background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘ดวงจันทร์’ ถูกคุกคามจากท่องเที่ยวและสำรวจอวกาศ ขึ้นเป็นมรดกโลกเสี่ยงอันตราย

‘ดวงจันทร์’ ถูกคุกคามจากท่องเที่ยวและสำรวจอวกาศ ขึ้นเป็นมรดกโลกเสี่ยงอันตราย

กองทุนเพื่ออนุสรณ์สถานโลก หรือ WMF (World Monuments Fund) ประกาศรายชื่อแหล่งโบราณคดีใหม่ 25 แห่ง ที่เข้าข่ายเฝ้าระวังว่าจะได้รับความเสียหาย ในโครงการ World Monuments Watch ประจำปี 2025 โดยแหล่งโบราณคดีเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ในโลกเท่านั้น เพราะ “ดวงจันทร์” ของโลกก็ได้รับการคัดเลือกในปีนี้เช่นกัน

พื้นผิวดวงจันทร์เป็นที่ตั้งของโบราณวัตถุจำนวนมากจากการสำรวจดวงจันทร์ของมนุษย์ เช่น ฐานของยานอพอลโล 11 ที่ลงจอดบนดวงจันทร์ และรอยเท้านอกโลกรอยแรกของมนุษย์ที่ฝากไว้ตั้งแต่ปี 1969 แต่ด้วยการแข่งขันทางอวกาศในปัจจุบันที่กลับมาดุเดือดจะทำให้ขยะอวกาศเพิ่มมากขึ้น อีกคนร่ำรวยที่เดินทางไปอวกาศเพิ่มมากขึ้นและรัฐบาลจำนวนมากขึ้นที่มุ่งหวังให้มนุษย์เดินทางสู่อวกาศ อาจทำให้วัตถุที่มนุษย์ทิ้งไว้เป็นมรดกบนดวงจันทร์ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะฐานทัพทรานควิลลิตี้ จุดลงจอดของยานอพอลโล 11 ที่นีล อาร์มสตรอง นักบินอวกาศเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

แหล่งโบราณคดีทั้ง 25 แห่งที่ได้รับคัดเลือกในปีนี้ครอบคลุม 29 ประเทศใน 5 ทวีป (และ 1 ดวงจันทร์) เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากความท้าทายต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การท่องเที่ยว ความขัดแย้ง และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้แก่ ฉนวนกาซา อาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับความเสียหายในกรุงเคียฟ และแนวชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะในเคนยาและสหรัฐ

WMF ให้เหตุผลในการนำดวงจันทร์เข้าเป็นแหล่งอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชิญชวนให้สาธารณชนได้พูดคุยกันในวงกว้าง เกี่ยวกับความหมายของการสำรวจอวกาศยุคใหม่ว่ามีความหมายต่อวัฒนธรรมและภูมิทัศน์ธรรมชาติของดวงจันทร์อย่างไร อีกทั้งถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนข้อตกลงระหว่างประเทศและการคุ้มครองแหล่งมรดกบนดวงจันทร์

‘ดวงจันทร์’ ถูกคุกคามจากท่องเที่ยวและสำรวจอวกาศ ขึ้นเป็นมรดกโลกเสี่ยงอันตราย

“เป็นครั้งแรกที่ดวงจันทร์ถูกรวมอยู่ในรายชื่อแหล่งอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ เพื่อสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการรับรู้และรักษาโบราณวัตถุที่เป็นเครื่องยืนยันถึงก้าวแรกของมนุษย์ในการเดินทางออกไปนอกโลก นับเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ร่วมกันของเรา” เบเนดิกต์ เดอ มงต์ลอร์ ประธานและซีอีโอของ World Monuments Fund กล่าว

วัตถุต่าง ๆ เช่น กล้องโทรทรรศน์ที่ถ่ายทอดรอยเท้าของอาร์มสตรองและบัซซ์ อัลดริน มนุษย์สองคนแรกที่เหยียบบนดวงจันทร์ แผ่นบันทึกความทรงจำที่นักบินอวกาศของยานอพอลโล 11 ทิ้งไว้บนโลก และสิ่งอื่น ๆ อีกหลายร้อยชิ้นเป็นสัญลักษณ์ของมรดกนี้ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการสำรวจต่าง ๆ ของนานาประเทศที่เกิดขึ้นบนดวงจันทร์บ่อยขึ้น โดยไม่มีมาตรการอนุรักษ์ที่เหมาะสม

“การรวมดวงจันทร์เข้ามาด้วยนั้นเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้กลยุทธ์เชิงรุกและความร่วมมือระดับสากล เพื่อปกป้องมรดกที่สะท้อนและดำรงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ร่วมกันของเรา ไม่ว่าจะบนโลกหรือนอกโลกก็ตาม” เดอ มงต์ลอร์กล่าวในแถลงการณ์

