วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

แรงงานไทยพื้นที่เหตุสู้รบตะวันออกกลาง 'ปลอดภัย' เตรียมแผนพร้อมหากต้องอพยพ

แรงงานไทยพื้นที่เหตุสู้รบตะวันออกกลาง 'ปลอดภัย' เตรียมแผนพร้อมหากต้องอพยพ

แรงงานประเมินเหตุสู้รบตะวันออกกลางยังอยู่ “สถานะคงที่” แรงงานไทยปลอดภัยยังทำงาน  ส่วนล็อตใหม่สั่งชะลอทั้งหมดก่อน

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569 ที่กระทรวงแรงงาน พ.ต.ท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการรองรับช่วยเหลือแรงงานไทยที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลางหากสถานการณ์รุนแรงว่า  มีความห่วงใยพี่น้องแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศโดยเฉพาะหลายประเทศที่มีเหตุสู้รบ ในการเตรียมการมีความพร้อม

โดยกำหนดแผนรองรับตามความรุนแรงของสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่สำหรับการเผชิญเหตุ ตั้งแต่สถานการณ์คงที่ไปจนถึงการเยียวยาหลังสิ้นสุดเหตุการณ์ โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ

  • ระดับที่ 1 สถานะคงที่ เป็นสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังมีการสู้รบจำกัดอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบินหรือเขตทหาร และยังไม่กระทบถึงระดับพลเรือนมากนัก
  • ระดับที่ 2 เหตุสู้รบขยายวงกว้าง เมื่อมีความรุนแรงและความถี่ในการสู้รบมากขึ้น หรือมีภัยแทรกซ้อนในพื้นที่
  • ระดับที่ 3 สถานการณ์ยืดเยื้อ จะเน้นการบริหารจัดการระยะยาว การส่งกำลังบำรุง และการประสานงานทั้งในและต่างประเทศ
  • และระดับที่ 4 เหตุการณ์ยุติ เน้นเรื่องการเยียวยา การดูแล และการจัดหางานใหม่ให้กับแรงงาน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงในอนาคต

ทั้งนี้ แต่ละประเทศอาจจะมีสถานะไม่เหมือนกัน ประเทศหนึ่งอาจจะคงที่แต่มีความยืดเยื้อ ประเทศที่ 2 อาจจะมีเหตุรุนแรงและมีความยืดเยื้อ ประเทศที่ 3 อาจจะยุติแล้ว ซึ่งในการดูแลจัดการนั้น กระทรวงแรงงานและทูตแรงงาน จะทำงานร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) โดยหากสถานการณ์ถึงขั้นต้องอพยพก็มีแผนร่วมกันในการกำหนดเส้นทาง วิธีการและจุดคอยต่างๆเรียบร้อยแล้ว

พ.ต.ท วรรณพงษ์ กล่าวอีกว่า จากข้อมูล 2-3 วันที่ผ่านมายังมีเป้าหมายที่ไม่กระจายไปสู่พื้นที่อื่น  ประเมินสถานการณ์แล้ว ปัจจุบันอยูในสถานะคงที่ การกระจายของเหตุต่างๆยังมีความจำกัดอยู่ในพื้นที่ที่เฉพาะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่แต่ละประเทศเป็นเป้าหมาย เช่น สนามบิน หรือฝ่ายทหาร ฉะนั้น การกระทบในระดับพลเรือนยังมีความจำกัดอยู่

แรงงานไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆที่มีเหตุการณ์นั้น ยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต  การติดต่อสื่อสารยังสามารถทำได้อย่างสมบูรณ์ ยกเว้นประเทศอิหร่านที่ติดต่อได้ไม่สม่ำเสมอ ติดต่อได้หรือไม่ได้ตามช่วงเวลา ซึ่งการทำงานของแรงงานแต่ละพื้นที่ยังดำเนินชีวิตตามปกติ ยังไม่ต้องเข้าไปอยู่ในจุดหลบภัยหรืออพยพไปจุดพักพิง สามารถติดต่อสื่อสารได้มากกว่า 90 %

ส่วนที่ยังติดต่อไม่ได้นั้น ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดเข้าพื้นที่เพื่อติดต่อกับครอบครัวแรงงานให้ทราบสถานะว่าได้มีการติดต่อกับครอบครัวหรือไม่ และให้มีศูนย์ประสานงานแต่ละจังหวัดด้วย เพื่อให้ญาตพี่น้องสามารถติดต่อได้หรือให้ข้อมูลความเข้าใจต่างๆ  ลดความกังวลของครอบครัว 

“อยู่ระหว่างการสำรวจความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยของแรงงานไทยในประเทศที่มีเหตุสู้รบ แต่แรงงานยังอยู่ในสถานะทำงานตามปกติ เฉพาะเมื่อมีเหตุก็อาจจะมีการหลบภัยบ้าง แต่ทราบว่าก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ต้องระวัดระวังเป็นอย่างมาก ขณะนี้แรงงานไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ ประมาณ 80,000 คน โดยในประเทศอิสราเอลมากที่สุด 58,000 คน  รองลงมา ยูเออี 12,000 คน ที่เหลืออยู่ในระดับหลักพันและหลักร้อย ซึ่งการติดต่อสื่อสารกับแรงงานก็ยังสามารถติดต่อได้ โดยยังปลอดภัย” พ.ต.ท วรรณพงษ์ กล่าว


ส่วนแรงงานกลุ่มใหม่ที่จะส่งไปได้มีการชะลอเด็ดขาดโดยเฉพาะ 2 ประเทศหลักและไม่สามารถไปได้เพราะไม่มีการเดินทางที่ไปได้  ซึ่งที่กำลังจะบินไปอิสราเอลประมาณ 1,000 คน เป็นกลุ่มไปทำงานภาคการเกษตร ส่วนประเทศใกล้เคียงเรียกว่ามีการชะลอเป็นเบื้องต้น  ต้องรอดูสถานการณ์และนโยบาย ทั้งหมดยังอยู่ในขั้นการชะลอและดูความเหมาะสมกับสถานการณ์

ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นในส่วนของ กรมการจัดหางาน ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสั่งชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงแล้ว โดยเฉพาะอิสราเอลซึ่งมีแรงงานรอเดินทางกว่า 1,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคเกษตรระบบการจัดส่งแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G to G

เนื่องจากน่านฟ้าปิดและเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งหากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต กระทรวงแรงงานได้ร่วมประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เพื่อเตรียมแผนอพยพ เส้นทาง และจุดพักคอยไว้พร้อมแล้ว แต่การดำเนินการต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริงและนโยบายของรัฐบาล