วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘แอนตาร์กติกา’ กลายเป็น ‘สีเขียว’ น้ำแข็งละลาย พืชพรรณขึ้นเต็ม เพราะ ‘โลกร้อน’

‘แอนตาร์กติกา’ กลายเป็น ‘สีเขียว’ น้ำแข็งละลาย พืชพรรณขึ้นเต็ม เพราะ ‘โลกร้อน’

แอนตาร์กติกา” ทวีปที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งกำลังเปลี่ยนเป็น “สีเขียว” ด้วยพืชพรรณนานาชนิดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความร้อนจัด อุณหภูมิพุ่งสูงจาก “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ทำให้นักวิทยาศาสตร์เกิดความกังวลว่าจะเกิด “หายนะ” ขึ้นกับทวีปนี้

นักวิทยาศาสตร์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียม และข้อมูลวิเคราะห์ระดับพืชพรรณบนคาบสมุทรแอนตาร์กติก ในบริเวณเทือกเขาที่ทอดยาวไปทางเหนือจนถึงปลายทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งกำลังร้อนขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกมาก

 

จากพื้นที่ “สีขาว” กลายเป็น “สีเขียว”

ตามการศึกษาวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ และเฮิร์ตฟอร์ดเชียร์ในอังกฤษ และคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาของสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience พบว่าพืชพรรณส่วนใหญ่ เช่น มอสส์ ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา 

ในปี 1986 คาบสมุทรแอนตาร์กติกามีพืชพรรณปกคลุมพื้นที่น้อยกว่า 1 ตารางกิโลเมตร แต่ในปี 2021 กลับเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 12 ตารางกิโลเมตร โดยในช่วงระหว่างปี 2016-2021 มีอัตราการเติบโตของพื้นที่สีเขียวในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา

แม้ว่าภูมิประเทศจะยังคงเป็นหิมะ น้ำแข็ง และหินเกือบทั้งหมด แต่พื้นที่สีเขียวขนาดเล็กแห่งนี้ได้เติบโตขึ้นอย่างมากตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา โทมัส โรแลนด์ ผู้เขียนผลการศึกษาวิจัย และนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ กล่าว

“ผลการศึกษาของเราได้ยืนยันว่าอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดจากมนุษย์นั้นไม่มีขีดจำกัดแม้แต่บนคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล โดดเดี่ยว และสภาพอากาศที่โหดร้ายที่สุดแห่งนี้ก็กำลังเปลี่ยนแปลงไป และผลกระทบเหล่านี้สามารถมองเห็นได้จากอวกาศ” โรแลนด์กล่าวกับ CNN

‘แอนตาร์กติกา’ กลายเป็น ‘สีเขียว’ น้ำแข็งละลาย พืชพรรณขึ้นเต็ม เพราะ ‘โลกร้อน’ แอนตาร์กติกากลายเป็นสีเขียว
เครดิตภาพ: Nature

พื้นที่บางส่วนของทวีปแอนตาร์กติกา ที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นพื้นที่ ที่หนาวที่สุดในโลกเพิ่งเผชิญหน้ากับความร้อนจัด โดยอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 10 องศาเซลเซียส ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2021 แต่ก็ยังไม่สูงเท่าช่วงเดือนมีนาคม 2022 ที่อุณหภูมิในบางส่วนของทวีปสูงถึง 21 องศาเซลเซียส ถือเป็นอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงที่สุดที่เคยบันทึกไว้

นักวิทยาศาสตร์ทำนายว่ามลพิษจากเชื้อเพลิงฟอสซิลจะทำให้โลกร้อนขึ้นต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้น และปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ทวีปแอนตาร์กติกาจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ และพื้นที่สีเขียวของทวีปนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของมอสส์ 

มอสส์” มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนพื้นผิวหินให้กลายเป็นดิน ซึ่งอาจนำไปสู่พืชที่มีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคต อาจรวมถึงเอเลี่ยนสปีชีส์ที่เข้ามาแย่งพื้นที่เติบโตของพืช และสัตว์ท้องถิ่นในแอนตาร์กติกาได้

“เมล็ดพืช สปอร์ และเศษซากพืชสามารถเดินทางสู่คาบสมุทรแอนตาร์กติกาได้อย่างง่ายดายโดยอาศัยรองเท้าหรืออุปกรณ์ของนักท่องเที่ยว และนักวิจัย หรือผ่านวิธีแบบดั้งเดิม เช่น นกอพยพ และลม ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงอย่างชัดเจน” โรแลนด์ กล่าว

