background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

‘โลกร้อน’ กระทบ Polar Vortex 2025 จะหนาวสุดขั้ว ร้อนสุดขีด

‘โลกร้อน’ กระทบ Polar Vortex 2025 จะหนาวสุดขั้ว ร้อนสุดขีด

Polar Vortex มักเกิดขึ้นตามฤดูกาลหรือเป็นวัฏจักร แต่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นประจำปี และแม้ทำให้สหรัฐและแคนาดาหนาวสุดขั้วในตอนนี้ แต่หน่วยงานระดับโลกหลายแห่งเตือนว่า ปีนี้โลกยังคงร้อนสุดขีด รองจากปี 2024 และ 2023

สหรัฐและแคนาดากำลังเผชิญกับพายุฤดูหนาวรุนแรงตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ส่งผลกระทบต่อผู้คนมากกว่า 60 ล้านคนทางตะวันออกของสหรัฐ โดยคลื่นความเย็นที่ยังคงมีอยู่ซึ่งอาจลดลงไปถึง -50 องศาเซลเซียส ได้รับอิทธิพลมาจากปรากฏการณ์ “โพลาร์วอร์เท็กซ์” (Polar Vortex) หรือ“กระแสลมวนขั้วโลก

โพลาร์วอร์เท็กซ์ คือ กระแสลมวนขั้วโลกที่หมุนวนแบบทวนเข็มนาฬิการอบขั้วโลกเหนือ ด้วยแรงลมราว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมีกระแสวนลม 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ กระแสลมวนโทรโพสเฟียร์ และสตราโตสเฟียร์

กระแสลมวนขั้วโลกโทรโพสเฟียร์ จะเกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศล่างสุด ซึ่งเป็นชั้นที่เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมากที่สุด โดยกระแสลมวนนี้จะก่อให้เกิดสภาพอากาศอุ่นทั่วละติจูดเหนือ ส่วนลมวนขั้วโลกที่โลกเผชิญอยู่คือ กระแสลมวนสตราโตสเฟียร์ ที่เกิดขึ้นราว 10-30 กิโลเมตรเหนือพื้นดิน โดยจะก่อตัวขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงและหายไปในฤดูใบไม้ผลิในแต่ละปี

กระแสลมวนทั้งสองชนิดนี้มีความสำคัญต่อการหมุนเวียนของชั้นบรรยากาศโลกและการควบคุมสภาพภูมิอากาศ 

หากกระแสลมวนสตราโสเฟียร์ปกติ อากาศหนาวเย็นจากอาร์กติกจะจำกัดอยู่แค่ในขั้วโลก แต่เมื่อสภาพอากาศจากชั้นบรรยากาศระดับต่ำอุ่นขึ้น กระแสลมวนจะอ่อนแอลง ส่งผลให้อากาศเย็นแผ่ขยายเกินขอบเขตภูมิภาคขั้วโลกเหนือ และความหนาวเย็นในขั้วโลกจะแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ซึ่งสามารถแผ่ไปได้ไกลถึงรัฐฟลอริดา

‘โลกร้อน’ กระทบ Polar Vortex 2025 จะหนาวสุดขั้ว ร้อนสุดขีด

อุณหภูมิที่เย็นจัดจากกระแสลมวนขั้วโลกอ่อนแอลง แม้มักเกิดขึ้นตามฤดูกาลหรือเป็นวัฏจักร แต่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นประจำปี ซึ่งที่ผ่านมากระแสลมวนขั้วโลกไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงมากหนัก จนกระทั่งปี 2014 ที่เกิดปรากฏการณ์นี้

โพลาร์วอร์เท็กซ์ในปี 2013-2014 ก่อให้เกิดอากาศหนาวเย็นและหิมะตกหนักทั่วแคนาดาและภาคตะวันออกของสหรัฐ ทำให้ทั้งภูมิภาคเข้าสู่หนึ่งในฤดูหนาวที่หนาวที่สุด ส่งผลให้เมืองมหานครสำคัญ เช่น นิวยอร์ก ฟิลาเดลเฟีย และชิคาโก ปกคลุมไปด้วยหิมะ และเป็นปีที่มีหิมะปกคลุมมากที่สุดติดท็อป 10 ในประวัติศาสตร์

บทความขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ที่เผยแพร่เมื่อปี 2015 ระบุว่า กระแสลมวนขั้วโลกในปี 2013-14 ทำให้ทะเลสาบเกรตเลกส์ (Great Lakes) กลายเป็นน้ำแข็ง 92.5% ของพื้นที่ ถือเป็นปีที่มีน้ำแข็งปกคลุมพื้นที่มากที่สุดเป็นอันดับ 2  ในประวัติศาสตร์ ส่วนทะเลสาบมิชิแกนก็กลายเป็นนำแข็งมากถึง 93.3 ของพื้นที่ ทุบสถิติมากที่สุดที่เคยบันทึกไว้

ทั้งนี้ เว็บไซต์นิวส์วีกเผยว่า ปรากฏการณ์โพลาร์วอร์เท็กซ์ในปัจจุบัน ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในสหรัฐและแคนาดาตลอดทั้งเดือน ม.ค. นี้

โลกร้อนกระทบ Polar Vortex?

นักวิจัยพยายามทำความเข้าใจผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงต่อความเข้มข้นหรือความถี่ของการเกิดอุณหภูมิเย็นลงอันเนื่องมาจากกระแสลมวนขั้วโลก และบางข้อมูลบ่งชี้ว่า สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลต่อกระแสลมวนขั้วโลกได้

"สตีเวน เดกเคอร์" ผู้อำนวยการโครงการปริญญาตรีสาขาอุตุนิยมวิทยา มหาวิทยาลัยรัตเจอร์ส เผยว่า 

"เป็นไปได้ที่กระแลลมวนขั้วโลกไม่แข็งแกร่งเนื่องมาจากโลกร้อน เพราะโลกไม่ได้ร้อนอย่างสม่ำเสมอเท่ากัน มันร้อนขึ้นในขั้วโลก บั่นทอนความแข็งแกร่งของกระแสลมวนขั้วโลกและกระแสลมกรด เสี่ยงทำให้กระแสลมวนหลุดออกและแผ่ขายออกมามากขึ้น"

โดยสรุป โลกร้อนมีส่วนทำให้กระแสลมวนขั้วโลกอ่อนแอ เพราะโลกไม่ได้ร้อนขึ้นเหมือนกันในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะขั้วโลกเหนือที่ร้อนขึ้นรวดเร็วภูมิภาคอื่นๆ ของโลก จึงส่งผลให้โพลาร์วอร์เท็กซ์และกระแสลมกรดอ่อนลง ความหนาวเย็นจึงแผ่เข้าสู่หลายภูมิภาค รวมทั้งยุโรปและเอเชียตอนเหนือ

ดับฝันไทยไม่อาจมีหิมะ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยที่อากาศหนาวเย็นขึ้นและยาวนานในปีนี้ ไม่ใช้อิทธิพลของกระแสลมวนขั้วโลกโดยตรง

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยแถลงว่า อากาศหนาวเย็นในไทยมาจากความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมายังประเทศไทยตอนบน และเผยเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์ Polar Vortex จะไม่ส่งผลกระทบมาถึงไทย เพราะมีเทือกเขาสูงอย่าง “เทือกเขาหิมาลัย” เป็นสิ่งกีดขวางกระแสลม ทำให้กระแสลมวนที่ไหลเวียนลงมาเปลี่ยนทิศทางไป

หนาวสุดขั้ว ร้อนสุดขีด

ด้านองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เผยว่าปี 2025 นี้ จะยังคงมีอากาศร้อนทุบสถิติ รองจากปี 2024 และปี 2023 และระดับก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บความร้อนไว้ในชั้นบรรยากาศยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แตะระดับสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ เสี่ยงเกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงสุดโต่ง และอาจนำไปสู่การเกิดภัยพิบัติธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น