วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ธุรกิจสกี’ หากิจกรรมทดแทน เพื่อความอยู่รอด ในวันที่ ‘หิมะ’ ตกน้อยเกินไป

‘ธุรกิจสกี’ หากิจกรรมทดแทน เพื่อความอยู่รอด ในวันที่ ‘หิมะ’ ตกน้อยเกินไป

“ธุรกิจสกี” ทั่วโลกตกที่นั่งลำบาก หลังอุณหภูมิโลกสูงขึ้น จนทำให้ “หิมะ” ตกน้อยเกินไป ไม่สามารถดำเนินกิจการได้เหมือนเดิม เร่งสร้าง “หิมะเทียม” เพิ่มกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมออกโปรโมชั่นลดราคาพิเศษ หวังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการได้ตลอดปี

อุณหภูมิโลกกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ ปริมาณหิมะที่ตกลงมาก็ลดน้อยลง สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรปทำให้อุตสาหกรรมสกีที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต้องหาทางปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

เส้นทางการเดินทางไกลริมทะเลสาบทาโฮ ในสหรัฐ หนึ่งในเส้นทางการเดินเทรลยอดนิยม ตอนนี้กำลังปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง ซึ่งเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการแก่นักเล่นสกีได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องปิดมานานเพราะไม่มีหิมะตก ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงพีคที่สุดของการท่องเที่ยว (ปลายเดือนพ.ย.-ต้นเดือนเม.ย.) 

  • หิมะตกน้อยเกินไป

ความไม่แน่นอนทางธรรมชาติและภาวะโลกร้อนทำให้ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของกิจการรีสอร์ตและลานสกีรายใหญ่ของสหรัฐอย่าง Vail Resorts และ Alterra ต้องหากิจกรรมอย่างอื่นมาทดแทน เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมาพักที่รีสอร์ตได้ทั้งปี ด้วยการปรับให้เป็นสนามเด็กเล่นบนภูเขา เพิ่มกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ที่ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งหิมะเพียงอย่างเดียว

“เรากำลังสร้างสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเพื่อขยายฤดูท่องเที่ยว ทั้งกิจกรรมเดินป่า ปีนเชือก ปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือตั้งแคมป์กับครอบครัวได้ ทั้งหมดนี้จะไม่ทำให้รีสอร์ตกลายเป็นเพียงเมืองร้างในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว” ดาร์ชี เร็นน์ รองประธานฝ่ายความยั่งยืนของ Alterra กล่าว 

เร็นน์กล่าวเสริมว่า Alterra ยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจสกี แต่ก็กำลังปรับเปลี่ยนให้บริษัทเป็นธุรกิจรีสอร์ตบนภูเขา

ขณะที่ธุรกิจเกี่ยวสกีในยุโรปจะไม่ได้รวมอยู่ในบริษัทเดียวอย่างในสหรัฐ แต่จะแยกออกเป็นธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร และลานสกี แต่สิ่งที่ธุรกิจการเล่นสกีทั้งในสหรัฐและยุโรปกำลังเจอเหมือนกัน ก็คือ ปริมาณหิมะที่ลดลง ทำให้ต้องเพิ่มกิจกรรมฤดูร้อน เช่น การเดินป่าและปั่นจักรยานเสือภูเขา รวมถึงการสร้างพื้นที่เล่นสำหรับเด็กที่ใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศแบบภูเขา

 

  • สร้างหิมะเทียม

Monte Cimone ผู้ในบริการลิฟต์สำหรับรีสอร์ตสกีรายใหญ่ของอิตาลี ได้ทุ่มเงินมหาศาลไปกับอุปกรณ์ทำหิมะ โดยได้ผลิต “ดินปืน” สำหรับการสร้างหิมะเทียมเพื่อช่วยให้สามารถเล่นสกีได้นานขึ้น ข้อมูลจากสมาคมเคเบิลเวย์แห่งสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นองค์กรของผู้ให้บริการการขนส่งผ่านทางสายเคเบิล เช่น กระเช้าขึ้นเขา ลิฟต์ พบว่า 90% ของลานหิมะในอิตาลีเป็นหิมะเทียมซึ่งสูงกว่าสวิตเซอร์แลนด์ที่มี 54% และ 40% ของฝรั่งเศส

