เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 ที่สำนักงานประกันสังคม จ.นนทบุรี นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) และโฆษก สปส. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) เกี่ยวกับความคืบหน้า การจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ ภายหลังบอร์ดชุดปัจจุบันหมดวาระลงตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า สปส.ได้พิจารณาทั้งในมิติของข้อกฎหมาย ผลการรับฟังความคิดเห็น และข้อจำกัดด้านระยะเวลา โดยเฉพาะความจำเป็นในการเร่งจัดการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารกองทุน
ชง 4 ร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดใหม่
สปส.มอบหมายให้คณะอนุกรรมการยกร่างระเบียบการเลือกตั้งศึกษารูปแบบที่เหมาะสม โดยนำผลการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ประกันตนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 1.2 ล้านคน มาประกอบการพิจารณา ก่อนสรุปเป็น 4 รูปแบบ เพื่อเสนอเป็นทางเลือกเชิงนโยบายให้คณะกรรมการประกันสังคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณา สำหรับรายละเอียดทั้ง 4 รูปแบบ ประกอบด้วย
- รูปแบบที่ 1 ฉบับรับฟังความคิดเห็น โดยแยกสัดส่วนฝั่งผู้ประกันตน กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน โดยไม่แยกสัดส่วน และฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน โดย “แยกสัดส่วนเพิ่มเติม” เช่น มาตรา 33 จำนวน 5 คน มาตรา 39 จำนวน 1 คน และมาตรา 40 จำนวน 1 คน ด้านสิทธิเลือกตั้ง นายจ้าง 1 นิติบุคคล เลือกได้ 1 คน และผู้ประกันตน 1 คน เลือกได้ 1 คน กำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ต้องมีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เป็นข้าราชการหรือมีตำแหน่งทางการเมือง และต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา
- รูปแบบที่ 2 แยกสัดส่วน และขยายสิทธิเลือกตั้ง โดยจำนวนผู้แทนยังคง 7 คนต่อฝ่าย โดยฝ่ายผู้ประกันตน “แยกสัดส่วน” เช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1 ม.33 มี 5 คน, ม.39 มี 1 คน, ม.40 มี 1 คน แต่ปรับ “สิทธิการเลือกตั้ง” โดยนายจ้างสามารถเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนสามารถเลือกได้ 7 คน ตามสัดส่วน เช่น ม.33 เลือก 5 คน ม.39 และ 40 เลือกได้กลุ่มละ 1 คนคุณสมบัติผู้สมัครและเงื่อนไขเงินสมทบ ยังคงเช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1
- รูปแบบที่ 3 ไม่แยกสัดส่วนและเลือกแบบรวม กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายละ 7 คน โดย “ไม่แยกสัดส่วน” ผู้ประกันตน สิทธิเลือกตั้ง นายจ้างเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนเลือกได้ 7 คน ยังคงกำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ต้องมีความรู้ ความสามารถ มีความสุจริต และไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงเงื่อนไขเงินสมทบ 48 เดือนใน 60 เดือน เช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1 และ 2
- และรูปแบบที่ 4 ใช้ระเบียบเดิม พ.ศ.2564 กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายละ 7 คน โดยไม่แยกสัดส่วน สิทธิเลือกตั้ง นายจ้างเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนเลือกได้ 7 คน ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครเพิ่มเติมในลักษณะเดียวกับ 3 รูปแบบแรก ส่วนเงื่อนไขเงินสมทบ กำหนดให้ส่งเงินสมทบต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 36 เดือน นับถึงวันสมัคร
นางนิยดา กล่าวด้วยว่า รูปแบบที่ 1-3 จำเป็นต้องดำเนินการยกร่างระเบียบใหม่ตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งจะใช้เวลาพอสมควร และอาจส่งผลกระทบต่อแผนการจัดการเลือกตั้ง ขณะที่รูปแบบที่ 4 สามารถดำเนินการได้ทันที โดยสำนักงานสามารถเรียกประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และเดินหน้ากระบวนการตามขั้นตอนต่อไปได้ ในด้านกรอบเวลา สปส.ประเมินว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 120 วัน ตั้งแต่การเตรียมการ การประกาศวันเลือกตั้ง การรับสมัคร ไปจนถึงการลงคะแนนและประกาศผล
คาดจัดการเลือกตั้งบอร์ดใหม่ภายในก.ค.2569
