปฏิบัติการเพื่อลมหายใจเดียวกัน

เส้นทางข้างหน้า: ความท้าทายของปัญหาที่ซับซ้อน จึงต้องใช้เวลาและความร่วมมือ

แม้มีความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 3 ทศวรรษ แต่การแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนยังเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งความแตกต่างด้านนโยบาย ทรัพยากรที่ไม่เท่าเทียม และวิถีชีวิตเกษตรกรรมดั้งเดิมที่ยากจะเปลี่ยนแปลง

ข้อตกลงระดับภูมิภาคที่ขาดพลังและสภาพบังคับกันได้ และมาตรการภายในประเทศยังคงอยู่ในระดับการหารือ ไม่สามารถดำเนินการเชิงรุกได้  ไม่มีเครื่องมือกฎหมายเฉพาะเช่นสิงคโปร์

การเผาในที่โล่งยังคงเป็นวิถีชีวิตที่ยากจะเปลี่ยน การจะแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน จึงต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน การให้ความรู้ และแรงจูงใจที่เหมาะสมในระดับพื้นที่ที่เหมาะสม

เกือบ 2 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI  ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โดยการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และภาคีความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง

ภายใต้ดำเนินโครงการพัฒนาความร่วมมือ ไทย-ลาว-เมียนมา ขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ให้เกิดการทำงานทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ ผ่านกลไกความร่วมมือภายในประเทศและระหว่างประเทศ กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

พร้อมการมีคณะทำงานแผนปฏิบัติการร่วม CLEAR Sky (2024-2030) ของ 3 ประเทศ จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันและสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกันในระยะยาว

ทางออกที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากความเข้าใจและร่วมแรงร่วมใจ

บทเรียนจากการทำงานทำให้เข้าใจปัญหาการจัดการหมอกควัน จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย

แต่คือการสร้างระบบที่ยั่งยืน รัฐต้องจริงจังกับการส่งเสริมการเกษตรที่ไม่พึ่งการเผา การให้ความรู้ในพื้นที่ เสริมสร้างเครื่องมือสนับสนุน สำคัญ การผลักดันให้เกิดแรงจูงใจด้านเศรษฐกิจและสังคมควบคู่ไปกับนโยบาย

และที่สำคัญที่สุดคือ การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และเข้มแข็งมากเพียงพอ การปฏิบัติถึงจะเดินต่อไปได้ 

แม้หมอกควันอาจไร้พรมแดน แต่ลมหายใจของเราทุกคนเชื่อมถึงกัน เพราะอากาศที่เราหายใจ ไม่มีพรมแดน ปัญหานี้จึงต้องแก้ไขด้วยหัวใจและความจริงใจที่ไม่มีพรมแดนเช่นกัน.