background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

จะปรับค่ามาตรฐาน PM2.5 (24ชม.) เท่ากับ 15 มคก.ต่อ ลบ.ม.จริงหรือ

จะปรับค่ามาตรฐาน PM2.5 (24ชม.) เท่ากับ 15 มคก.ต่อ ลบ.ม.จริงหรือ

เมื่อ 29 ม.ค.68 แพทย์ผู้หนึ่งเสนอความคิดให้ไทยเปลี่ยนมาตรฐาน PM2.5 จาก 37.5 เป็น 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยอ้างว่าเป็นข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก เราสองคนในฐานะนักวิชาการที่ได้คลุกคลีกับเรื่องนี้มาสิบกว่าปี ใคร่ขอแสดงความคิดเห็นที่ต่างออกไป ดังต่อไปนี้

ตัวเลขขององค์การอนามัยโลกนั้นไม่ใช่มาตรฐาน ซึ่งเป็นเรื่องทางกฎหมายที่ต้องใช้บังคับ  หากทำไม่ได้ตามนั้นผู้ที่ประกาศกำหนดค่ามาตรฐานสามารถถูกลงโทษได้ 

ทว่าตัวเลขขององค์การอนามัยโลกนั้นเป็นเพียงแค่เป้าหมายระหว่างกาล(interim)ซึ่งมีอยู่หลายระดับ ที่ในที่สุดจะนำไปสู่เกณฑ์แนะนำ(guideline) แต่ไม่ใช่ภาคบังคับ

ดังตารางเปรียบเทียบค่าเป้าหมายและแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่ไม่ใช่เป็นกฎหมายที่ต้องบังคับใช้ และส่วนที่เป็นมาตรฐาน PM2.5(เฉลี่ย24ชม.) ของบางประเทศที่ใช้บังคับ

การที่องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นเพียงแค่เป้าหมายและเกณฑ์แนะนำนั้นเป็นเพราะองค์การอนามัยโลกเองก็ตระหนักดีว่าความพร้อมในทางเศรษฐกิจ ทางสังคม และทางการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละประเทศนั้น ไม่เหมือนกันและไม่เท่ากัน

แม้กระทั่งอเมริกาเอง ซึ่งร่ำรวยกว่าประเทศเรามากนัก ก็ไม่ได้กำหนดมาตรฐานตาม AQG (Air Quality Guideline) ขององค์การอนามัยโลก  ตัวเลขเฉลี่ย24ชั่วโมงปัจจุบันของอเมริกาคือ 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งใกล้เคียงกับของประเทศไทยที่ 37.5 อย่างมาก 

การที่อเมริกาไม่กำหนดให้เท่ากับ 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเป็นเพราะว่าอเมริกาเองก็ตระหนักดีว่าการบังคับใช้กฎหมายในระดับนั้นมีผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งสิ่งแวดล้อมในมิติอื่นอีกมากมาย และ(ยัง)ไม่สมควรทำ

จะปรับค่ามาตรฐาน PM2.5 (24ชม.) เท่ากับ 15 มคก.ต่อ ลบ.ม.จริงหรือ

ประเทศจีน(class2)และอินเดียใช้มาตรฐาน PM2.5(24ชม.) เท่ากับ 75 และ 60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรตามลำดับซึ่งสูงกว่าของประเทศไทยมาก  เหตุผลก็ตามที่กล่าวมา คือ บริบทของเขากับของเรามันต่างกัน 

และที่ต้องตระหนักให้ถ่องแท้ด้วยอย่างมากก็คือ สหภาพยุโรปไม่มีแม้กระทั่งมาตรฐาน PM 2.5 เฉลี่ยรายวัน  คือไม่มีตัวเลขตัวนี้สำหรับการจัดการคุณภาพอากาศของเขาเลย   ดังนั้นการที่เราจะเน้นแค่เพียงปรับตัวเลขค่ามาตรฐานให้ดูดี  แต่ทำจริงไม่ได้  ก็คงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะไปทำเช่นนั้น

ปัจจุบันไทยแม้เราใช้มาตรฐาน PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เราก็ยังมีปัญหามาตลอดในสิบปีที่ผ่าน คือไม่สามารถทำให้คุณภาพอากาศผ่านมาตรฐานได้จริง 

ดังนั้น ถ้าเราลดตัวเลขมาตรฐานให้ต่ำลงหรือเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของคุณภาพอากาศให้มากขึ้นโดยไม่มีการเตรียมการอย่างอื่นเพื่อลดการระบายฝุ่น PM2.5 จากแหล่งกำเนิดอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน ก็คงไม่ได้ผลสัมฤทธิ์ และแผนที่ดัชนีคุณภาพอากาศหรือ AQI ของ PM2.5(24ชม.) ก็จะแดงเถือกทั้งแผ่นดิน 

แล้วผลกระทบต่อระบบอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยว การค้าระหว่างประเทศ  การเมือง ความคาดหวังที่ผิดเพี้ยน ก็จะตามมาอย่างไม่พึงให้เกิดขึ้น

จริงอยู่การเรียกร้องของประชาชนอย่างต่อเนื่องสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง อย่างเช่น ภาครัฐก็ได้เคยปรับค่ามาตรฐานรายวันของ PM2.5 จาก 50 เป็น 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรมาแล้วในปี พ.ศ. 2566 

ถึงกระนั้นก็ตามเราสองคนก็ยังอยากขอร้องให้รัฐไทยอย่าได้ตื่นตระหนกจนเกินควร  จนรับที่จะนำไปกำหนดมาตรฐาน PM2.5 รายวันหรือ 24 ชั่วโมงเป็น 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรดังที่มีคนที่หวังดีต่อบ้านเมืองได้เสนอมา

อนึ่ง ถ้ารัฐไทยยังทำงานในลักษณะตั้งรับกับปัญหาแบบที่ผ่านมา ไม่มีการทำงานเชิงรุกเพื่อจัดทำนโยบายบนฐานของวิทยาศาสตร์ และต้องรอการเรียกร้องกดดันจากภาคประชาชนเช่นนี้อยู่ร่ำไป 

การจัดการคุณภาพอากาศในบ้านเราก็คงไม่พ้น "แก้ผ้าเอาหน้ารอด” หรือ“ลิงแก้แห” และ“ไฟไหม้ฟาง” ไปอีกนาน  ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าทุกภาคีที่เกี่ยวข้องอันรวมถึงภาครัฐด้วย ต่างก็ไม่ประสงค์ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป.

บทความโดย

ธงชัย พรรณสวัสดิ์

ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา 

อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