วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

รมต.สุขสมรวย เยี่ยมกองทุนหมู่บ้านดู่เหนือ อุดรธานี ตั้งเป้าช่วยประชาชนระดับครัวเรือน

“รมต.สุขสมรวย” เยี่ยมกองทุนหมู่บ้านดู่เหนือ อุดรธานี รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน ตั้งเป้าลดต้นทุนด้านพลังงานและบรรเทาความเดือดร้อนในระดับครัวเรือน

(2 พ.ย. 69) นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน ณ ที่ทำการกองทุนหมู่บ้านดู่เหนือ หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านขาว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เพื่อรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา และข้อเสนอแนะในการพัฒนากองทุนหมู่บ้านและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกกองทุนและประชาชนในชุมชน ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

บ้านดู่เหนือ เป็นชุมชนขนาดกลาง มีจำนวน 250 ครัวเรือน ประชากรรวม 1,143 คน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีรายได้ระดับปานกลาง และดำรงชีวิตตามวิถีชุมชนอีสานที่มีความเอื้ออาทรและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน 

รมต.สุขสมรวย เยี่ยมกองทุนหมู่บ้านดู่เหนือ อุดรธานี ตั้งเป้าช่วยประชาชนระดับครัวเรือน

สำหรับการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านดู่เหนือ มีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 2,900,000 บาท ซึ่งมาจากการสนับสนุนของรัฐบาลและเงินออมของสมาชิก ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 131 คน ที่ได้รับสินเชื่อเพื่อนำไปประกอบอาชีพอย่างทั่วถึง ช่วยส่งเสริมการสร้างรายได้และพัฒนาความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชน 

โอกาสนี้ กองทุนหมู่บ้านดู่เหนือ ได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เพื่อประหยัดพลังงานสำหรับระบบสูบน้ำประปาชุมชน ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลได้โอนการบริหารจัดการให้กองทุนหมู่บ้านเป็นผู้ดูแล โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับครัวเรือน หากได้รับการสนับสนุน จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและชุมชน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำประปาของประชาชน โดยกองทุนมีแนวทางปรับลดอัตราค่าจัดเก็บลงมากกว่า 70% เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง รวมทั้งกองทุนสามารถนำรายได้จากการจัดเก็บค่าน้ำไปใช้ในการซ่อมแซมและดูแลระบบสูบและส่งน้ำได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรองบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญของการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในระดับพื้นที่ ตลอดจนการสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการทรัพยากรและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้รัฐบาลยังมีนโยบาย “ไทยช่วยไทย” เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่งภายในเดือนธันวาคมนี้ สมาชิกกองทุนหมู่บ้านจะได้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้เพียงครึ่งเดียว

ส่วนดอกเบี้ยอีกครึ่งหนึ่งรัฐบาลจะเข้ามาช่วยสนับสนุน เช่น เดิมเคยจ่ายดอกเบี้ย 1,000 บาท ก็จะเหลือจ่ายเพียง 500 บาท เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องให้กับพี่น้องประชาชน สำหรับกรณีที่ชุมชนขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เพื่อประหยัดพลังงานสำหรับระบบสูบน้ำประปาชุมชนนั้น ยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนแน่นอน ซึ่งการนำระบบโซลาร์เซลล์มาใช้กับกองทุนหมู่บ้าน จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและลดต้นทุนในการดำเนินงานของชุมชน ทำให้กองทุนมีเงินเหลือสำหรับนำไปใช้ประโยชน์และพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น