"ธอส." โชว์ผลงาน 9 เดือนแรกปี 2569 ผ่านยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ 1.86 แสนล้านบาท ช่วยคนไทยมีบ้านกว่า 1.75 แสนบัญชี พร้อมเดินหน้าสานต่อนโยบายรัฐผ่าน "โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS" วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท และ "โครงการ Solar ภาคประชาชน" สนับสนุนสินเชื่อติดตั้งโซลาร์ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยลดค่าไฟฟ้า
นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ของ ธอส. ในช่วง 3 ไตรมาสแรกปี 2569 (ม.ค. – ก.ย) อยู่ที่ 186,476 ล้านบาท คิดเป็น 75.56% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 246,795 ล้านบาท รวมถึงสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านจำนวน 175,038 บัญชี หรือเพิ่มขึ้น 8.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยจำนวนนี้เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 89,992 ราย ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีจำนวน 107,308 ล้านบาท คิดเป็น 5.49% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 5.81%สะท้อนการบริหารจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,954,803.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.37% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 มีสินทรัพย์รวม 2,077,681.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.40% เงินฝากรวม 1,818,160.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.27%
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนสูงถึง 164,292.97 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 153.10% และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง 15.35% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดที่ 8.50%
“การปล่อยสินเชื่อในช่วง 9 เดือนของปีที่สูงกว่า 1.8 แสนล้านบาท ยืนยันได้ว่า ธอส. มุ่งมั่นทำตามพันธกิจในการทำให้คนไทยมีบ้าน ผ่านการบริหารจัดการควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มให้สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้อย่างเหมาะสม เชื่อว่าทั้งปีจะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ดันเม็ดเงินดังกล่าวลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย” นายมหัทธนะ กล่าว
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ธอส. ยังคงเดินหน้าจัดทำสินเชื่อและบริการที่สนับสนุนให้คนไทยมีบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางกับ “โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS” เพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม
โดย ธอส. ได้จัดสรรกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นปีที่ 1–2 เพียง 2.60% ต่อปี ระยะเวลาการกู้นานสูงสุด 40 ปี กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,600 บาท
ซึ่งสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้กู้ และเพิ่มโอกาสในการมีที่อยู่อาศัย รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งกลไกในการผลักดันภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ธอส. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เดินหน้าจัดทำสินเชื่อภายใต้ "โครงการ Solar ภาคประชาชน" ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 5 - 10 กิโลวัตต์ กับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ MEA หรือ PEA
นอกจากนี้ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 ที่เป็นบ้านอยู่อาศัย และชื่อผู้ขอรับสิทธิต้องเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของมิเตอร์ที่ติดตั้งระบบ Solar โดยมิเตอร์ไฟฟ้าและพื้นที่ติดตั้งเหมาะสมได้มาตรฐาน และสามารถเข้าร่วมระบบรับซื้อไฟฟ้า
ของการไฟฟ้าได้ วงเงินกู้สูงสุด 90,000 บาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษตลอด 7 ปี เพียง 2.50% ต่อปี ผ่อนเริ่มต้น 1,200 บาทต่อเดือน ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน
“ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ พร้อมปรับบทบาทสู่การเป็น Beyond Housing Bank มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ที่ไม่ใช่เพียงการปล่อยสินเชื่อเท่านั้น แต่ยังดูแลคนไทยในทุกช่วงเวลาของการมีบ้าน”





