background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

ฝึก ‘หนูยักษ์’ ดมกลิ่น ช่วยจนท. ค้นหาซากสัตว์ป่าหายาก จับขบวนการค้าสัตว์ป่า

ฝึก ‘หนูยักษ์’ ดมกลิ่น ช่วยจนท. ค้นหาซากสัตว์ป่าหายาก จับขบวนการค้าสัตว์ป่า

หนูแก้มถุงยักษ์แอฟริกา” (African Giant Pouched Rat) มีถิ่นกำเนินจากป่าฝนเขตร้อนและป่าในแอฟริกาตะวันตก ถูกนำมาฝึกปฏิบัติการทางทหาร ค้นหาทุ่นระเบิดในแอฟริกา รวมถึงเชื้อก่อโรคที่ทำให้เกิดวัณโรค แต่ตอนนี้สัตว์ฟันแทะเหล่านี้ถูกนำมาฝึก เพื่อดมกลิ่นหาซากสัตว์ป่าหายากจากขบวนการลักลอบค้าสัตว์

ทีมนักวิจัยได้ฝึกให้หนูแก้มถุงยักษ์แอฟริกาสามารถดมกลิ่นเกล็ดตัวลิ่น งาช้าง นอแรด และต้นแบล็กวูดแอฟริกา ซึ่งเป็นสัตว์และพืชเหล่านี้ได้รับการขึ้นบัญชีว่าใกล้สูญพันธุ์และอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูง

“การศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่า เราสามารถฝึกหนูแก้มถุงยักษ์แอฟริกาให้ตรวจจับสัตว์ป่าที่ถูกลักลอบค้าได้ แม้ว่าจะซ่อนวัตถุเหล่านี้ไว้ท่ามกลางสารอื่น ๆ” ดร.อิซาเบล ซอตต์ นักวิจัยจากมูลนิธิโอกีอานอสและผู้ทำการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Frontiers in Conservation Science กล่าว

การวิจัยในครั้งนี้ดำเนินการโดย APOPO องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ตั้งอยู่ในแทนซาเนีย เพื่อนำเสนอวิธีการต่อสู้กับขบวนการลับลอบค้าสัตว์ป่า ที่มีมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจากอินเตอร์โพล ด้วยวิธีที่ใช้เทคโนโลยีต่ำ และคุ้มต้นทุนสูง

เครื่องมือตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยมีราคาแพงและใช้เวลานานในการตรวจสอบ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ดังนั้นการใช้หนูแก้มถุงยักษ์แอฟริกาช่วยจับกลิ่นที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุน และหนูสามารถเข้าถึงพื้นที่แคบ ๆ ได้

ฝึก ‘หนูยักษ์’ ดมกลิ่น ช่วยจนท. ค้นหาซากสัตว์ป่าหายาก จับขบวนการค้าสัตว์ป่า

หนูแก้มถุงยักษ์แอฟริกา ขึ้นชื่อว่ามีประสาทรับกลิ่นที่เฉียบแหลม และมันจะยังคงจำกลิ่นเหล่านั้นได้ แม้จะไม่ได้กลิ่นนั้นมานานแล้วก็ตาม ไม่แตกต่างจากสุนัขดมกลิ่น โดยได้นำหนูสายพันธุ์นี้จำนวน 11 ตัว ประกอบไปด้วย เคิร์สตี้ มาร์ตี้ แอตเทนโบโร เออร์วิน เบ็ตตี้ เท็ดดี้ ไอวอรี เอโบนี เดสมอนด์ ธอร์โร และฟอสซีย์ ซึ่งบางตัวตั้งชื่อตามนักสนทนาและผู้สนับสนุนการต่อต้านการค้าสัตว์ป่า เข้าฝึกอบรมหลายขั้นตอน

