30 ปี SJJ ไม่หยุดแค่ “หลังคา” เปิดเกมรุก Material & Design Solution ผสาน AI ปั้นงานดีไซน์สู่ของจริง เน้นการเป็นSolution Partner ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับลูกค้าและนักออกแบบตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโครงการ
“เราไม่ได้อยากให้ลูกค้านึกถึง SJJ แค่ในฐานะผู้ผลิตเมทัลชีท แต่อยากให้มองเราเป็น Partner ที่เข้าใจทั้ง Material, Design และการใช้งานจริง” ประโยคข้างต้นเป็นของ “สายฝน เขียวเกิด” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส เจ เจ เพอร์เฟค รูฟ จำกัด หรือ SJJ GROUP ที่สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของ SJJ GROUP ได้อย่างชัดเจน
เพราะเมื่อเดินทางมาถึงปีที่ 30 สิ่งที่บริษัทกำลังมองหาไม่ใช่เพียง “การเติบโต” ในความหมายเดิม แต่คือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ไปสู่การเป็น Solution Partner ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับลูกค้าและนักออกแบบตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโครงการ นั่นคือที่มาของ SJJ Showroom รวมถึงแนวคิด “SJJ Forming Tomorrow: Intelligent Material for Future Design”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
AIS ชี้เกม AI ไทยต้องไปไกลกว่า “ใช้เป็น” เร่งปั้นคน-องค์กร สู่ AI สร้างผลลัพธ์จริง
เอไอเจอช่องโหว่ จะโกงหรือแจ้งเบาะแส? DeepMind พบสองพฤติกรรมในระบบเดียว
30 ปี กับคำถามว่า SJJ จะเดินต่อไปอย่างไร?
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา SJJ GROUP สั่งสมประสบการณ์จากธุรกิจเมทัลชีทและระบบหลังคา จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิต จำหน่าย และบริการติดตั้งวัสดุก่อสร้างอย่างครบวงจร
แต่สำหรับคุณสายฝน วันที่บริษัทก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ไม่ได้หมายถึงเพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมา หากเป็นจังหวะสำคัญในการถามตัวเองว่า “จากนี้ SJJ จะสร้างคุณค่าให้ลูกค้าได้มากกว่าเดิมอย่างไร?”
คำตอบจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การผลิตสินค้าที่ดีขึ้น แต่คือการเข้าไปมีส่วนร่วมกับกระบวนการออกแบบและการพัฒนาโครงการตั้งแต่ต้น
“ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เราเติบโตจากความเชี่ยวชาญด้านเมทัลชีทและระบบหลังคา แต่วันนี้เราไม่ได้อยากเป็นเพียงผู้ผลิตหรือจำหน่ายวัสดุเท่านั้น เราต้องการพัฒนาไปสู่การเป็น Solution Partner ที่สามารถทำงานร่วมกับลูกค้าและนักออกแบบได้ตั้งแต่ต้น” นี่คือประโยคที่แสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจจาก "สายฝน"
แนวคิดดังกล่าวจึงถูกถ่ายทอดออกมาเป็น SJJ Showroom พื้นที่ที่บริษัทต้องการให้แตกต่างจากโชว์รูมวัสดุก่อสร้างทั่วไปที่นี่ลูกค้า สถาปนิก และนักออกแบบจะได้เห็นและสัมผัสวัสดุจริง ทั้งสี พื้นผิว รูปแบบของเมทัลชีท ตลอดจนระบบและ Solution ต่าง ๆ สามารถทดลองจับคู่แนวคิดและพูดคุยกับทีมงานถึงความเป็นไปได้ในการผลิตและติดตั้ง เพราะสำหรับ SJJ “วัสดุ” ไม่ควรจบลงที่การวางอยู่บนชั้นโชว์ แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม
Showroom ที่ไม่ได้มีไว้แค่ “ดูสินค้า”
สิ่งที่คุณสายฝนต้องการให้เกิดขึ้นใน Showroom แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเดินเข้ามาเลือกสีหรือเลือกวัสดุ แต่คือการเข้ามา “หาคำตอบ” ให้กับงานออกแบบ
ในโลกของการออกแบบ บางครั้งไอเดียที่สวยงามบนกระดาษอาจมีข้อจำกัดเมื่อต้องนำไปสร้างจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัสดุ วิธีการผลิต รายละเอียดการติดตั้ง หรือข้อจำกัดทางเทคนิค ตรงจุดนี้เองที่ SJJ ต้องการเข้ามามีบทบาท
“หลายครั้งสิ่งที่นักออกแบบคิดขึ้นมาอาจมีรายละเอียดหรือข้อจำกัดบางอย่างเมื่อต้องนำไปสร้างจริง หน้าที่ของเราคือช่วยหาวิธีที่จะทำให้ Design Intent นั้นเกิดขึ้นได้ โดยยังรักษาแนวคิดของนักออกแบบไว้ให้มากที่สุด” สายฝน ระบุ
ดังนั้น สิ่งที่ SJJ ต้องการนำเสนอจึงไม่ใช่เพียง Product แต่เป็น ความรู้ ประสบการณ์ และ Solution ที่สามารถนำมาช่วยพัฒนาแต่ละโครงการร่วมกับลูกค้า
“Forming Tomorrow” ไม่ใช่แค่การขึ้นรูปโลหะ แต่คือการขึ้นรูปอนาคต
หากถามว่า SJJ มอง “วัสดุก่อสร้างแห่งอนาคต” อย่างไร คำตอบของคุณสายฝนชัดเจนว่า วัสดุในอนาคตจะไม่ถูกเลือกจากความสวยงามหรือความแข็งแรงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบโจทย์พร้อมกันทั้ง Design, Function, Technology และ Sustainability นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด “SJJ Forming Tomorrow: Intelligent Material for Future Design”
คำว่า “Forming” ในมุมมองของ SJJ จึงมีความหมายมากกว่าการขึ้นรูปโลหะ แต่คือการร่วมกัน “ขึ้นรูปอนาคต” ของงานออกแบบ
ประสบการณ์ 30 ปีจึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องของอดีต แต่เป็น “ฐาน” ที่บริษัทต้องการนำมาผสมผสานกับวัสดุ เทคโนโลยี และแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อเปิดทางเลือกให้นักออกแบบมากขึ้น
เป้าหมายสำคัญ คือทำให้ ไอเดียสร้างสรรค์ไม่หยุดอยู่บนแบบ แต่สามารถเดินทางไปสู่งานที่เกิดขึ้นจริงได้
เมื่อ AI เข้ามาอยู่ในโชว์รูม อีกภาพหนึ่งที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของ SJJ คือการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน ในมุมมองของคุณสายฝน มองว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีที่จะเข้ามาแทนที่นักออกแบบ แต่เป็น “เครื่องมือ” ที่จะช่วยให้นักออกแบบและลูกค้าทำงานได้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีที่ SJJ เริ่มพัฒนาคือ SJJ AI Simulator
แนวคิดไม่ซับซ้อน แต่ตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง
จากเดิมที่ลูกค้าอาจต้องดูวัสดุตัวอย่างชิ้นเล็ก ๆ แล้วจินตนาการว่า หากนำไปใช้กับอาคารจริงจะมีหน้าตาอย่างไร ระบบดังกล่าวจะช่วยทดลองนำวัสดุ สี หรือรูปแบบต่าง ๆ ไปจำลองกับตัวอาคาร เพื่อให้เห็นภาพเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะเป้าหมายในอนาคตคือการพัฒนาเทคโนโลยีให้เชื่อมโยงกับข้อมูลวัสดุได้มากขึ้น ตั้งแต่รูปแบบ สี ข้อจำกัดด้านการผลิตและติดตั้ง ไปจนถึงข้อมูลที่สามารถช่วยประเมินโครงการ
“เราไม่ได้มองว่า AI จะเข้ามาแทนที่นักออกแบบ แต่เราอยากให้ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักออกแบบและลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และช่วยให้แนวคิดสามารถพัฒนาไปสู่งานจริงได้แม่นยำขึ้น”
เป้าหมาย 3-5 ปี วัดจากบทบาทที่เปลี่ยนไป
เมื่อถามถึงภาพ SJJ ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะมีทิศทางอย่างไร คำตอบที่ได้จากคุณสายฝน คือ ไม่ได้วางเป้าหมายไว้เพียงการเติบโตของผลิตภัณฑ์เมทัลชีท แต่ต้องการขยับขึ้นไปสู่การเป็น ผู้นำด้าน Material & Design Solution สำหรับงานสถาปัตยกรรม
แน่นอนว่าเมทัลชีทยังคงเป็นธุรกิจหลักและบริษัทจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นคือ Technology, AI และ Sustainability เป้าหมายคือการเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนาโซลูชัน ไปจนถึงการใช้งานจริงของอาคาร
ขณะเดียวกัน SJJ ต้องการทำงานใกล้ชิดกับ สถาปนิก นักออกแบบ ผู้รับเหมา และเจ้าของโครงการ มากขึ้น เพราะบริษัทเชื่อว่านวัตกรรมที่ดีไม่ได้เกิดจากผู้ผลิตเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากการนำความเชี่ยวชาญของทุกฝ่ายมาร่วมกันสร้างสรรค์
โจทย์ใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “การปรับตัว”
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็ว คุณสายฝน มองว่าความแข็งแกร่งขององค์กรในอนาคตไม่ได้อยู่ที่การมีผลิตภัณฑ์ที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถในการ เรียนรู้ ปรับตัว และมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว SJJ จึงต้องการสร้างองค์กรที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ความต้องการของตลาด หรือแม้แต่สถานการณ์ที่วันนี้ยังคาดไม่ถึง
นี่อาจเป็นความหมายอีกชั้นหนึ่งของคำว่า “Forming Tomorrow”
เพราะการ “ขึ้นรูปอนาคต” ไม่ได้หมายถึงการกำหนดอนาคตไว้ล่วงหน้า แต่หมายถึงการมีความพร้อมที่จะปรับรูปแบบตัวเองไปพร้อมกับโลกที่กำลังเปลี่ยนไป
ท้ายที่สุด ภาพที่คุณสายฝน อยากเห็นจึงไม่ใช่เพียง SJJ ที่ขายเมทัลชีทได้มากขึ้น แต่เป็น SJJ ที่ลูกค้านึกถึงเมื่อกำลังมองหา “คู่คิด” สำหรับงานออกแบบและการก่อสร้าง
“ในอนาคตเมื่อพูดถึง SJJ เราอยากให้ลูกค้านึกถึงเรามากกว่าแค่ ‘เมทัลชีท’ แต่อยากให้นึกถึง SJJ ในฐานะ Partner ที่เข้าใจทั้ง Material, Design และการใช้งานจริง สามารถช่วยตั้งแต่การเลือกวัสดุ การพัฒนาแนวคิด ไปจนถึงการทำให้ Design นั้นสามารถเกิดขึ้นจริง พร้อมเติบโตและปรับตัวไปกับลูกค้าในทุกการเปลี่ยนแปลง”
จากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างสู่ผู้ร่วมสร้างสรรค์งานออกแบบ จากเมทัลชีทสู่ Material & Design Solution และจากประสบการณ์ 30 ปีสู่การใช้ AI และเทคโนโลยีสร้างโอกาสใหม่
ทั้งหมดนี้จึงเป็นอีกบทหนึ่งของ SJJ GROUP ที่กำลัง “Forming Tomorrow” ที่ไม่ใช่เพียงขึ้นรูปวัสดุ แต่กำลังขึ้นรูปบทบาทใหม่ของตัวเองในโลกสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างแห่งอนาคต





