นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีระกูล เปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 ยิ่งใหญ่อลังการ โชว์นวัตกรรมเกษตร BCG กระตุ้นเศรษฐกิจอีสาน คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท
KEY POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก ณ จังหวัดอุดรธานี เพื่อแสดงศักยภาพด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมของไทย
- มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตามโมเดล BCG โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวในภาคอีสาน
- มีแผนต่อยอดพื้นที่จัดงานหลังสิ้นสุดงานให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวและแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน เพื่อสร้างประโยชน์แก่ชุมชนในระยะยาว
ท่ามกลางความท้าทายระดับโลก ทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตทรัพยากรธรรมชาติ และความมั่นคงทางอาหาร ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม และความร่วมมือระดับนานาชาติ ผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดงาน “มหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Expo)” ณ จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งนับเป็นงานระดับโลกที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และจัดต่อเนื่องยาวนานถึง 134 วัน
- ปักหมุดไทยสู่เวทีโลก ชูศักยภาพด้านเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อม
นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยในพิธีเปิด งานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี ว่า นับเป็นความภูมิใจที่ประเทศไทยได้รับโอกาสให้จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่อุดรธานีในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงศักยภาพทางด้านพืชสวนและเกษตรกรรมของไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่าง "พืช น้ำ และผู้คน" ตั้งแต่การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การรับมือกับวิกฤตการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการเพาะปลูก เพื่อยกระดับผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
แนวทางดังกล่าวสอดรับเป็นอย่างดีกับยุทธศาสตร์ชาติในการขับเคลื่อน BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับการบูรณาการเทคโนโลยีชีวภาพควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
- กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ยกระดับอีสานสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
รัฐบาลมุ่งหวังให้การจัดงานในครั้งนี้สร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมไปยังพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การคมนาคม และภาคบริการ พร้อมทั้งเป็นการยกระดับบทบาทของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ให้gเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น
ยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนาพื้นที่จัดงานไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงแค่จบงาน แต่รัฐบาลมีแผนต่อยอดให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็น “พื้นที่สีเขียว” และ “แหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน” อย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติในอนาคต ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อสร้างคุณค่าและประโยชน์ระยะยาวแก่ชุมชน
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมืออันเข้มแข็งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร สนับสนุนร่วมกับกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ที่ร่วมแรงร่วมใจเนรมิตงานครั้งนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบและสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน
- สานต่อความสำเร็จสู่อนาคต
ความสำเร็จของงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และประชาชนชาวไทยทุกจังหวัด และในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยเตรียมสานต่อความสำเร็จดังกล่าวด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอีกครั้ง ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะช่วยสร้างประโยชน์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
- การพัฒนาที่ยั่งยืน
การที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน มหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Exposition) ณ จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นโอกาสทองและหมุดหมายสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศ ทั้งในด้านพืชสวน การเกษตร ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พร้อมสะท้อนสู่สายตาประชาคมโลก
- เปิดมุมมองใหม่ความหลากหลายและวิถีชีวิตที่ยั่งยืน
การจัดงานครั้งนี้ชูแนวคิด "ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณสู่การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน" ซึ่งมุ่งนำเสนอความสัมพันธ์อันเกื้อกูลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ สะท้อนความงดงามของพืชพรรณและสวนนานาชาติ ควบคู่ไปกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
- ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต
นอกจากคุณค่าทางวิชาการและสิ่งแวดล้อมแล้ว งานมหกรรมพืชสวนโลกยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระดับจังหวัดอุดรธานีและภูมิภาคใกล้เคียง
สร้างโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการ เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และประชาชนในพื้นที่ได้แสดงศักยภาพและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พัฒนาพื้นที่ระยะยาว พื้นที่จัดงาน "พุ่มน้ำหนองกิมฮาว" ถูกพัฒนาให้ต่อยอดเป็น "พื้นที่สีเขียว แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยว" ที่สร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชนและชุมชนในระยะยาว
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าการจัดงานในครั้งนี้สะท้อนความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านแนวคิดความหลากหลายของพืชพรรณและสวนนานาชาติ ควบคู่ไปกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพ ยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาค
นอกจากคุณค่าทางวิชาการและสิ่งแวดล้อมแล้ว การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ได้แสดงศักยภาพและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีและภาคอีสาน โดยคาดการณ์ว่าจะมีเงินสะพัดตลอดช่วงการจัดงานไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท
มรดกสีเขียวเพื่ออนาคต (Expo Legacy)
สำหรับการพัฒนาพื้นที่จัดงานบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด รัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ได้มุ่งเน้นการต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนภายหลังสิ้นสุดการจัดงาน โดยเตรียมพัฒนาให้เป็นพื้นที่สีเขียว แหล่งเรียนรู้ และแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าระยะยาวแก่ประชาชนและชุมชนต่อไป
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมืออันเข้มแข็งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร สนับสนุนร่วมกับกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ที่ร่วมแรงร่วมใจเนรมิตงานครั้งนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบและสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน
- ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนสู่ความสำเร็จ
ความสำเร็จของการเตรียมงานในครั้งนี้ เกิดจากการบูรณาการความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง นำโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (โดยกรมวิชาการเกษตร) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และประเทศพันธมิตร ตลอดจนพลังความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน
งานมหกรรมพืชสวนโลก ณ จังหวัดอุดรธานี จึงไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดงนิทรรศการพืชสวนระดับนานาชาติ แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมโลกอย่างแท้จริง





