background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

นักวิจัยพบ ‘แบคทีเรีย’ ในดิน ช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโต

นักวิจัยพบ ‘แบคทีเรีย’ ในดิน ช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโต

พืช” จะใช้พลังงานในการป้องกันตัวเองจาก “แบคทีเรีย” ที่ทำให้พืชเป็นโรคหรือตายอยู่เสมอ แต่ไม่ใช่ว่าแบคทีเรียทุกชนิดจะเป็นอันตรายต่อพืช ล่าสุดนักวิจัยพบว่า แบคทีเรียในดิน บางชนิดมีบทบาทสำคัญ ในการปรับการตอบสนองภูมิคุ้มกันของพืช และช่วยให้พืชเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากงานวิจัยของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Reports นักวิจัยแสดงให้เห็นว่า แบคทีเรียในดินบางชนิดสามารถส่งผลต่อสมดุลของการเจริญเติบโตและการป้องกันของพืชได้ โดยแบคทีเรียที่รวมตัวกันอยู่รอบรากของพืช จะสร้างเอนไซม์ที่สามารถลดกิจกรรมภูมิคุ้มกันของพืช และทำให้รากของพืชเติบโตได้นานขึ้นกว่าปรกติ 

“นี่เป็นก้าวเล็ก ๆ ในการทำความเข้าใจว่าจุลินทรีย์อาศัยอยู่บนโฮสต์ได้อย่างไร ไทั้งในพืช มนุษย์ หรือสัตว์อื่น ๆ โดยไม่กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของเราตลอดเวลา” โจนาธาน คอนเวย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเคมีและชีวภาพ ผู้เขียนงานวิจัยอาวุโส กล่าว 

เพื่อค้นหาแบคทีเรียที่ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน ทีมวิจัยจึงดัดแปลงพันธุกรรมพืชให้มีการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่อโปรตีน ที่ประกอบเป็นส่วนคล้ายเส้นด้ายที่เรียกว่า “แฟลกเจลลา” (flagella) ซึ่งช่วยให้แบคทีเรียสามารถว่ายน้ำได้ โดยโปรตีนที่ประกอบเป็นแฟลกเจลลาที่เรียกว่า “แฟลกเจลลิน” (flagellin) เป็นตัวกระตุ้นการตอบสนองภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพในพืชและมนุษย์

นักวิจัยปลูกต้นกล้าอะราบิดอพซิส (Arabidopsis) พืชขนาดเล็กในวงศ์มัสตาร์ดที่มักใช้ในการวิจัยพืช ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้ผลิตตัวรับภูมิคุ้มกันที่รับรู้แฟกเจลลินในระดับสูงในราก เมื่อปลูกบนจาน ที่มีชิ้นส่วนของแฟกเจลลิน รากของต้นกล้าจะอ้วนสั้น เนื่องจากพลังงานของต้นกล้าไปใช้กับการสร้างภูมิคุ้มกันมากกว่าการเจริญเติบโต

การทดลองนี้พบว่ามีแบคทีเรีย 165 สายพันธุ์ ที่อยู่ในรากของอะราบิดอพซิส โดยมีแบคทีเรีย 68 สายพันธุ์หรือคิดเป็น 41% สามารถกดภูมิคุ้มกันของพืชและปล่อยให้รากของพืชเติบโตได้นานขึ้น โดย Dyella japonica เป็นแบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งที่ช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดีที่สุด

จากงานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่ากิจกรรมปรับภูมิคุ้มกันของพืชชนิดนี้ขึ้นอยู่กับระบบการหลั่งโปรตีนเชิงซ้อนของแบคทีเรีย ที่สามารถเคลื่อนย้ายสารออกจากเซลล์แบคทีเรียและออกสู่สิ่งแวดล้อม รวมถึงภายในเซลล์พืชหรือช่องว่างระหว่างเซลล์พืช

จีโนมของ D. japonica เผยให้เห็นยีนที่เข้ารหัสเอนไซม์ที่หลั่งออกมาที่เรียกว่า “ซับทิเลส” ซึ่งสามารถสับแฟกเจลลินให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ และป้องกันไม่ให้เกิดการกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน

