วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

กรอ.อีสานตอนบน1 ถก 170 โครงการ 7.8 หมื่นล้าน ชง ’ครม.สัญจร อุดรธานี’ 3 พ.ย.

กรอ.อีสานตอนบน 1 ถกข้อเสนอ 170 โครงการ กว่า 7.8 หมื่นล้าน เฟ้นโครงการสำคัญ ชง ครม.สัญจร อุดรธานี 3 พ.ย. นี้ ตั้งเป้ายกระดับเกษตรมูลค่าสูง-ค้าชายแดน

KEY POINTS

  • กรอ. กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน 1 เตรียมเสนอ 170 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท ให้ที่ประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.อุดรธานี พิจารณาในวันที่ 3 พ.ย.
  • ข้อเสนอโครงการครอบคลุม 4 กรอบการพัฒนาหลัก ได้แก่ ด้านการเกษตรและอาหาร, การค้าชายแดน, การท่องเที่ยว และการปราบปรามยาเสพติด
  • โครงการด้านการพัฒนาการค้าชายแดนมีมูลค่าสูงสุดกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท ตามด้วยด้านการท่องเที่ยว และการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร
  • รัฐบาลมุ่งเน้นการยกระดับภาคการเกษตรสู่การเป็น "ครัวโลก" และเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจชายแดนเพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมาที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี, บึงกาฬ, เลย, หนองคาย และหนองบัวลำภู) โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาข้อเสนอของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ซึ่งมีการเสนอรวม 170 โครงการ กรอบวงเงินงบประมาณรวมกว่า 78,461 ล้านบาท โดยมีข้อเสนอแยกเป็นมาตรการเร่งด่วน (Quick Win) ที่พร้อมขับเคลื่อนทันที 101 โครงการ วงเงินกว่า 2,879 ล้านบาท และข้อเสนอระยะยาว 69 โครงการ วงเงินกว่า 75,582 ล้านบาท

เมื่อแยกตามพื้นที่ ข้อเสนอระดับกลุ่มจังหวัดมีวงเงินสูงสุดกว่า 35,064 ล้านบาท รองลงมาคือบึงกาฬกว่า 17,334 ล้านบาท เลยกว่า 10,137 ล้านบาท หนองคายกว่า 8,334 ล้านบาท อุดรธานีกว่า 5,887 ล้านบาท และหนองบัวลำภูกว่า 1,702 ล้านบาท เพื่อเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ณ จังหวัดอุดรธานี ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้


นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพิจารณาโครงการของกลุ่มจังหวัดได้วางแนวทางการทำงานโดยเน้นการพิจารณาศักยภาพของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก ผ่าน 4 กรอบประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย ด้านความมั่นคงอาหาร เกษตรกรรม, ด้านการค้าชายแดน, ด้านการท่องเที่ยว และ ด้านปราบยาเสพติด 

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้เป็นวาระสำคัญ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรม ประเทศไทยจึงมีศักยภาพสูงมากในการก้าวไปสู่การเป็น "ครัวโลก" โดยเฉพาะความโดดเด่นของเครื่องเทศและวัตถุดิบอาหารไทยที่สามารถปรุงรสชาติได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและชาวต่างชาติได้อย่างมีเอกลักษณ์

กรอ.อีสานตอนบน1 ถก 170 โครงการ 7.8 หมื่นล้าน ชง ’ครม.สัญจร อุดรธานี’ 3 พ.ย.

“แม้การแจ้งกำหนดการประชุมครั้งนี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันกระชั้นชิด แต่ทุกจังหวัดได้จัดเตรียมและเสนอข้อมูลความต้องการของพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน” นายทรงศักดิ์ กล่าว

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การคัดเลือกโครงการที่จะเสนอ ครม.จะเลือกจากโครงการที่ตอบโจทย์และโครงการที่สอดรับกับ ศักยภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ เป็นสำคัญ โดยในพื้นที่เป้าหมายมีศักยภาพสูงในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งรัฐบาลได้เชื่อมโยงเข้ากับแนวคิดความมั่นคงทางอาหาร ที่ถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญของประเทศไทย

กรอ.อีสานตอนบน1 ถก 170 โครงการ 7.8 หมื่นล้าน ชง ’ครม.สัญจร อุดรธานี’ 3 พ.ย.

สำหรับแนวทางการดำเนินงานจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตบนพื้นที่การเกษตรเดิม พร้อมทั้งยกระดับไปสู่เกษตรอาหารมูลค่าสูง โดยจำเป็นต้องมีการจัดตั้งและใช้ประโยชน์จากห้องปฏิบัติการ(ห้องแล็ป) ในการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรแปรรูป

นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าบริเวณชายแดน ผ่านการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและสะพานข้ามแดน ซึ่งการดำเนินงานจะมุ่งเน้นการต่อยอดเพื่อยกระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เลขาธิการ สศช. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการต่างๆ ที่ได้รับการอนุมัติในระดับจังหวัดเรียบร้อยแล้ว สศช. จะรวบรวมรายละเอียดเพื่อเสนอครม.สัญจร วันที่ 3 พ.ย.นี้ และเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

กรอบการพัฒนา 4 ด้านหลัก ครอบคลุม 4 กรอบประเด็นสำคัญเพื่อดึงศักยภาพของกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 1 ออกมาอย่างเป็นเอกภาพ

1. ด้านการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร: จำนวน 38 โครงการ วงเงินกว่า 7,956 ล้านบาท

2. ด้านการพัฒนาการค้าชายแดน: จำนวน 35 โครงการ วงเงินกว่า 57,578 ล้านบาท

3. ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว: จำนวน 66 โครงการ วงเงินกว่า 9,887 ล้านบาท

4. ด้านการปราบปรามยาเสพติด: จำนวน 31 โครงการ วงเงินกว่า 3,039 ล้านบาท

ตัวอย่างโครงการสำคัญจำแนกรายจังหวัด

จังหวัดอุดรธานี ได้แก่

-โครงการขยายแหล่งปลูกและยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบไผ่ซางหม่นอุดรธานีสู่อุตสาหกรรม (Udon Thani Bamboo Quick Win: Farm-to-Factory): วงเงิน 23,585,700 บาท

- โครงการ UDONTHANI CITY BRANDING: วงเงิน 15,000,000 บาท

- โครงการยกระดับกลุ่มเกษตรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรจังหวัดอุดรธานีสู่เกษตรมูลค่าสูง (BCG): วงเงิน 16,680,000 บาท

- โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งนอกเขตชลประทาน: วงเงิน 63,450,000 บาท

- โครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้เกษตรสุขภาวะและเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีอีสาน: วงเงิน 4,070,000 บาท

จังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ 

- โครงการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ: ระยะเร่งด่วน (Quick Win) สำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเวนคืน วงเงิน 35,000,000 บาท และโครงการระยะยาว วงเงิน 9,711,000,000 บาท

- โครงการประตูระบายน้ำห้วยผาคาง (ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ): วงเงิน 400,000,000 บาท

- โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง: วงเงิน 12,000,000 บาท

- โครงการ Amazing Bueng Kan (“ศรัทธานาคา สานสัมพันธ์สองฝั่งโขง”): วงเงิน 6,000,000 บาท
* โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววงแหวนแห่งความรัก (Ring of Love Bueng Kan 2027): วงเงิน 6,000,000 บาท

จังหวัดเลย ได้แก่ 

- โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเลย (BYPASS LOEI) ด้านทิศตะวันตก: วงเงิน 5,200,000,000 บาท

- โครงการพัฒนาเมืองเลย เมืองสุขภาพ (Wellness & Longevity): วงเงิน 82,171,600 บาท

- โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรและแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแนวทาง BCG: วงเงิน 11,765,500 บาท

- โครงการส่งเสริมและพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ LOEI Creative City: วงเงิน 6,500,000 บาท

- โครงการพัฒนากาแฟพรีเมียมลุ่มน้ำโขง (Mekong Premium Coffee): วงเงิน 3,000,000 บาท

จังหวัดหนองคาย ได้แก่

- โครงการศูนย์นาทา อัจฉริยะ และระบบนิเวศน์การส่งออก (Agro-Logistics Hub): วงเงิน 50,000,000 บาท

- โครงการ Food Verse “จักรวาลอาหารมหกรรมความอร่อย”: วงเงิน 25,000,000 บาท

- โครงการยกระดับ “โคดำหนองคาย” สู่เกษตรแปรรูป (Sandbox โคขุนลุ่มน้ำโขง): วงเงิน 11,000,000 บาท

- โครงการแพลตฟอร์มการค้าชายแดนอัจฉริยะ (Smart Border Trade O2O): วงเงิน 8,000,000 บาท

- โครงการก่อสร้าง Landmark พระธาตุหล้าหนอง: วงเงิน 85,000,000 บาท

จังหวัดหนองบัวลำภู ได้แก่

- โครงการพัฒนาแหล่งน้ำฯ (กิจกรรมประตูระบายน้ำบ้านจอมทอง): วงเงิน 890,000,000 บาท

- โครงการพัฒนาพื้นที่ตามผังเมืองรวมเมืองหนองบัวลำภู บริเวณหนองแซง: วงเงิน 129,871,000 บาท

- โครงการก่อสร้างทางเดินชมทัศนียภาพลอยฟ้า “ภูพานน้อย ฟ้าจรดภูสกายวอล์ก”: วงเงิน 99,960,000 บาท

- โครงการยกระดับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์เชื่อมโยงการท่องเที่ยววิถีชุมชน: วงเงิน 27,953,000 บาท

- โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำผาวังพร้อมซ่อมแซมอาคารประกอบ: วงเงิน 23,080,000 บาท

 

ทั้งนี้ ข้อมูลความต้องการและโครงการทั้งหมดนี้จะถูกรวบรวมโดย สศช. เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.สัญจร ณ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติและเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป