ปัญญาชนที่ไร้จริยธรรม | ก้าวไกลวิสัยทัศน์

ปัญญาชนที่ไร้จริยธรรม | ก้าวไกลวิสัยทัศน์

ใครที่จะเป็นบัณฑิตอุดมศึกษาในบ้านเรา จะต้องมีผลลัพธ์ที่เกิดจากการเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยอยู่ 4 เรื่อง เรื่องแรกคือต้องมีความรู้ในสาขาวิชาที่เล่าเรียน เรื่องที่สองคือมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน

เรื่องที่สามคือต้องมีคุณลักษณะที่เหมาะสมกับการเป็นสมาชิกที่ดีของวงการวิชาชีพ และสังคม เรื่องที่สี่ต้องเป็นคนที่มีจริยธรรม ก่อนจะรับปริญญายังมีการปฏิญาณตนว่าจะรักษาตนเองให้ทำงานอยู่ในกรอบจริยธรรมอีกด้วย 

เราจึงเชื่อกันว่าใครที่เล่าเรียนมาถึงระดับบัณฑิต น่าจะเป็นคนที่มีจริยธรรมอยู่ในตนเอง แต่กลับพบเหตุการณ์ที่บ่งบอกถึงการกระทำที่ไม่มีจริยธรรม ของคนที่เล่าเรียนมาสูง ๆ อยู่เป็นประจำ มีเรื่องมีราวใหญ่โต บางเรื่องก็เกินเลยไปถึงขนาดว่ามีผู้คนเสียชีวิต จากการกระทำที่ไร้จริยธรรมของคนที่เล่าเรียนมาสูง ๆ

คนที่เล่าเรียนมาสูง ๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับการฝึกฝนทางจริยธรรมมามากพอสมควร จะทำวิทยานิพนธ์ก็ได้รับการฝึกฝนจริยธรรมป้องกันไม่ให้งานวิจัยนั้นไปทำให้เกิดโทษกับใคร จึงมีความน่าจะเป็นไปได้ที่คนเล่าเรียนมาสูง ๆจะระมัดระวังในเรื่องจริยธรรมมากกว่าคนโดยทั่วไป

แต่มีงานวิจัยยืนยันว่า คนที่เล่าเรียนมาสูง ๆ นั้น อาจใช้ความสามารถที่ตนเองมีอยู่บิดเบือนการกระทำที่ไร้จริยธรรมได้อย่างแนบเนียนกว่าคนทั่วไป งานวิจัยยืนยันว่าปริญญาสูง ๆ ไม่ใช่เครื่องรับประกันการกระทำที่มีจริยธรรมจากคนนั้น

คงมีบ้างที่การงานของเราอาจต้องเกี่ยวข้องกับคนที่มีปริญญาสูง ๆ เราจะสังเกตได้อย่างไรว่า บัณฑิตปริญญาสูงคนนั้น จะไม่ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามจริยธรรม ที่อาจทำให้ตัวเราที่เป็นผู้ร่วมงานเดือดร้อนไปด้วย การกระทำที่ไร้จริยธรรมนั้น มักเริ่มต้นจากการที่คนนั้นเริ่มไม่ใส่ใจว่าการกระทำของตนจะนำไปสู่ความเดือดร้อนกับคนอื่น

มักเริ่มจากการเชื่อว่า ปลายทางกำหนดเส้นทาง Ends-Justify-Means คือ ตั้งหน้าตั้งตาจะไปถึงสิ่งที่ตนมุ่งหมายไว้ โดยไม่แคร์ว่าหนทางสู่ความสำเร็จนั้น จะมีใครบ้างที่เดือดร้อน 

คนที่เล่าเรียนจนได้ปริญญามาหลายใบนั้น พร้อมที่จะตะแบงหลักจริยธรรมเพื่อให้คนอื่นเห็นว่า การกระทำของตนนั้นไม่ได้ละเมิดจริยธรรมแต่ประการใด ถ้าเริ่มเห็นการแสดงตรรกะแปลก ๆ เพื่อแก้ตัวในการกระทำที่ไม่มีจริยธรรมของตน จากมนุษย์มากปริญญา แนะนำว่าอยู่ห่างๆไว้จะดีกว่า เรื่องเดือดร้อนจะได้ไกลตัว

จากการที่เล่าเรียนมามาก ที่จริงน่าจะสร้างความตระหนักว่าเรื่องที่ยังไม่รู้นั้นยังมีอีกมากมายในจักรวาลนี้ ถูกผิดว่ากันไปตามกระบวนตามระเบียบวิธีการวิจัย ถ้าพบบางคนที่เชื่อว่าความรู้ที่ตนมีนั้นสูงส่งกว่ากฎกติกาที่มีอยู่ เผลอแสดงความเห็นที่เป็นการด้อยค่าความคิดความเห็นของคนร่วมงานที่เล่าเรียนมาน้อยกว่าอยู่เป็นประจำ ประชุมร่วมกันสักครั้งสองครั้ง คนอื่น ๆ ก็จะพอสังเกตเห็นการยกตนข่มท่านด้วยปริญญาได้อย่างชัดเจน 

ฉันเล่าเรียนเรื่องนี้มาจากปรมาจารย์ของโลกบ้าง ฉันเป็นคนเดียวที่เรียนจบมาเรื่องนี้บ้าง คนแบบนี้แหละที่จะมีโอกาสเป็น “บัณฑิตไร้จริยธรรม” สูงมาก

ปัญญาชนไร้จริยธรรมจะมีการเลือกปฏิบัติด้านจริยธรรมอย่างชัดเจน คนร่วมงานต้องทำตามกติกาด้านจริยธรรมทุกขั้นตอน ไม่งั้นฉันตีแหลก แต่งานของฉัน จริยธรรมมาทีหลัง แล้วอธิบายด้วยตรรกะที่แปลก ๆ ใครโต้แย้งก็เจอมาตรการยกตนข่มท่านด้วยปริญญา 

ถ้ากฎระเบียบไม่กำหนดไว้ชัดเจน ฉันเดินหน้าตามหนทางของฉัน ไม่ใส่ใจว่าใครจะเดือดร้อนอะไร เดินหน้าแบบไร้จริยธรรมได้อย่างหน้าตาเฉย เพราะขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ยิ่งถ้าเล่าเรียนมาสูง แล้วได้ตำแหน่งการงาน ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ จะเห็นการเลือกปฏิบัติด้านจริยธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น

อีกหลายอาการที่พบเจอแล้วรู้ตัวได้เลยว่าอยู่ใกล้ปัญญาชนไร้จริยธรรม ตั้งแต่ยืนยันความสำเร็จของงาน จากผลลัพธ์ ไม่เคยบอกว่าได้ผลลัพธ์นั้นมาด้วยวิธีการใด ถ้าทำงานสำเร็จ ผลงานเป็นของฉัน ถ้าล้มเหลว ฉันตำหนิไปรอบตัว บ่นเป็นประจำเรื่องกฎกติกาว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานเช่นนั้นเช่นนี้

ปัญญาชนไร้จริยธรรม เป็นความเสียหายกับองค์กร อย่าตื่นตาตื่นใจกับใบปริญญา โดยไม่ได้สังเกตว่าคนที่จะได้มาร่วมงานนั้น วันหน้าจะสร้างเรื่องเดือดร้อนแจกจ่ายกันไปทั่วหน้า