วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘จุลพันธ์’ ลุย ‘แก้กฎหมาย’  ดึง ‘แรงงานแพลตฟอร์ม’ เข้า ‘ประกันสังคม’ อาจเพิ่ม 'มาตราใหม่'

‘จุลพันธ์’ ลุย ‘แก้กฎหมาย’  ดึง ‘แรงงานแพลตฟอร์ม’ เข้า ‘ประกันสังคม’ อาจเพิ่ม 'มาตราใหม่'

“จุลพันธ์” ลุยแก้ “กฎหมายประกันสังคม” ยกระดับความคุ้มครอง “แรงงานแพลตฟอร์ม” กว่า 3 แสนคน ดึงเข้าประกันสังคม ชี้เป็นเทรนด์แรงงานอีก 3-5 ปี เพิ่มแตะ 1 ล้านคน เดินหน้า ปฏิรูป สปส.มุ่งเป็นอิสระ ส่วนบำนาญสูตร CARE ขอเวลาฟังรอบด้าน  

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569  ที่สำนักงานประกันสังคม จ.นนทบุรี  นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  ให้สัมภาษณ์ภายหลังการ มอบนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคมว่า มามอบนโยบาย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการขับเคลื่อน เนื่องจากประกันสังคมเป็นลักษณะของกองทุนที่มีคณะกรรมการ(บอร์ด) รัฐมนตรีจึงต้องวางกรอบแนวคิดเพื่อขับเคลื่อนผ่านบอร์ดได้บางส่วน โดยสุดท้ายอำนาจการตัดสินใจจะอยู่ที่บอร์ด

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า  ปัจจุบันเกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นกับสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ในระดับหนึ่ง จากเหตุการณ์ความขัดแย้ง และการสื่อสารที่ออกไปสู่ภายนอก ทำให้ภาพลักษณ์ในบางมิติออกมาในเชิงลบ แต่ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง พบว่า การดำเนินงานของกองทุนไม่ได้มีปัญหาใดๆ และอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่จุดไหนที่เป็นปัญหาก็จะไม่ซุกไว้ใต้พรม จะหยิบออกมาหาทางแก้ไข เพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น โดยยึดหลักความโปร่งใสเพื่อให้ทุกคนตรวจสอบ และติดตามได้

“กระบวนการใช้จ่ายเงินไม่มีอะไรเป็นความลับ สำนักงานประกันสังคมต้องรายงานต่อสภา และหน่วยงานตรวจสอบ เช่น สตง. ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมาย และระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ได้มีกติกาพิเศษที่จะทำเองได้ทุกประการ เชื่อมั่นได้ว่าหน่วยงานตรวจสอบในไทยมีเยอะ และประชาชนจะเป็นดาบสำคัญในการติดตามการทำงาน ซึ่งผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องคอยติดตามตรวจสอบไม่ให้เกิดการรั่วไหลอยู่แล้ว” นายจุลพันธ์ กล่าว

แก้กฎหมายดึงแรงงานแพลตฟอร์มเข้าประกันสังคม

ในเรื่องความครอบคลุม เนื่องจากกองทุนประกันสังคมกำลังเผชิญกับสถานการณ์สังคมสูงวัย (Aging Society) และการเติบโตของกองทุนจากการลงทุนที่อาจจะมีผลตอบแทนที่ยังไม่เพียง ทำให้เกิดความเสี่ยงกับตัวกองทุน ซึ่งได้มีการปรับในเรื่องของการลงทุนแล้ว เพื่อให้มีแนวโน้มที่จะได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่มากขึ้น แต่อีกมิติจะต้องดึงคนเข้ามาสู่ระบบให้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้ยังมีแรงงานที่ไม่ได้เข้าสู่กลไกของประกันสังคมจำนวนมาก

อย่างเช่น กลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม หรือ กลุ่มกิ๊ก (Gig Workers) ซึ่งในโลกที่เปลี่ยน เศรษฐกิจ และภูมิทัศน์เปลี่ยนไปสู่อีคอมเมิร์ซ ปัจจุบันมีไรเดอร์ประมาณ 3 แสนคน และคาดว่าจะขยับเพิ่มเป็นเท่าตัวหรืออาจจะแตะล้านคนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ดังนั้น กฎหมายต้องปรับให้ทันเพื่อรองรับแรงงานรูปแบบใหม่ รวมถึง จะต้องดึงแรงงานต่างประเทศเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และข้อตกลงระหว่างประเทศ และลดความเสี่ยงจากการเป็นแรงงานเถื่อน