‘ดวงจันทร์’ ถูกคุกคามจากท่องเที่ยวและสำรวจอวกาศ ขึ้นเป็นมรดกโลกเสี่ยงอันตราย รอยเท้านีล อาร์มสตรองบนดวงจันทร์
เครดิตภาพ: นาซา

 

มรดกบนดวงจันทร์

เบธ โอเลียรี ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวเม็กซิโกกล่าวว่า “เรามีมรดกทางดวงจันทร์ที่น่าทึ่งและกำลังมีมากขึ้นเรื่อย ๆ มรดกเหล่านี้เป็นของมนุษยชาติทั้งหมด ตั้งแต่ยานอวกาศหุ่นยนต์ลำแรก ลูน่า 2 ที่ส่งไปโดยอดีตสหภาพโซเวียตในปี 1959 ไปจนถึงการเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรกของนักบินอวกาศชาวอเมริกัน 2 คน ณ ฐานทัพทรานควิลิตี้ในปี 1969 รวมไปถึงการเดินทางสำรวจบริเวณขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์โดยหลายประเทศเมื่อไม่นานนี้” 

โอเลียรียกย่องว่าการลงเดินบนดวงจันทร์ของโครงการอพอลโล เทียบเท่ากับการย้ายถิ่นฐานของบรรพบุรุษของมนุษย์ออกจากแอฟริกาเมื่อกว่า 300,000 ปีก่อน

“เป็นเวลากว่า 20,000 วันแล้วที่มนุษย์สองคนเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ในช่วงเวลากว่า 55 ปี  มนุษย์ได้ประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการสำรวจและใช้งานอวกาศ” โอเลียรีชี้ให้เห็น 

คณะกรรมการวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศว่าด้วยมรดกอวกาศของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ หรือ อิโคโมส (ICOMOS) กลุ่มที่อุทิศตนเพื่อการอนุรักษ์อนุสรณ์สถานและสถานที่ต่าง ๆ ของโลก เป็นผู้เเสนอชื่อดวงจันทร์ให้เป็นอนุสรณ์สถานที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ 

ในฐานะที่โอเลียรีเป็นสมาชิกของ ICOMOS เธอกล่าวว่า “ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่กองทุนอนุสรณ์สถานโลกได้เลือกดวงจันทร์ ซึ่งเสนอชื่อโดยพวกเราเข้าโครงการ ฉันมองว่าการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนการอนุรักษ์ที่ต้องใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศ”

โอเลียรีกล่าวว่า นานาประเทศสามารถร่วมกันอนุรักษ์ดวงจันทร์ร่วมกันได้ โดยใช้รูปแบบเดียวกับ “ระบบสนธิสัญญาแอนตาร์กติก” ที่ทุกประเทศตกลงกันว่าจะไม่ครอบครองทวีปแอนตาร์กติกา และใช้ในการรอนุรักษ์ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ห้ามกิจกรรมทางทหารบนทวีป

“ทรัพยากรทางวัฒนธรรมบนดวงจันทร์ได้รับการอนุรักษ์ไว้ด้วยความห่างไกล แต่ก็เสี่ยงต่อความเสียหายและการทำลายล้างจากกิจกรรมทางอวกาศที่เพิ่มขึ้น ทั้งในระดับประเทศและเชิงพาณิชย์” โอเลียรีกล่าวเสริม เธอกล่าวว่าโครงการ World monument Watch เรียกร้องให้มีการร่วมมือระดับโลกเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ของดวงจันทร์

ขณะที่ เดอ มงต์ลอร์กล่าวว่า “ไม่มีใครเป็นดวงจันทร์ และดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและอนาคต

โดยทั่วไปแล้วการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมนั้นกำหนดโดยแต่ละประเทศ ซึ่งทำให้ภารกิจในการดูแลสถานที่สำคัญระดับนานาชาติ เช่น ดวงจันทร์ ยากขึ้น ตั้งแต่ปี 2020 สหรัฐและอีก 51 ประเทศได้ลงนามใน “ข้อตกลงอาร์เทมิส” เป็นการระบุบรรทัดฐานที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอวกาศ กฎดังกล่าวรวมถึงการเรียกร้องให้อนุรักษ์มรดกทางอวกาศ รวมถึงจุดลงจอดด้วยหุ่นยนต์ สิ่งประดิษฐ์ ยานอวกาศ และหลักฐานอื่น ๆ ที่บ่งชี้ถึงกิจกรรมบนวัตถุท้องฟ้า ส่วนสหประชาชาติร่างข้อตกลงผูกพันของแยกต่างหาก กำหนดให้มีการคุ้มครองสถานที่บนดวงจันทร์ แต่แทบไม่มีความคืบหน้าในการขอให้ประเทศสำคัญ ๆ ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว


ที่มา: ABCSpaceThe New York Times

‘ดวงจันทร์’ ถูกคุกคามจากท่องเที่ยวและสำรวจอวกาศ ขึ้นเป็นมรดกโลกเสี่ยงอันตราย