background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

คิดค้น ‘โปรตีน’ ช่วยให้ ‘ชีสวีแกน’ ยืดได้ อร่อยไม่แพ้ชีส ‘นมวัว’

คิดค้น ‘โปรตีน’ ช่วยให้ ‘ชีสวีแกน’ ยืดได้ อร่อยไม่แพ้ชีส ‘นมวัว’

ชีสวีแกน” ที่วางจำหน่ายอยู่ในตลาดปัจจุบัน ยังมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ไม่เหมือนกับ “ชีส” ที่เป็น “ผลิตภัณฑ์จากนม” ส่งผลให้ชีสจากพืชไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ในตอนนี้บริษัทจาก “อิสราเอล” ได้พัฒนาสายพันธุ์ยีสต์ที่ผลิตโปรตีนนมจนทำให้มีความใกล้เคียงกับชีสจากนมวัวมากยิ่งขึ้น

บริษัท DairyX ของอิสราเอล การผลิต “โปรตีนเคซีน” ที่สามารถประกอบตัวเองเป็นลูกบอลเล็ก ๆ ทำให้ชีสและโยเกิร์ตสามารถยืดได้และครีมมี่ได้ โดยจะนำมาใช้กับชีสจากพืช เพื่อให้มีสัมผัสแบบชีสทั่วไปที่ทุกคนตกหลุมรัก

การเลี้ยงวัว” ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสภาพอากาศและธรรมชาติ เนื่องจากวัวปล่อย “ก๊าซมีเทน” ที่เป็นก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก ทำให้เกิดมลภาวะ อีกทั้งมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและทำลายธรรมชาติเพื่อมาทำฟาร์มปศุสัตว์ บริษัทต่าง ๆ จึงพยายามพัฒนาทางเลือกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าผลิตภัณฑ์นมและเนื้อสัตว์ทั่วไป ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอาหารจากพืช เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง และ การหมักเพื่อผลิตโปรตีนนม (Precision Fermentation) เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

โปรตีนเคซีนของ DairyX เป็นส่วนหนึ่งของการหมักเพื่อผลิตโปรตีนนม โดยบริษัทกำลังยื่นขอจดสิทธิบัตร และขออนุมัติจากหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้สามารถวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในปี 2027 หากกระบวนการทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี เคซีนอาจถูกนำมาใช้โดยบริษัทผลิตชีสและโยเกิร์ตเพื่อทดแทนนมวัวโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์หรือส่วนผสม

นอกจาก DairyX และยังมีบริษัทอื่น ๆ ที่พัฒนาเคซีนหมัก ได้แก่ New Culture ในสหรัฐ ที่เน้นการผลิตมอซซาเรลลาฃีส และ Eden Brew ในออสเตรเลีย ซึ่งผลิตนมที่ไม่ใช้นมวัว รวมถึง All G Foods, Fooditive และ Standing Ovation

ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ผู้คนพยายามจะเลิกเลี้ยงวัวในการผลิตนม และพยายามจะใช้โปรตีนจากพืชเพื่อทดแทนนมวัว แต่เมื่อประมาณทศวรรษที่แล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยดร.อาริก ริฟกิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DairyX กล่าวว่า

“ตอนนี้ เราก้าวเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของวิวัฒนาการดังกล่าวแล้ว ซึ่งเราช่วยให้บริษัทผลิตนมสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคต้องการอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้วัวมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น”

ก่อนหน้านี้ ริฟกินรับประทานอาหารมังสวิรัติมาเป็นเวลา 10 ปี แต่กลับรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่สามารถใส่ชีสคุณภาพดีลงไปในอาหารที่เขากินได้ เขาจึงตัดสินใจแก้ปัญหานี้ให้กับทุกคน

ผลิตภัณฑ์นมจากพืชหลายชนิดในปัจจุบันใช้สารเติมแต่ง เช่น สารทำให้คงตัว สารเพิ่มความข้น และอิมัลซิไฟเออร์ ตัวประสานให้อนุภาคของของเหลวสองชนิดที่ไม่ละลายซึ่งกันและกันรวมกันได้ แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนความยืดหยุ่นและความครีมมี่ของผลิตภัณฑ์นมทั่วไปได้อย่างสมบูรณ์

DairyX ใช้ยีสต์สายพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อผลิตเคซีนที่มีพันธุกรรมเหมือนกับโปรตีนจากนมทุกประการ แต่เพื่อให้โปรตีนเหล่านี้ประกอบตัวเองเป็นลูกบอลเล็ก ๆ ที่เรียกว่าไมเซลล์ พวกเขายังต้องปรับปรุงการเติมโมเลกุลอื่น ๆ ด้วย ซึ่งจะช่วยกำหนดคุณสมบัติของโปรตีนด้วย

ดร.สเตลลา ไชลด์ จากสถาบัน Good Food Institute Europe ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาโปรตีนทางเลือก กล่าวว่า “การผลิตเคซีนที่สามารถประกอบตัวเองเป็นไมเซลล์ได้ แม้จะไม่ใช่เพียงวิธีเดียวในการพัฒนาส่วนประกอบพื้นฐานของผลิตภัณฑ์นม แต่ก็สามารถช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาไม่แพงและน่าดึงดูดใจ เนื่องจากลดต้นทุนการผลิตและไม่ต้องใช้สารเติมแต่ง

นักวิทยาศาสตร์ได้ทดสอบและปรับปรุงการวิจัยของพวกเขาโดยการทำให้โปรตีนแข็งตัวในลักษณะเดียวกับการทำชีส พวกเขายังไม่ได้ชิมผลิตภัณฑ์ เนื่องจากต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

กาลิต คุซเนตส์ จาก DairyX กล่าวว่า “เคซีนของเรายังช่วยลดความจำเป็นในการใช้ฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ ที่ใช้กับวัวในฟาร์มโคนมอีกด้วย”

บริษัทกำลังใช้เทคนิควิวัฒนาการในการคัดเลือกสายพันธุ์ยีสต์ที่ผลิตโปรตีนได้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาเท่ากับเคซีนในนม ริฟกินกล่าวว่าราคาและรสชาติเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจชีสวีแกน

การวิเคราะห์เบื้องต้นบ่งชี้ว่าก๊าซเรือนกระจกจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการผลิตเคซีนหมักของ DairyX นั้นต่ำกว่าก๊าซเรือนกระจกจากผลิตภัณฑ์นมทั่วไปถึง 50% และจะลดลงไปได้ถึง 90% หากนำมวลยีสต์ที่เหลือมาใช้ซ้ำ เป็นส่วนผสมของอาหารได้ เนื่องจากการหมักเพื่อผลิตโปรตีนนมพื้นที่และน้ำในการผลิตน้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากสัตว์มาก

บริษัทต่าง ๆ เช่น NewMoo ของอิสราเอล ปลูกโปรตีนเคซีนในเมล็ดพืช และ Daisy Lab ของนิวซีแลนด์ ซึ่งผลิตผงเวย์จากยีสต์ล้วน ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ กำลังใช้แนวทางอื่น ๆ ในการผลิตโปรตีนจากนมที่ไม่ใช้นมวัว


ที่มา: Food Business NewsFood NavigatorThe Guardian