วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'วราวุธ' สั่งผู้ประกอบการเร่งเยียวยาชาวปราจีน จากผลกระทบสารปนเปื้อนในน้ำ

“วราวุธ” กำชับผู้ประกอบการเยียวยาชาวปราจีนที่ได้รับผลกระทบสารปนเปื้อนในน้ำทุกบาททุกสตางค์ เผย นายอำเภอ เป็นคนกลางดำเนินการ คาด 2 - 3 วันรู้ผลค่าน้ำ - ดิน

KEY POINTS

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม สั่งให้บริษัทผู้ประกอบการเร่งดำเนินการเยียวยาประชาชนชาวปราจีนบุรีที่ได้รับผลกระทบจากสารปนเปื้อนในน้ำอย่างเต็มที่
  • กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เก็บตัวอย่างน้ำและดินไปตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อประเมินความเข้มข้นของสารเคมี โดยคาดว่าจะทราบผลในอีก 2-3 วัน
  • มีการตั้งหน่วยงานราชการ เช่น นายอำเภอ เป็นคนกลางในการเจรจาเรื่องค่าเสียหายระหว่างประชาชนกับผู้ประกอบการ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง

วันนี้ (3 พ.ย.) ที่จ.อุดรธานี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรี ยังกังวลเรื่องมลพิษสารปนเปื้อนในน้ำที่ไหลมาจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เก็บตัวอย่างเพิ่มเติม รวมถึงเก็บตัวอย่างดิน เพื่อดูว่าระยะเวลาที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม ค่าของสารต่าง ๆ มากขึ้น หรือ น้อยลงอย่างไร

แต่คาดว่าน่าจะมีสารตกค้างอยู่ ยิ่งปริมาณน้ำลดลงมากเท่าไหร่ ปริมาณสารเคมีที่อยู่ในลำน้ำ หรือ ท้องนาก็จะเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น

 

ทั้งนี้ ตนเองได้ขอให้บริษัทดำเนินการเยียวยาประชาชนทุกบาททุกสตางค์ และทราบมาว่าแกนนำประชาชนต้องการให้หน่วยงานราชการเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างประชาชน กับ ผู้ประกอบการ ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้นายกรัฐมนตรี ให้ทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย บูรณาการร่วมกัน

ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ขอให้นายอำเภอเป็นคนกลางในการพูดคุยค่าเสียหาย ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะไปสำรวจความเสียหาย

ส่วนผลการตรวจจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ คาดว่า อีก 2 - 3  วันจะได้ผลตรวจทั้ง ค่าน้ำ ค่าดิน ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พร้อมย้ำว่า ตนเองได้เร่งให้เยียวยาประชาชนอย่างทั่วถึง

นายวราวุธ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งตั้งข้อเรื่องที่ไทยรับทุนจากจีน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิล 375,900 ดอลลาร์สหรัฐ จนเกิดความกังวลว่าจะเป็นช่องว่างให้มีการลักลอบขนขยะอันตรายเข้าประเทศไทย ว่า เรื่องที่เป็นตัวหนังสือนั้นไม่อันตราย เพราะทุกอย่างมีต้นทาง มีปลายทาง

แต่ที่อันตราย คือ ตัวไม่มีหนังสือ มีการพยายามลักลอบนำเข้าทางช่องทางธรรมชาติ หรือ การซุกซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์ มีการสำแดงเท็จ ซึ่งเรื่องนี้เห็นใจทุกฝ่าย เพราะตู้คอนเทนเนอร์ที่เข้ามาในประเทศไทยในแต่ละวันมีหลาย 10,000 ตู้

ดังนั้น เรื่องที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอให้ประชาชนสบายใจได้ ว่า จะไม่นำไปสู่การทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมาย

เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องระหว่างหน่วยงานรัฐและหน่วยงานรัฐโดยตรง เป็นการสื่อสารแนวทาง ที่จะกำจัดได้อย่างถูกวิธี