background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

จากหุ้นธรรมดาสู่หุ้น ESG เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

จากหุ้นธรรมดาสู่หุ้น ESG  เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

สวัสดีครับ ข่าวเด่นรอบโลกในหลายปีที่ผ่านมา อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าเหตุการณ์อย่างสงคราม หรือวิกฤติการเงินเป็นภัยใหญ่ใกล้ตัวกว่าที่คิด อย่างไรก็ตาม World Economic Forum รายงานผลสำรวจความเสี่ยงโลก (Global Risks Perception Survey) ในปี 2565-2566

พบว่าภัยคุกคามระดับโลก 10 อันดับแรกในระยะ 2 ปี และระยะ 10 ปี ส่วนใหญ่เป็นความเสี่ยงทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม อาทิ วิกฤติค่าครองชีพ และการล่มสลายของระบบนิเวศน์ต่างๆ มากกว่าความเสี่ยงทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยี

ข้อมูลข้างต้นสอดรับกับที่ Morgan Stanley Capital International (MSCI) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการวิจัยข้อมูลพอร์ตโฟลิโอแก่นักลงทุน เปิดเผยว่าปัจจุบันผู้ให้บริการบริหารจัดการทรัพย์สินต่างๆ รายงานความเสี่ยงด้าน ESG มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตอบสนองแนวโน้มการลงทุนในบริษัทที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนใส่ใจมากขึ้นว่าบริษัทได้นำเงินทุนไปใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ไม่เพียงต่อตัวนักลงทุนเอง แต่ต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งใน และนอกองค์กรด้วย

คำถามที่น่าสนใจต่อมาคือ หากบริษัทแห่งหนึ่งต้องการเป็นที่ยอมรับของนักลงทุนในด้าน ESG โดยเฉพาะการทำให้หุ้นของตนกลายเป็นหุ้น ESG จะต้องทำอย่างไร ในการตอบคำถามนี้เราควรทราบก่อนว่าการลงทุนในหุ้นยั่งยืน (ESG Investing) คืออะไร มีผู้ให้ความหมายไว้หลายแบบ และหนึ่งในสำนักที่ผมเห็นว่านิยามไว้ได้กระชับดีคือ นิตยสาร Forbes ซึ่งกล่าวว่า ESG Investing คือ กลยุทธ์การลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีแผนชัดเจนในการพัฒนาโลกให้ดีขึ้นในด้านต่างๆ โดยที่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลของบริษัทเหล่านั้นได้รับการจัดอันดับ ESG Rating โดยหน่วยงานภายนอก คำตอบตรงนี้มีความชัดเจนอย่างยิ่งว่าการจะได้ชื่อว่าเป็นหุ้น ESG นั้น มีงานต้องทำเยอะพอสมควรครับ


นักลงทุนยังสนใจอะไรอีกบ้างในหุ้น ESG นอกจากจะพิจารณาความสามารถในการแข่งขันหรือศักยภาพการเติบโตของบริษัทเช่นเดียวกับการวิเคราะห์หุ้นทั่วไปแล้ว นักลงทุนจะคำนึงถึงผลการดำเนินงานด้าน ESG ซึ่งเชื่อมโยงกับผลประกอบการทางการเงินของธุรกิจในระยะยาว โดยนักลงทุนมีตัวช่วยสำคัญในการ “เลือก” หุ้น นั่นคือ องค์กรหรือดัชนีหลายแห่งที่ทำการประเมินจัดอันดับความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG โดดเด่น หนึ่งในตัวอย่างดัชนีอันเป็นที่ยอมรับระดับสากลคือ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ซึ่งเป็นดัชนีหลักทรัพย์ของบริษัทชั้นนำที่ผ่านการประเมินความยั่งยืนตามตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีข้อมูลละเอียดครอบคลุมมากถึง 61 อุตสาหกรรม 

ในส่วนของประเทศไทย ตัวช่วยที่นักลงทุนไทยน่าจะคุ้นเคยคือ SETTHSI Index ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งมีขนาด และสภาพคล่องผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยบริษัทจะได้รับการคัดเลือกจากรายชื่อหุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment: THSI) ซึ่งหากบริษัทของเราผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ พร้อมทั้งมีคะแนนจากการตอบแบบประเมินความยั่งยืนอย่างน้อย 50% ทั้งในมิติบรรษัทภิบาล และเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม และมิติสังคม จนได้รับการคัดเลือกเข้าไปอยู่ในรายชื่อ THSI ก็แน่นอนครับว่าหุ้นของเราจะมีโอกาสอยู่ในสายตานักลงทุนด้านความยั่งยืนมากขึ้น

จากข้อมูลข้างต้น คงพอจะเห็นภาพแล้วว่าการยกระดับเป็นหุ้น ESG นั้นมีความท้าทายพอสมควร เนื่องจากผลการดำเนินงานด้าน ESG ต้องเกิดจากการบูรณาการแนวทางความยั่งยืนเข้าสู่นโยบาย และกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อนำสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง อีกทั้งยังต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน แต่ผมเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ได้แม้เพียงก้าวเล็กๆ ในระยะเริ่มต้น จะเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับความมุ่งมั่นตั้งใจแน่นอนครับ

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์