แม้จะมีความพยายามจะทำให้ธุรกิจสกีไปรอด แต่เหล่าผู้ประกอบการรีสอร์ตสกีบนเทือกเขาแอเพนไนน์ ยังรู้สึกกดดันกับสถานการณ์โลกร้อน “แม้ปีนี้จะไม่ได้ดีมาก แต่ก็ยังทำธุรกิจได้ดีกว่าปีที่แล้ว” วาเลเรีย เกซซี ประธานของ Anef สมาคมผู้ให้บริการลิฟต์สกีของอิตาลี

รีสอร์ตในสหรัฐก็ต้องสร้างหิมะขึ้นมาด้วยเช่นกัน โดยแจ็คสันโฮล เมาธ์เทนรีสอร์ต หรือ JHMR สถานที่พักผ่อนในไวโอมิง เพิ่มเงินลงทุนอย่างหนักในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเพื่อสร้างหิมะเทียมให้ได้มากที่สุด ซึ่งในตอนนี้รีสอร์ตได้สร้างหิมะได้ประมาณหนึ่งในสามของเส้นทางเดินทางไกลแล้ว

อย่างไรก็ตาม JHMR จำเป็นต้องยกเลิกการแข่งขันสกีและสโนว์บอร์ดผาดโผนประจำปี  ที่จัดขึ้นเป็นประเพณีบริเวณรางน้ำแคบและชันบนยอดเขาที่เรียกว่า Corbet's Couloir ในเดือนม.ค.ของทุกปี เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวไม่มีหิมะหนาเพียงพอในการดำเนินกิจกรรม

“มันเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับอุตสาหกรรมสกี” แอนดรูว์ เวย์ โฆษกของ JHMR กล่าว

 

  • ลดราคาเรียกนักท่องเที่ยว

แม้จะมีความท้าทายด้านสภาพอากาศ ตามข้อมูลของสมาคมพื้นที่เล่นสกีแห่งชาติสหรัฐเปิดเผยว่า ระหว่างปี 2565-2566 มีนักสกี นักสโนว์บอร์ด และนักท่องเที่ยวมาเที่ยวสกีถึง 65.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.6% จากฤดูกาลที่แล้ว

ทั้ง Vail และ Alterra จัดดีลส่งเสริมการขายด้วยบัตรราคาส่วนลดเข้าใช้ลานสกีทั้งหมดในเครือทั้ง 41 แห่งทั่วสหรัฐ ยุโรปและออสเตรเลียตลอดปี  เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ มีรายได้และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหิมะจะน้อยจนเล่นสกีไม่ได้ก็ตาม ซึ่งโปรโมชั่นนี้ก็ได้การตอบรับอย่างดี มีนักท่องเที่ยว 2.4 ล้านคนซื้อบัตรนี้ 

โฆษกของ Vail กล่าวว่าโปรโมชั่นนี้เป็นการเปลี่ยนไดนามิกการท่องเที่ยว เพื่อเอาชนะการควบคุมของสภาพอากาศ ขณะที่ตัวแทนของ Alterra กล่าวเสริมว่า “เราสามารถมั่นใจว่าจะมีรายได้ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว มันทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาอีกหน่อยว่าจะมีคนมาอยู่ที่รีสอร์ตของเราที่ไหนสักแห่ง”

 

  • อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บริษัทสกีในสหรัฐกำลังขยายธุรกิจด้วยการซื้อธุรกิจในยุโรป เพื่อหวังจะทำรายได้เพิ่มขึ้น แต่ดูเหมือนว่ายุโรปก็ไม่ได้จะมีอากาศที่ดีไปสหรัฐ ศูนย์วิจัยระบบนิเวศอัลไพน์ประเมินว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในภูมิภาคอัลไพน์เพิ่มขึ้นเกือบ 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งสูงกว่าตัวเลขทั่วโลกในระยะยาวอย่างน้อย 1.1 องศาเซลเซียส

บริษัทสกีบางแห่งในสหรัฐ ยอมรับว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้สร้างหิมะเทียมได้ยากขึ้น

ออเดน เชนด์เลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายความยั่งยืนของ Aspen Snowmass ธุรกิจสกีรีสอร์ตในโคโลราโด กล่าวว่า บริษัทต้องการให้ออกกฎหมายรักษาสภาพภูมิอากาศ เช่น ระบอบภาษีคาร์บอน ด้วยการวางเอกสารคำร้องให้รัฐบาลดำเนินการลดโลกร้อนไว้ในห้องพักของโรงแรมทุกห้อง เพราะการรักษาอุณหภูมิของโลกให้คงที่ไม่ได้ทำได้ด้วยการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน


ที่มา: Financial Times