background-default

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม 2569

Login
Login

'บอร์ดประกันสังคม' เคาะปรับสัดส่วนลงทุน-ตั้งทีมนับหนึ่งปฏิรูปสปส.

'บอร์ดประกันสังคม' เคาะปรับสัดส่วนลงทุน-ตั้งทีมนับหนึ่งปฏิรูปสปส.

การประชุมคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ดประกันสังคม)ครั้งที่ 2/2569 ได้มีการเปิดเผยทิศทางสำคัญในการยกระดับกองทุนประกันสังคม ทั้งในด้านการบริหารความเสี่ยงและการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อความยั่งยืนในอนาคต โดยประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือแผนการลงทุนใหม่ที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและการสร้างธรรมาภิบาลที่ตรวจสอบได้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ที่สำนักงานประกันสังคม พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์  ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ดประกันสังคม) แถลงข่าวภายหลังการประชุมบอร์ดครั้งที่ 2/2569 ว่า  ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ที่ถือเป็นวาระเร่งด่วนดำเนินการทันที โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมภายในสัปดาห์นี้ และน่าจะมีการประชุมนัดแรกในสัปดาห์หน้า 

ตั้งทีมศึกษาปฏิรูปสปส. ขีดเส้น 60 วัน 

คณะทำงานฯมีปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นที่ปรึกษา รวมถึงประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตน 4 ท่าน ฝ่ายนายจ้าง 4 ท่าน และฝ่ายราชการ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญอย่างกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อดูแลความถูกต้องเชิงกฎหมายและกลไกการจัดการ

ภารกิจหลักของคณะทำงาน คือ การจัดทำโรดแมป( Roadmap) และกำหนดแนวทางรูปแบบต่างๆ ในการยกระดับสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ที่มีคุณภาพสูงขึ้น  อีกทั้ง ยังมีอำนาจในการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษา หรือตัวแทนจากหน่วยงานภายนอก เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มาเป็นที่ปรึกษา เพื่อนำข้อมูลเชิงวิชาการและรูปแบบความสำเร็จจากต่างประเทศมาปรับใช้ให้เป็นรูปธรรม 

ทั้งนี้ คณะทำงานฯจะทำงานเชิงรุกและมีกรอบเวลาการดำเนินงานภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง จะต้องได้โมเดลกรอบความคิด แล้วก็รูปแบบที่ทางคณะทำงานฯได้เห็นร่วมกันว่ามีโมเดลใดที่น่าสนใจ และส่งผ่านให้กับสถาบันในเชิงวิชาการศึกษา เพราะมีความจำเป็นที่ต้องมีข้อมูลวิชาการ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีผลต่อภาพรวมของคนจำนวนมากในประเทศไทย

“เดิมสำนักงานประกันสังคมเคยมีการศึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างแล้วอย่างน้อย  2 ครั้ง ในปี 2545 และ 2559 ซึ่งมีรูปแบบให้เป็น 2-3 โมเดล แต่เมื่อผ่านมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว บริบทต่างๆเปลี่ยนแปลงไปมาก จึงต้องมีการตั้งคณะทำงานศึกษาฯ แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะต้องออกนอกระบบราชการหรือไม่อย่างไร ต้องหารือกันในที่ประชุมคณะทำงาน”พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าว 

ปรับสัดส่วนลงทุนเป็น 50/50

รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี  กรรมการผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน คณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ดประกันสังคม) กล่าวว่า  กรอบการบริหารการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์(SAA)แนวใหม่ที่เรียกว่า SAA เฟส 2 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี 2571 สาระสำคัญของแผนนี้ คือ การปรับสัดส่วนการลงทุนให้มีความสมดุลและสอดคล้องกับมาตรฐานกองทุนบำนาญระดับสากล  โดยจะเน้นการกระจายสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศให้สมดุล มีการขยับเพดานการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงต่ำในสัดส่วน 50 ต่อ 50  เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าเดิม

 “กรอบนี้เป็นเพดานขั้นสูง หมายความว่า ในทางปฏิบัติจริงสามารถที่จะมีการบริหารความ เสี่ยงที่มีความรัดกุม ยกตัวอย่าง ในกรณีเมื่อปีก่อนมีประเด็นเรื่องตึก SKYY 9  โดยทางสำนัก งานประกันสังคม และบอร์ดได้มีการตั้งอนุกรรมการที่มีความเกี่ยวข้อง จัดทำร่างระเบียบ บริหารความเสี่ยงใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้”รศ.ษัษฐรัมย์กล่าว

คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเป็น 5-6 %

รศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยว่า  กระบวนการปรับเปลี่ยนกรอบการลงทุนนี้จะใช้เวลาเตรียมการและแก้ไขระเบียบประมาณ 15 เดือน คาดหวังมีผลใช้ในปี 2571 คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนไว้ที่ประมาณ 5-6% แม้ในช่วงปี 2568  แม้ว่าจะได้รับผลตอบแทนในเชิงตัวเลขที่ดูสูงขึ้น แต่ก็เป็นเงื่อนไขของ ความเฉพาะของตราสารหนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น การวางแผนระยะยาวที่จะทำให้ได้ ผลการตอบแทนการลงทุนที่เหมาะสม  จะทำให้ยืดอายุของกองทุนขึ้นได้ 2 ปี

รศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวอีกว่า เป็นการวางกรอบการลงทุนที่มีธรรมาภิบาลมากขึ้น โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึง วิธีการได้มาซึ่งทรัพย์ต่าง ๆ  ที่เห็นแล้วว่าในอดีตมีปัญหาอย่างไร  การที่เดินหน้าปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อให้การลงทุนเป็นไปตามมาตรฐานของกองทุนบำนาญทั่วโลก ซึ่งได้ผ่านการศึกษาทั้งในอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง และอนุกรรมการบริหารการลงทุนไปแล้ว ถือว่าเป็นนิมิตใหม่ อันดีในการที่ขยับให้การลงทุนของกองทุนประกันสังคมใกล้เคียงกับมาตรฐานบำนาญของกอง ทุนอื่นทั่วโลก

การลงทุนปี 2568 

      อนึ่ง ตามระเบียบคณะกรรมการประกันสังคมว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2559กำหนดให้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่ต่ำกว่า 60 % และลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงไม่เกิน 40 %

          ในรายงานสถานะการบริหารเงินลงทุนกองทุนประกันสังคม ณ 30 กันยายน 2568 ระบุว่า กองทุนประกันสังคมมีมูลค่าทั้งสิ้น 2.826 ล้านล้านบาท โดยลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง เพื่อความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาว รวมทั้งพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน
          1.รวมหลักทรัพย์มั่นคงสูง จำนวน 1,938,601 ล้านบาท คิดเป็น 68.59 %  คิดเป็น ได้แก่  เงินฝาก 2.83 % ,พันธบัตรรัฐบาล ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รัฐวิสาหกิจที่กระทรวงคลังค้ำประกัน 48.87 % ,หุ้นกู้เอกชนหรือ securitized debt ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ 2.73% และหน่วยลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้อันดับความน่าเชื่อถือ 15.17%
           และ2.รวมหลักทรัพย์เสี่ยง จำนวน 887,596 ล้านบาท คิดเป็น 31.41 %  ได้แก่ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลัง ไม่ค้ำประกัน, 0.07%,หน่วยลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ 2.57%,ตราสารทุนไทย 7.67%,หน่วยลงทุนตราสารทุนต่างประเทศ 16.92% และหน่วยลงทุนอสังหา, โครงสร้างพื้นฐาน, ทองคำ 4.18%
             ตั้งแต่ปี 2534 จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2568) เงินลงทุนรวมของกองทุนประกันสังคม มูลค่ารวม 2,826,197 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินจาก 2 ส่วนหลัก คือ เงินสมทบสะสมจากนายจ้าง ลูกจ้าง  รัฐบาล รวมจำนวน 1,690,726 ล้านบาท คิดเป็น 59.82 % และเงินผลประโยชน์สะสมที่ได้รับจากการลงทุน จำนวน 1,135,471 ล้านบาท คิดเป็น 40.18 %