“อนุทิน” เปิดเกมรุกดึงทุนเทค เผย Google มองไทยมีพื้นที่โตอีกมากจากฐานลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ชูคนไทย-โครงสร้างพื้นฐาน-เสถียรภาพเป็นแต้มต่อ พร้อมใช้ BOI Fast Track เร่งปิดดีลลงทุนใหม่
วันนี้(7 พ.ย. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” เปิดเผยถึงการเดินทางเข้าพบของผู้บริหารของบริษัท Google (นาง Ruth Porat ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Alphabet และ Google) ณ ทำเนียบรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าได้มีการหารือถึงความเชื่อมั่นและแนวทางการขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัจจุบัน Google มีมูลค่าการลงทุนที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้วประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือกว่า 200,000 ล้านบาท) ซึ่งทางผู้บริหาร Google ได้เปิดเผยความตั้งใจที่จะเพิ่มการลงทุนในไทยอีก
โดยระบุว่ายอดเงินลงทุนเดิมนั้น "That's too little, that's too small" หรือเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับแผนการขยายกิจการในอนาคต พร้อมยืนยันความพร้อมที่จะ ขยายการลงทุนในประเทศไทยไม่น้อยกว่าที่ลงทุนในประเทศมาเลเซีย
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Google และนักลงทุนต่างชาติเลือกประเทศไทยว่า นอกเหนือจากมิตรไมตรีของคนไทยแล้ว ยังมาจาก ศักยภาพของคนไทย และหลักสูตรการศึกษาที่พร้อมนำมาต่อยอดและ Upskill ทักษะความเชี่ยวชาญ ประกอบกับความพร้อมด้าน โครงสร้างพื้นฐาน จุดยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางภูมิภาค เสถียรภาพทางการเมือง ระบบการกระจายสินค้า และอัตราภาษีที่เหมาะสม
โดยคาดว่าการเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติต่าง ๆ จะช่วยสร้างงานให้แก่แรงงานไทยสูงถึง 20,000 - 30,000 อัตราต่อราย
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของรัฐบาลว่า รัฐบาลมีแนวทางชัดเจนในการกำกับดูแล โดยยึดหลัก “เราต้องเป็นผู้ควบคุม AI ไม่ให้ AI มาคุมเรา”เพื่อป้องกันไม่ให้การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานส่งผลกระทบจนประชาชนต้องตกงาน
นอกจากนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการช่องทางพิเศษสำหรับนักลงทุน (Thailand Fast track) โดยปรับขั้นตอนให้ผู้ที่ต้องการลงทุนสร้างหรือขยายฐานการผลิต ติดต่อผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพียงจุดเดียว (One-Stop Service) เพื่อทลายข้อจำกัดและอุปสรรคทางธุรการต่าง ๆ
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียืนยันด้วยว่ากระบวนการทั้งหมดจะดำเนินไปด้วยความโปร่งใส ปราศจากการเลือกปฏิบัติหรือการเรียกรับค่าน้ำร้อนน้ำชา เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่นักลงทุนต่างชาติในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน





