background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ก๊าซเรือนกระจก จาก Net Zero สู่ Net Negative

ก๊าซเรือนกระจก จาก Net Zero สู่ Net Negative

เมื่อเร็วๆ นี้ แนวคิดเรื่อง “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นลบ” หรือ Net Negative Emission ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญในการอภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอุตสาหกรรมอย่างประเทศเยอรมนี ได้ประกาศความตั้งใจที่จะบรรลุ Net Negative Emission ภายในศตวรรษนี้

แนวคิด Net Negative Emission แตกต่างจากการตั้งเป้าให้ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง “สมดุล” ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) กับการกำจัดออกไปอย่างที่ประเทศส่วนใหญ่มักจะตั้งเป้าหมายกัน

ส่วนเป้าหมาย “Net Negative Emission” คือการตั้งเป้าหมายในสถานการณ์ที่ประเทศกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศได้มากกว่าที่ปล่อยออกมา

ที่ผ่านมา มักมีข้อเรียกร้องสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในสัดส่วนที่สูง เนื่องจากประเทศร่ำรวยทุกวันนี้ล้วนมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากในอดีต

    ดังนั้น จึงต้องเผชิญกับความจำเป็นทางศีลธรรมในการนำเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นลบมาใช้ให้เร็วขึ้น จุดยืนทางจริยธรรมนี้มีรากฐานมาจากหลักการแห่งความเสมอภาคและความจำเป็นสากลในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การกำหนดเป้าหมาย Net Negative Emission ตามที่เยอรมนีตั้งใจนั้น เป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่วนประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นลบ โดยการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าที่ปล่อยออกมาแล้ว โดยเฉพาะประเทศซูรินาม ภูฏาน และปานามา

ซูรินามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีป่าไม้มากที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 97% ของประเทศ ส่วนภูฏานถือว่ามีสัดส่วนป่า 72.5% ของพื้นที่ประเทศและกฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้ป่าไม้ลดลงต่ำกว่า 60% ของพื้นที่ประเทศ

ความสามารถของประเทศเหล่านี้ในการรักษาพื้นที่ป่าอันกว้างใหญ่ แม้จะมีประชากรจำนวนน้อยและกิจกรรมทางอุตสาหกรรมต่ำ ช่วยให้สามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากออกจากชั้นบรรยากาศ รวมถึงสามารถเสนอขายคาร์บอนเครดิตภายใต้ข้อตกลงปารีสได้

สำหรับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ในปีนี้ประเทศเยอรมนีประกาศเป้าหมายที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นลบภายใน ค.ศ.2060 ส่วนประเทศเดนมาร์กและฟินแลนด์ก็ได้กำหนดเป้าหมายนี้เช่นกัน

ก๊าซเรือนกระจก จาก Net Zero สู่ Net Negative

โดยเดนมาร์กตั้งเป้าที่จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ใน ค.ศ.2040 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นลบ (Net Negative) ภายใน ค.ศ. 2050

ประเทศเหล่านี้เห็นว่าการบรรลุการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นลบเป็นสิ่งสำคัญในการถ่วงดุลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างต่อเนื่อง และเพื่อบรรลุความรับผิดชอบภายใต้ข้อตกลงปารีส

อย่างไรก็ตาม การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นลบนั้นมีความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันสำหรับการกำจัดคาร์บอน เช่น การดักจับและการจัดเก็บคาร์บอน ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไปสำหรับการดำเนินการในวงกว้าง

ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือก๊าซเรือนกระจกที่ไม่ใช่คาร์บอนไดออกไซด์ เช่น ก๊าซมีเทนซึ่งกำจัดได้ยากกว่า การคงอยู่ของก๊าซเหล่านี้ทำให้ต้องบรรลุ “คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” ก่อนที่จะสามารถลด “ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” จะเกิดขึ้นจริงเนื่องจากมีก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ที่กำจัดยากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีก.

ความร่วมมือระหว่างประเทศตามที่เห็นได้จากกลุ่ม Net Negative Emission ที่ริเริ่มโดยภูฏานและซูรินามถือเป็นสิ่งสำคัญ กรอบความร่วมมือนี้ไม่เพียงส่งเสริมยุทธศาสตร์ร่วมกันในการอนุรักษ์ป่าไม้และวิธีการกำจัดก๊าซคาร์บอน แต่ยังอำนวยความสะดวกในการสนับสนุนทางการเงินและทางเทคนิคสำหรับประเทศที่ยากจน

ความร่วมมือประเภทนี้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างความพยายามด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลประโยชน์ร่วมกันที่สามารถทำได้ผ่านนโยบายที่ประสานงานกัน

ความจำเป็นเชิงกลยุทธ์ของการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นลบได้รับการเน้นย้ำโดย IPCC ซึ่งกล่าวถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่การบรรลุการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นลบอาจเป็นสิ่งสำคัญในการจำกัดภาวะโลกร้อนให้เหลือ 1.5-2.0 องศาเซลเซียส ภายในสิ้นศตวรรษนี้

IPCC เน้นว่าในขณะที่การปลูกต้นไม้และการฟื้นฟูระบบนิเวศในปัจจุบัน เป็นเทคนิคการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นไปได้มากที่สุด แต่เทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น การดักจับคาร์บอนทางอากาศโดยตรง แม้ว่าจะมีแนวโน้มดี แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับความต้องการพลังงานและต้นทุน

ประเทศที่พัฒนาแล้วถือว่ามีพันธกรณีทางศีลธรรมในการเป็นผู้นำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และบรรลุเป้าหมายสุทธิเป็นลบ

เนื่องมาจากความรับผิดชอบในอดีตต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้ทรัพยากรที่ผ่านมา ความเป็นผู้นำของประเทศพัฒนาแล้วอย่างเยอรมนี เดนมาร์ก ฟินแลนด์นี้ จะช่วยเพิ่มทางเลือกแก่ประเทศกำลังพัฒนาในการพัฒนาเศรษฐกิจของตน

โดยไม่มีข้อจำกัดด้านการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากเกินไป ซึ่งช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนามุ่งเน้นไปที่การพัฒนา ในขณะที่ยังคงมีส่วนร่วมในเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศโลกได้

ก๊าซเรือนกระจก จาก Net Zero สู่ Net Negative