วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

สหรัฐผลิต ‘เนย’ จาก ‘ก๊าซคาร์บอน’ อร่อยดีไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

สหรัฐผลิต ‘เนย’ จาก ‘ก๊าซคาร์บอน’ อร่อยดีไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์จากนมถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบอาหารมากมาย แต่การทำฟาร์มโคนม (รวมถึงโคเนื้อ) ก่อให้เกิด “ก๊าซมีเทน” จำนวนมหาศาล ซึ่งเป็น “ก๊าซเรือนกระจก” ที่ทำให้โลกร้อน แต่ปัญหานี้กำลังจะได้รับการแก้ไข เมื่อสตาร์ทอัพที่ บิล เกตส์ ให้การสนับสนุนซุ่มพัฒนา “เนย” ที่ผลิตจาก “ก๊าซคาร์บอน” ซึ่งไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Savor สตาร์ทอัพจากสหรัฐ ใช้กระบวนการปิโตรเคมีที่เรียกว่าการสังเคราะห์ Fischer-Tropsch เพื่อเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และถ่านหิน กลายเป็นไฮโดรคาร์บอน ในการผลิตสเปรดทาขนมปังที่มีไขมันคล้ายกับเนย 

วิธีการนี้ใช้เพียงคาร์บอนไดออกไซด์ ความร้อน ไฮโดรเจน และออกซิเจนเท่านั้น โดยจะดึงคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ และดึงไฮโดรเจนออกจากน้ำ จากนั้นให้ความร้อนและออกซิไดซ์ให้กลายเป็นไขมัน 

“ไม่มีชีววิทยาใดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตของเรา” แคธลีน อเล็กซานเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Savor กล่าวกับ New Scientist

ผลงานชิ้นนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะจากบิล เกตส์ ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ของผลิตภัณฑ์จากไขมันสัตว์ ซึ่งมหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft อธิบายว่าทำไมบริษัท  Breakthrough Energy Ventures หรือ BEV บริษัทที่ลงทุนด้านพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ของเขาถึงตัดสินใจร่วมลงทุนใน Savor

“กระบวนการนี้ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเลย ไม่มีการใช้พื้นที่เพาะปลูก และใช้น้ำน้อยกว่าหนึ่งในพันของปริมาณน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงวัว และที่สำคัญที่สุดคือ มีรสชาติดีมาก เหมือนของจริง” เกตส์อธิบาย

จากข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า อุตสาหกรรมปศุสัตว์ซึ่งรวมถึงเกษตรกรรมโคนมและเนื้อสัตว์ทั้งหมด คิดเป็น 14.5% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ต่อให้ไม่มีการเลี้ยงวัวก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีผลิตภัณฑ์จากนมให้บริโภค เพราะปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์นมทางเลือกมากมายในท้องตลาด เช่น เนยเทียม ซึ่งผลิตจากน้ำมันพืชผสมกัน และพืชเหล่านี้ต้องใช้ที่ดินและทรัพยากรในการเจริญเติบโต ซึ่งอาจทำให้เกิดการบุกรุกทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าเดิม

หนึ่งในนั้นคือ ปาล์มน้ำมัน ที่นำมาผลิตน้ำมันปาล์ม ส่วนประกอบสำคัญที่อยู่ในทุกสิ่งตั้งแต่อาหาร ผลิตภัณฑ์ความงาม ไปจนถึงเชื้อเพลิงชีวภาพ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แม้ว่าอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มจะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีหลายพื้นที่ในโลกที่มีการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อนำไปปลูกปาล์มจนเกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ 

Savor กล่าวว่าเนยของพวกเขาดีกว่าเนยทั่วไปและเนยเทียม เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้พืช สัตว์ หรือสารเคมีที่ใช้ทำเนย มาการีน และผลิตภัณฑ์ไขมันอื่น ๆ

จากข้อมูลของ Pitchbook ผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุมตลาดทุนทั่วโลก ระบุว่า ในปัจจุบัน Savor ได้ระดมทุนมากกว่า 33 ล้านดอลลาร์จาก BEV และบริษัทธุรกิจเงินร่วมลงทุนอื่น ๆ เช่น Climate Capital และ CPT Capital 

Savor ตั้งเป้าว่าเนยที่ผลิตจากคาร์บอนจะเป็นผลิตภัณฑ์แรกของบริษัท โดยอาจจะเริ่มวางจำหน่ายในอีก 1-2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น นม ไอศกรีม ชีส เนื้อสัตว์ และแม้แต่น้ำมันพืชที่ใช้บ่อยในประเทศเขตร้อน (tropical oils) 

“ขณะนี้เราอยู่ในช่วงดำเนินการผ่านการอนุมัติตามกฎระเบียบเพื่อให้สามารถขายเนยของเราได้ และเราจะยังไม่ขายสินค้าจนถึงปี 2025 เป็นอย่างน้อย” อเล็กซานเดอร์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันอาหารสังเคราะห์ส่วนใหญ่ เช่น เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง ยังคงมีราคาแพง เนื่องจากมีต้นทุนในการผลิตสูง และยังไม่เป็นที่รู้จักต่อสาธารณะมากนัก ซึ่ง Savor ยืนกรานว่าจะสามารถแข่งขันกับต้นทุนของเนยแท้ได้ แต่อีกประเด็นที่น่ากังวลคือ ผู้ซื้อจะเปิดใจลองผลิตภัณฑ์ที่มาจากการทดลองหรือไม่

เกตส์สนับสนุนความโครงการริเริ่มนี้ โดยกล่าวในบล็อกส่วนตัวว่า “แนวคิดในการเปลี่ยนมาใช้ไขมันและน้ำมันที่ผลิตในห้องแล็บอาจดูแปลกในตอนแรก แต่ศักยภาพในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นมีมหาศาล จากการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งทำให้เราจะเข้าใกล้การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศไปอีกก้าวหนึ่ง” 

 

ที่มา: FuturismGates NotesInc.The Guardian