“ต้องเป็นการแก้กฎหมายประกันสังคม  ซึ่งได้มีการคุยกับกลุ่มแรงงานหลายบริษัท และศึกษาโมเดลต่างประเทศ เนื่องจากไรเดอร์หนึ่งคนอาจรับงานหลายบริษัท และไม่ใช่การทำงานเต็มเวลา (Full time) ซึ่งต้องหาข้อสรุปร่วมกันที่ทุกฝ่ายยอมรับได้”นายจุลพันธ์ กล่าว 

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนจะเข้าสู่ประกันสังคมตามมาตราไหน  มีการถกเถียงกันอยู่ว่าจะใช้มาตรา 40 หรือไม่ แต่มีแนวคิดเรื่องการออก "มาตราใหม่" สำหรับกลุ่มแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ เพราะรูปแบบงานแตกต่างออกไป ซึ่งยังเป็นเพียงแนวคิดแต่อาจทำได้ และต่อให้ใช้มาตราเดิมก็ต้องแก้กฎหมายเพื่อปรับนิยาม โดยมีการคณะทำงานเรื่องนี้แล้ว แต่ไม่อยากให้ใส่กรอบเวลาว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่

นอกจากนี้ เดินหน้าส่งเสริมมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยในสถานประกอบการ และการป้องกัน (Preventive)ความเจ็บป่วยของแรงงาน เป็นสิ่งที่ประกันสังคมต้องให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งงบประมาณการรักษาพยาบาลที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี สามารถลดลงได้ หากประกันสังคมสามารถสร้างกลไก วิธีการที่ทำให้แรงงานมีความปลอดภัยในเรื่องสุขภาพมากขึ้น เจ็บป่วยน้อยลง รวมถึง การยกระดับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ประสบอันตรายจากการทำงาน ด้วยการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์มาสนับสนุนการรักษา และฟื้นฟูร่างกาย และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

ขอเวลาดูบำนาญสูตร CARE รอบด้าน

ในด้านการบริการ ได้มอบหมายนโยบาย "Quick Win" ให้ไปดูเรื่องสิทธิสวัสดิการและการรักษาพยาบาลที่สามารถปรับเพิ่มให้แรงงานได้ทันที โดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณกองทุนมากนัก ส่วนเรื่องบำนาญประกันสังคม "สูตรแคร์" (CARE) ที่ตอนนี้ขั้นตอนอยู่ที่รอตนลงนามเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)นั้น ขอเวลาพูดคุยกับทุกกลุ่มให้รอบด้าน เพื่อหาคำตอบให้ทั้งฝ่ายที่ได้ และเสียประโยชน์

“ผมเพิ่งมาได้เดือนเดียว ตัวบอร์ดอาจมีมติเรื่องนี้ผ่านมานานแล้ว แต่ผมเพิ่งหนึ่งเดือนให้เวลาหน่อย แต่ยืนยันว่าจะไม่ล่าช้า เมื่อเรื่องมาถึงโต๊ะผมแล้วต้องดูให้ครบถ้วน เพราะสูตรแคร์มีทั้งคนเห็นด้วย และคัดค้าน มีกลุ่มผู้เรียกร้องมาหาทุกวัน เราต้องรับฟังความเห็นที่แตกต่างให้ครบหากปรับสูตรแล้วกระทบสิทธิของใครแม้แต่คนเดียว ผมก็ต้องดูว่าควรได้รับการเยียวยาเพียงพอหรือไม่ เมื่อดูครบแล้วผมจะเป็นคนตัดสินใจและรับผิดชอบเอง เพราะผมต้องเป็นคนเซ็นคนสุดท้ายก่อนเข้า ครม.” นายจุลพันธ์ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไม่ตีกลับไปที่บอร์ดเพื่อศึกษาใหม่ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ แต่คงไม่ใช้เวลานานขนาดนั้น เพราะถ้าตีกลับไปที่บอร์ด กระบวนการจะช้าลง

ต้องมีอิสระ ปราศจากการเมือง

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม จะต้องให้มีความเป็นอิสระทางการบริหาร ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง และมีความเป็นมืออาชีพในด้านการลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น (Trust and Confidence) ให้กับสังคม

ผู้สื่อข่าวถามเรื่องปฏิรูปประกันสังคมจะเป็นในรูปแบบองค์การมหาชนหรือองค์กรอิสระ หรือแบบไหน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่อยากให้สรุปในตอนนี้ แต่ยึดหลักคิดที่ว่าการทำงานต้องมีอิสระ ปราศจากการเมือง และในส่วนของการลงทุนต้องมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์