background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดอันดับ 10 ประเทศ มีคะแนนความยั่งยืน SDGs สูงสุด ไทยติดอันดับ 45 ของโลก

เปิดอันดับ 10 ประเทศ มีคะแนนความยั่งยืน SDGs สูงสุด ไทยติดอันดับ 45 ของโลก

เปิดอันดับ 10 ประเทศ มีคะแนนความยั่งยืน SDGs สูงสุด อันดับ 1 คือ ฟินแลนด์ ส่วนไทยอันดับ 45 ของโลก ปัจจุบันมีเพียง 17% ของเป้าหมาย SDG เท่านั้นที่เป็นไปตามแผน โดยเกือบครึ่งหนึ่งมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยหรือปานกลาง และมากกว่าหนึ่งในสามหยุดชะงักหรือถดถอย

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป็นชุดเป้าหมายระดับโลกที่องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญที่โลกกำลังเผชิญ

โดยมีทั้งหมด 17 เป้าหมาย ครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมุ่งหวังให้นานาประเทศบรรลุภายในปี ค.ศ.2030

ทั้งนี้ รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2024 ได้จัดอันดับผลการดำเนินงานโดยรวมของประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้ง 193 ประเทศ ตามความคืบหน้าอ้างอิงจากคะแนนรวม โดยมีคะแนนรวมเต็ม 100 คะแนน โดยแหล่งที่มาของข้อมูลสำหรับตัวบ่งชี้รวบรวมจากองค์กรระหว่างประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น องค์การสหประชาชาติ ธนาคารโลก และองค์การอนามัยโลก

10 ประเทศที่มีคะแนน SDGs สูงสุดปี 2024

อันดับ 1 ฟินแลนด์ คะแนนรวม 86.35

อันดับ 2 สวีเดน คะแนนรวม 85.70

อันดับ 3 เดนมาร์ก คะแนนรวม 85.00

อันดับ 4. เยอรมนี คะแนนรวม 83.45

อันดับ 5 ฝรั่งเศส คะแนนรวม 82.76

อันดับ 6 ออสเตรีย คะแนนรวม 82.55

อันดับ 7 นอร์เวย์ คะแนนรวม 82.23

อันดับ 8 โครเอเชีย คะแนนรวม 82.19

อันดับ 9 สหราชอาณาจักร คะแนนรวม 82.16

อันดับ 10 โปแลนด์ คะแนนรวม 81.69

ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 45 ของโลก ด้วยคะแนนรวม 74.67

ส่องความสำเร็จฟินแลนด์

ที่ผ่านมาฟินแลนด์เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด และในปี 2024 ฟินแลนด์ก็ครองอันดับหนึ่งของโลก โดยมีความคืบหน้าในหลายประเด็น เช่น

1. ประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งด้าน SDGs: ฟินแลนด์โดดเด่นในด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ (SDG 4) น้ำสะอาด และสุขาภิบาล (SDG 6) และพลังงานสะอาด และราคาไม่แพง

2. นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่สร้างสรรค์: ฟินแลนด์ออกแบบนโยบายที่สร้างสรรค์เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) และปกป้องชีวิตบนผืนดิน (SDG 15) เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน และความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอน

3. ความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม: ฟินแลนด์อยู่ในอันดับต้น ๆ ในมิติทางสังคม เช่น ความไม่เท่าเทียมกันที่ลดลง (SDG 10) และสุขภาพ และความเป็นอยู่ในสังคมดีขึ้นต่อเนื่อง (SDG 3) มีนโยบายทางสังคมที่ทำให้พลเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี

4. ความเป็นผู้นำระดับโลก: ความมุ่งมั่นของฟินแลนด์ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ และมีโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศที่เข้มแข็ง

5. นโยบายที่ครอบคลุม: ฟินแลนด์มีนโยบาย และโครงการที่มีประสิทธิผล ตั้งแต่สวัสดิการสังคม และการศึกษา ไปจนถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเศรษฐกิจ

6. ระดับความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของสาธารณชนที่สูง: สังคมฟินแลนด์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืน โดยมีการสนับสนุน และการมีส่วนร่วมของสาธารณชนอย่างแข็งแกร่ง

7. นวัตกรรม และเทคโนโลยี: ฟินแลนด์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านต่าง ๆ เช่น พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ

8. ความพยายามร่วมกัน: รัฐบาลฟินแลนด์ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรลุเป้าหมาย SDGs

ความคืบหน้าของไทย

ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยในปี 2024 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 45 ของโลก โดยมีความคืบหน้าในประเด็นหลัก ๆ ดังนี้

1. การศึกษาและสุขภาพ: ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในด้านการศึกษา (SDG 4) และสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG 3) โดยมีนโยบายที่ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาและบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ

2. พลังงานสะอาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: ประเทศไทยมีการลงทุนในพลังงานสะอาด (SDG 7) และมีมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (SDG 13) โดยมีการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน

3. การลดความเหลื่อมล้ำ: ประเทศไทยมีความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำ (SDG 10) โดยมีนโยบายที่มุ่งเน้นการเพิ่มโอกาส และการเข้าถึงทรัพยากรสำหรับทุกคน

4. ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG 17) โดยมีการเข้าร่วมในโครงการ และความร่วมมือระดับภูมิภาค และระดับโลก

ความท้าทายที่ทำให้ SDGs อาจจะไม่บรรลุในปี 2030

รายงาน SDGs เน้นย้ำว่าแม้ว่าหลายประเทศจะประสบความก้าวหน้า แต่ยังคงมีความท้าทายที่สำคัญอยู่ ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนได้แสดงความกังวลว่า SDGs อาจจะไม่สามารถบรรลุตามระยะเวลาที่กำหนดด้วยสาเหตุ ดังนี้

  • ความคืบหน้าที่ล่าช้า: ปัจจุบันมีเพียง 17% ของเป้าหมาย SDG เท่านั้นที่เป็นไปตามแผน เกือบครึ่งหนึ่งมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยหรือปานกลาง และมากกว่าหนึ่งในสามหยุดชะงักหรือถดถอย
  • ผลกระทบของ COVID-19: ผลกระทบที่ยังคงอยู่ของการระบาดของ COVID-19 ได้ขัดขวางความก้าวหน้าของ SDGs การระบาดใหญ่ทำให้ผู้คนอีก 23 ล้านคน ตกอยู่ในความยากจนขั้นรุนแรง และเพิ่มความหิวโหยให้กับผู้คนอีกกว่า 100 ล้านคนเมื่อเทียบกับปี 2019
  • ความขัดแย้ง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้ง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทำให้สถานการณ์การบรรลุเป้าหมาย SDGs เลวร้ายลง ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต และเกิดสถานการณ์อพยพเพิ่มขึ้นอย่างมาก
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: วิกฤติสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ เป็นอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่ง ปี 2023 เป็นปีที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิใกล้ถึงเกณฑ์วิกฤติ 1.5°C

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์