วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

‘ฝรั่งเศส’ เจอพิษ ‘อากาศสุดขั้ว’ เก็บองุ่นได้น้อย กระทบอุตสาหกรรม ‘ไวน์’

‘ฝรั่งเศส’ เจอพิษ ‘อากาศสุดขั้ว’ เก็บองุ่นได้น้อย กระทบอุตสาหกรรม ‘ไวน์’

ปี 2024 เป็นหนึ่งในปีที่มีสภาพอากาศแปรปรวนมากที่สุด ซึ่ง “ยุโรป” ที่เจออากาศหลากหลายประเภททั้งภัยแล้ง คลื่นความร้อน พายุฝน และน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อ “ไร่องุ่น” ใน ฝรั่งเศส อาจมีผลทำให้ปริมาณและคุณภาพของ “ไวน์” ลดลง

สภาพอากาศเลวร้าย ที่ไม่สามารถคาดเดาได้เกิดขึ้นตลอดปี 2024 มีทั้งน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ รวมถึงเชื้อราอันตรายที่แพร่กระจายไปทั่ว ทำให้ไร่องุ่น Domaine Roland Lavantureux เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพียง 9 วัน ซึ่งน้อยกว่าปกติถึงครึ่งหนึ่ง

“ผมทำงานมาตั้งแต่ปี 2010 นี่คือปีที่ยากลำบากที่สุดสำหรับผม และคนรุ่นเก่าทุกคนพูดเหมือนกันว่าปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากมากเพราะสภาพอากาศคาดเดาไม่ได้ เราไม่หนีมันได้เลย”
เดวิด ลาวองตูรูซ์ ผู้ผลิตไวน์รุ่นสองของแบรนด์ Lavantureux กล่าว

หายนะทั้งหมดเริ่มขึ้นในเดือนเมษายนที่เกิดเหตุการณ์น้ำค้างแข็งถล่ม จากนั้นในเดือนพฤษภาคมต้องเจอกับพายุลูกเห็บ 2 ลูก ตามด้วยฝนตกหนักต่อเนื่องจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ทำให้ไร่องุ่นประมาณ 6,250 ไร่ ในเขตชาบลีส์ได้รับผลกระทบ และความชื้นที่มากเกินไปทำให้เชื้อราที่ทำลายล้างเจริญเติบโตได้ ตามข้อมูลของสหพันธ์ไวน์เบอร์กันดี 

เชื้อราและอากาศสุดขั้วทำร้าย “องุ่น”

โรคเชื้อรา จะทำให้พืชผลเสียหายจำนวนมาก และยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพไวน์อีกด้วย เดวิดต่อสู้อย่างหนักเพื่อควบคุมเชื้อราด้วยวิธีต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่ได้ผล เพราะสูญเสียผลผลิตไปราว 60-65%

ผลกระทบจากสภาพอากาศไม่ได้หยุดอยู่แค่ไร่องุ่น Lavantureux เท่านั้น โรคราน้ำค้าง (Downy mildew) ร่วมกับน้ำค้างแข็งและลูกเห็บ ทำให้ผลผลิตโดยรวมลดลง กระทรวงเกษตรของฝรั่งเศสประเมินว่า ในปี 2024 จะมีไวน์ราว 39.3 ล้านเฮกโตลิตร ต่ำกว่าในปี 2023 ถึง 18% และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อยู่ 11%

ภูมิภาคบูร์กอญที่ตั้งของไร่องุ่นของชาบลีส์ มีสภาพอากาศที่เหมาะสมแก่การปลูกองุ่น เพราะมีฤดูหนาวที่หนาวเย็น ฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าว และปริมาณน้ำฝนประจำปีระหว่าง 650-700 มิลลิเมตร แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป มีอากาศอบอุ่นผิดฤดู ฝนตกมากขึ้น และน้ำค้างแข็งในฤดูใบไม้ผลิที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพลดลง บางส่วนก็ยังมีความเป็นกรดมากขึ้น และยังสุกไม่ได้ที่ 

คุณภาพผลผลิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดความท้าทายในการผลิตไวน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป้าหมายของ Lavantureux ยังคงเป็นการทำไวน์เพื่อให้สมดุลสมบูรณ์แบบที่สุดในที่สุด แม้สุดท้ายแล้วจะมีไวน์ออกจำหน่ายน้อยกว่าปรกติก็ตาม โดยเฉพาะ “Millésime” แชมเปญที่ผลิตด้วยองุ่นในปีเดียวกันถึง 85% และต้องผลิตในปีเดียวกัน

หาทางสู้กับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

น้ำค้างแข็งเกิดขึ้นบ่อยในฝรั่งเศสในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้แก่ไร่องุ่น ทั้งในแง่ผลผลิตและรายได้จำนวนมาก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งจะเกิดขึ้นได้บ่อยขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“เราเคยคิดว่าถ้าโลกร้อนขึ้น ชาบลีส์ก็จะปลอดภัยจากน้ำค้างแข็ง แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะน้ำค้างแข็งกลับมาอีกและรุนแรงกว่าเดิม” ลาวองตูรูซ์กล่าว 

ผู้ผลิตไวน์พยายามปรับตัวหาวิธีแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์มาใช้ในการปรับตัว เช่น การตัดแต่งองุ่นในภายหลังจากเก็บเกี่ยว ซึ่งจะช่วยชะลอการแตกหน่อของต้นองุ่น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำค้างแข็งในช่วงปลายฤดู รวมถึงปลูกองุ่นให้ใบที่อยู่เหนือผลองุ่นใหญ่ขึ้น เพื่อช่วยปกป้ององุ่นจากแสงแดดที่แผดเผาในช่วงฤดูร้อน

ในช่วงที่เกิดน้ำค้างแข็ง เกษตรกรให้ความอบอุ่นแก่องุ่น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง เช่น การจุดเทียน และติดตั้งไฟฟ้า รวมถึงฉีดน้ำบนตาดอก เพื่อสร้างชั้นน้ำแข็งบาง ๆ ช่วยให้ดอกไม้มีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณจุดเยือกแข็ง แต่ไม่ลดลงต่ำกว่านี้มากนัก

นอกจากนี้ยังมีการใช้อุปกรณ์ป้องกันลูกเห็บทั่วทั้งภูมิภาคเบอร์กันดี เพื่อลดความรุนแรงของพายุลูกเห็บ ลาวองตูรูซ์กล่าวว่า “อุปกรณ์นี้ช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ปีนี้เราเจอพายุลูกเห็บหลายครั้ง และมีสองครั้งที่รุนแรงเป็นพิเศษ” 


ที่มา: AP NewsBBCIndependent