ระหว่างการฝึก หนูจะเรียนรู้ที่จะจำกลิ่นของชิ้นส่วนสัตว์และพืชต่าง ๆ เช่น เกล็ดตัวลิ่น ไม้ นอแรด หรืองาช้าง อยู่หลายวินาที และเมื่อหนูสามารถบ่งชี้กลิ่นได้ถูกต้อง ก็จะได้รับรางวัลเป็นอาหาร ในขั้นตอนต่อไป จะดมกลิ่นอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เป้าหมาย ได้แก่ สายไฟฟ้า เมล็ดกาแฟ และผงซักฟอก ซึ่งเป็นวัตถุที่พวกค้าสัตว์ป่าใช้กลบกลิ่นสัตว์ป่า

 “ในระยะการแยกแยะ หนูจะเรียนรู้ที่จะส่งสัญญาณเฉพาะกลิ่นของสัตว์ป่าที่เป็นเป้าหมายเท่านั้น และจะเพิกเฉยต่อสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมาย” ดร.ซอตต์กล่าว

หนูจะถูกสวมเสื้อกั๊กที่สั่งทำพิเศษ หากหนูค้นพบวัตถุต้องสงสัยจะใช้ โดยอุ้งเท้าหน้าดึงลูกบอลเล็ก ๆ ที่ติดอยู่ที่หน้าอกของเสื้อกั๊ก ซึ่งจะส่งเสียงบี๊บ ๆ ออกมาเพื่อเป็นการแจ้งผู้ดูแล

“เสื้อกั๊กเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์และงานต่าง ๆ ได้ รวมถึงที่ท่าเรือขนส่งสินค้าเพื่อตรวจจับสัตว์ป่าที่ลักลอบนำเข้า” เวบบ์กล่าว

เมื่อสิ้นสุดการฝึก หนู 8 ตัว สามารถระบุชนิดสัตว์ป่าที่ลักลอบนำเข้ามาได้ 4 ชนิดจากวัตถุทั้งหมด 146 ชนิด

ฝึก ‘หนูยักษ์’ ดมกลิ่น ช่วยจนท. ค้นหาซากสัตว์ป่าหายาก จับขบวนการค้าสัตว์ป่า

ในปี 2023 หนูเหล่านี้ยังถูกนำไปทดสอบในสถานการณ์จำลองเสมือนจริงที่ท่าเรือดาร์เอสซาลาม ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางการค้าของแทนซาเนีย กล่าวว่าหนูเหล่านี้พบตัวอย่างสัตว์ป่าที่ปลูกผิดกฎหมายถึง 85% แม้จะปฏิบัติการผ่านช่องระบายอากาศในตู้คอนเทนเนอร์ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ดำเนินการในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม ไม่ตรงกับสภาพแวดล้อมการค้าสัตว์ป่าหรือถูกสัตว์ตรวจจับกลิ่นตรวจค้น ดังนั้นนักวิจัยชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อนำหนูไปใช้งานในภารกิจนี้

รายงานอาชญากรรมสัตว์ป่าโลก โดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เมื่อต้นปี 2024 ระบุว่า โดยรวมแล้วการค้าสัตว์ป่าไม่ได้ลดลงอย่างมากในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายประมาณ 4,000 สายพันธุ์ระหว่างปี 2015-2021 โดยมี 3,250 สายพันธุ์อยู่ในรายชื่ออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)

“การลักลอบขนสัตว์ป่ามักดำเนินการโดยบุคคลที่กระทำกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ เช่น การค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติด และการค้าอาวุธ ดังนั้น การนำหนูไปใช้งานเพื่อต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่าอาจช่วยต่อสู้กับเครือข่ายที่แสวงหาประโยชน์จากมนุษย์และธรรมชาติทั่วโลกได้” เวบบ์กล่าวสรุป


อ่านต่อ: FrontiersinNews WeekThe Guardian

ฝึก ‘หนูยักษ์’ ดมกลิ่น ช่วยจนท. ค้นหาซากสัตว์ป่าหายาก จับขบวนการค้าสัตว์ป่า