“หากต้องการให้ได้บอร์ดชุดใหม่โดยไม่ล่าช้า คาดว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 อย่างไรก็ตาม หากมีการเลือกใช้แนวทางที่ต้องยกร่างใหม่ อาจทำให้ไทม์ไลน์ขยับออกไป และส่งผลให้สถานะรักษาการยืดเยื้อ ซึ่งประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายกังวลคือ บอร์ดหมดวาระไปแล้ว หากปล่อยให้รักษาการเป็นเวลานาน อาจกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายและการบริหารกองทุน จึงมีความพยายามที่จะเร่งรัดให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด”นางนิยดากล่าว
ด้านรศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ดประกันสังคม)เกี่ยวกับการเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ว่า การประชุมในวันนี้มีการหารือในวาระประธานแจ้งเพื่อทราบ ซึ่งทั้งปลัดกระทรวงและเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้ให้ความเห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้ระเบียบเลือกตั้งเก่าไปก่อน
เนื่องจากกระบวนการตอนนี้บอร์ดอยู่ในช่วงรักษาการมาแล้ว 1 เดือน หากต้องรอใช้ระเบียบเลือกตั้งใหม่จะทำให้เสียเวลาและอาจต้องรักษาการยาวนานมากกว่า 6 เดือน โดยไทม์ไลน์คร่าวๆ ที่คาดการณ์ไว้จะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 ย้ำ 95 % ต้องการให้ใช้ระเบียบเดิม
ในขณะเดียวกันมีวาระการรายงานผลการศึกษาของอนุกรรมการและผลประชาพิจารณ์ที่พบว่า 95 % ของผู้แสดงความเห็นต้องการให้ใช้ระเบียบเดิมที่เคยใช้ในการเลือกตั้งปี 2566 แม้จะมีความเห็นต่างว่า ร่างระเบียบที่จะเสนอให้รัฐมนตรีพิจารณานั้น จำเป็นจะต้อเสนอทั้ง 4 ร่างที่สปส.นำเสนอหรือไม่ โดยแยกเป็นร่างระเบียบใหม่ 3 ร่าง และร่างระเบียาบเก่า 1 ร่าง
แต่ทางทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีจุดยืนว่า หากประชาชนส่วนใหญ่ 95 % ต้องการให้ใช้ระเบียบเดิม ก็ควรยื่นเพียงร่างเดียวเพื่อความรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมเห็นว่าให้มีการเสนอผลการศึกษาข้าไปและร่างทั้ง 4 ร่าง ทั้งนี้ ในที่ประชุมฝ่ายวิจัยได้นำเสนอความเห็นของทุกฝ่าย ซึ่งชัดเจนว่าเสียงส่วนใหญ่ 95 % มองว่าการเลือกตั้งแบบเดิมสร้างการมีส่วนร่วมได้มากกว่า
“ขอส่งสัญญาณถึงว่าที่รัฐมนตรีคนใหม่ รวมถึงคุณตรีนุช เทียนทอง ว่าการใช้ระเบียบเก่าจะทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ไวและมีประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อการบริหารงานราชการประกันสังคมให้ทำได้เต็มที่” รศ.ษัษฐรัมย์กล่าว
รศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวอีกว่า กำหนดการในเดือนกรกฎาคมนั้น ส่วนตัวมองว่ายังนานเกินไป เพราะอายุบอร์ดมีเพียง 2 ปี แต่ต้องรักษาการนานถึง 6 เดือน หรือคิดเป็น 25 % ของวาระการทำงาน ซึ่งหากขยับมาจัดในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน 2569 ได้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างมากกว่า แต่หากเลือกใช้ระเบียบใหม่จะต้องบวกเวลาเพิ่มไปอีกอย่างน้อย 3 เดือน
บอร์ดรักษาการนานส่งผลเสีย
“การรักษาการที่ยาวนานมีผลเสียแน่นอน โดยเฉพาะการพิจารณางบประมาณมูลค่าสูง 60 ล้าน ถึง 100 ล้านบาท หรือการผลักดันสิทธิประโยชน์ที่ต้องใช้งบประมาณหลักพันล้านบาท ซึ่งบอร์ดที่อยู่ในสถานะรักษาการย่อมไม่มีความสบายใจที่จะพิจารณาเรื่องที่มีภาระผูกพันสูงขนาดนั้น ทำให้การพัฒนาสิทธิประโยชน์ต่างๆ ล่าช้าออกไป ซึ่งการพิจารณาเหล่านี้ควรเป็นบอร์ดที่มีอำนาจเต็ม”รศ.ษัษฐรัมย์กล่าว
รศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยว่า เชิญชวนผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และประชาชนทั่วไปที่สนใจสมัครมาตรา 40 ให้เตรียมตัวลงทะเบียนและติดตามข่าวสารการเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้ที่สมัครมาตรา 40 ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ อาจจะมีสิทธิ์เลือกตั้งทันในเดือนกรกฎาคม 2569 แม้ขณะนี้จะยังไม่มีไทม์ไลน์การรับสมัครที่ชัดเจนจากสำนักงานประกันสังคม แต่ตามคุณสมบัติเดิมผู้ที่จะสมัครเป็นบอร์ดต้องส่งเงินสมทบมาไม่น้อยกว่า 36 เดือนติดต่อกัน และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องส่งเงินสมทบ 3 ใน 12 เดือน