แมทธิว ดาวี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยา ทางสรีรวิทยาที่สมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งสกอตแลนด์ และผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาพืช และจุลินทรีย์ที่ขั้วโลก กล่าวกับ CNN ว่า ในปัจจุบันนี้แอนตาร์กติกาอาจมีพืชพรรณมากกว่าที่ระบุด้วยซ้ำ 

“เรารู้ว่ายังมีไลเคน หญ้า สาหร่ายหิมะสีเขียวและสีแดงเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งส่งผลต่อพืชพรรณในแอนตาร์กติกาด้วย” ดาวี กล่าว

‘แอนตาร์กติกา’ กลายเป็น ‘สีเขียว’ น้ำแข็งละลาย พืชพรรณขึ้นเต็ม เพราะ ‘โลกร้อน’ มอสส์ในแอนตาร์กติกา
เครดิตภาพ: Nature

แอนตาร์กติกากำลังเขียวขึ้นเรื่อยๆ

แม้ว่าในตอนนี้พืชอาจจะไม่ได้กินพื้นที่จำนวนมากนัก แต่การเพิ่มขึ้นดังกล่าวก็มีเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสมดุลอันเปราะบางของระบบนิเวศแอนตาร์กติกา สุดท้ายแล้วจะเกิดสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ในที่สุดพืชพันธุ์พื้นเมืองก็จะสูญพันธุ์ไปจากโลก

นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Landsat ของ NASA ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา โดยใช้ Google Earth Engine เพื่อศึกษาการแพร่กระจายของพืชพันธุ์ทั่วแอนตาร์กติกา โดยเน้นที่การวัดการเติบโตของพืชพรรณตามดัชนีความแตกต่างพืชพรรณ หรือ NDVI (Normalized Difference Vegetation Index) เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของพืชพรรณที่ปกคลุม

ข้อมูลเผยให้เห็นว่าสีเขียวไม่ได้เกิดขึ้นแค่เป็นหย่อมๆ แต่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดคาบสมุทรแอนตาร์กติกาตะวันตก ซึ่งทอดยาวจากละติจูด 68.5 องศาใต้ขึ้นไปจนถึงหมู่เกาะเซาท์เชตแลนด์ทางตอนเหนือ ‘แอนตาร์กติกา’ กลายเป็น ‘สีเขียว’ น้ำแข็งละลาย พืชพรรณขึ้นเต็ม เพราะ ‘โลกร้อน’ ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นแอนตาร์กติกากำลังกลายเป็นสีเขียว ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นแอนตาร์กติกากำลังกลายเป็นสีเขียว
เครดิตภาพ: WorldView-2/DigitalGlobe

คาบสมุทรแอนตาร์กติกาไม่ใช่แค่ภูมิภาคเดียวที่มีพืชขึ้นปกคลุม แต่ภูมิภาคหนาวเย็นอื่นๆ โดยเฉพาะอาร์กติก ก็มีพืชเติบโตมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นผลมาจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เมื่อพืชขยายตัวมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อพลวัตของระบบนิเวศในภูมิภาค ตลอดจนองค์ประกอบของดิน วงจรคาร์บอน และห่วงโซ่อาหารในท้องถิ่น

นอกจากนี้ กิจกรรมของมนุษย์ เช่น การท่องเที่ยว และการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ อาจทำให้สิ่งมีชีวิตต่างถิ่นเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้สมดุลทางระบบนิเวศของภูมิภาคมีความซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

ปี 2023 เป็นปีที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ ทั้งขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน จนน้ำแข็งในทะเลแอนตาร์กติกามีระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดสภาวะที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงของพืชพรรณเหล่านี้ ตามข้อมูลขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO)

นักวิจัยเรียกร้องให้มีการติดตามการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในบริเวณขั้วโลกมากขึ้น นอกเหนือจากการติดตามการละลายของน้ำแข็ง เพราะการเติบโตของพืชพรรณบนทวีปที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและหินเป็นสัญญาณแสดงเห็นว่า “ภาวะโลกร้อน” กำลังขยายตัวเข้าไปในแอนตาร์กติกา พื้นที่กำลังร้อนขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก


ที่มา: CNNIndependentNatureThe Guardian

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์