ทีมวิจัยใช้ทั้งวิธีการทางพันธุกรรมและทางชีวเคมีเพื่อแสดงให้เห็นว่า เอนไซม์ซับทิเลสสามารถย่อยสลายแฟกเจลลินในส่วนที่กระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันได้จริง การสลายตัวนั้นเพียงพอที่จะระงับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันและทำให้ต้นอะราบิดอพซิสเติบโตได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การทำให้เอนไซม์ซับทิเลสบริสุทธิ์ยังเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในปัจจุบัน ซามูเอล อีสต์แมน นักวิจัยหลังปริญญาเอกและผู้เขียนร่วมคนแรก ได้ติดต่อพูดคุยกับท็อดด์ นาอูมันน์ นักเคมีของกระทรวงเกษตรสหรัฐ ผู้เสนอให้ทำให้เอนไซม์บริสุทธิ์โดยใช้เซลล์ยีสต์แทนแบคทีเรีย ซึ่งจะสามารถทำให้เอนไซม์บริสุทธิ์และส่งไปที่พรินซ์ตันภายในไม่กี่เดือน  

“ตอนนี้เราสามารถทดลองกับมันได้ และเราสามารถดูสิ่งนี้ในหลอดทดลองได้จริง” อีสต์แมนอธิบาย ความร่วมมือนี้ทำให้ทีมสามารถทำการศึกษาหน้าที่ของเอนไซม์ได้อย่างละเอียดมากขึ้น

นอกเหนือจากการศึกษาเอนไซม์ซับทิเลสใน D. japonica แล้ว นักวิจัยยังพบยีนที่คล้ายกันในแบคทีเรียที่อยู่ในดินอีกหลายชนิด การทดสอบแสดงให้เห็นว่าแบคทีเรียที่แยกได้หลายสิบชนิดสามารถยับยั้งภูมิคุ้มกันที่เกิดจากแฟลเจลลินในพืชได้ ดังนั้นกลไกนี้อาจแพร่หลายในไมโครไบโอมของพืช

ขณะนี้ทีมงานกำลังศึกษาว่า เหตุใดเอนไซม์นี้จึงอาจเป็นประโยชน์ต่อทั้งพืชและแบคทีเรีย สมมติฐานหนึ่งก็คือ แฟลเจลลาที่ทำให้เกิดโรคที่ย่อยสลายได้จะลดความสามารถของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อรากพืช

ดังนั้นแฟลเจลลาจึงสามารถยับยั้งเชื้อโรคได้เช่นเดียวกับระบบภูมิคุ้มกันของพืช หรืออีกทางหนึ่งเอนไซม์อาจช่วยให้แบคทีเรียบางชนิดสามารถหลบหลีกกลไกการป้องกันของพืชได้ ซึ่งอาจทำให้พืชเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น ความเป็นไปได้สองประการนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการนำผลการค้นพบเหล่านี้ไปใช้ในภาคเกษตรกรรม

“เราไม่อยากให้ระบบภูมิคุ้มกันเสียหาย แต่เราก็ต้องการให้พืชเก็บการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันนี้ไว้ใช้เมื่อจำเป็น” อีสต์แมนเน้นย้ำ

เป้าหมายสูงสุดคือการช่วยให้พืชสงบนิ่งและเติบโตต่อไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นว่าเอนไซม์เหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างไรในสภาพแวดล้อมทางการเกษตรโดยไม่ทำให้พืชอ่อนแอต่อเชื้อโรค

การวิจัยนี้การอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์ในดินและภูมิคุ้มกันของพืช และเสนอแนวทางที่มีแนวโน้มดีสำหรับการปรับให้การเจริญเติบโตของพืชเหมาะสมที่สุดในขณะที่ยังคงต้านทานโรคได้

งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดเผยพลวัตที่ซับซ้อนระหว่างพืชอาศัยและไมโครไบโอมของพืช และให้ความกระจ่างเกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยชน์จากปฏิสัมพันธ์เหล่านี้เพื่อสนับสนุนการเกษตรที่ยั่งยืน

 

 

ที่มา: EarthPhysTechnology Networks