"สอน. รื้อยุทธศาสตร์ "อ้อย-น้ำตาล" ปิดฉาก "เงินอุดหนุนตรง" อุ้ม "ชาวไร่อ้อย" มุ่งพึ่งพาตนเอง ชงงบกลาง 7 พันล้านบาท เคลียร์อ้อยสด 69 บาทต่อตัน ลุ้นราคาฤดูใหม่แตะ 1,000 บาท
KEY POINTS
- รัฐบาลมีมติยกเลิกการจ่ายเงินอุดหนุนโดยตรงแก่ชาวไร่อ้อยในลักษณะจ่ายต่อตัน เนื่องจากติดข้อจำกัดทางกฎหมายวินัยการเงินการคลัง
- สอน. เตรียมเสนอ ครม. ของบกลางกว่า 7,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ตัดอ้อยสด 100% ในอัตราตันละ 69 บาทแทน
- ราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูการผลิตใหม่ (2569/2570) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น คาดว่ามีโอกาสแตะระดับ 1,000 บาทต่อตัน
- ปัจจัยหนุนราคาอ้อยมาจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ฟื้นตัวขึ้นใกล้ระดับ 21 เซนต์ต่อปอนด์ เนื่องจากอุปทานทั่วโลกตึงตัว
สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กระทรวงอุตสาหกรรม กางแผนยกเครื่องโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ ประกาศปรับวิสัยทัศน์ใหม่มุ่งสู่การ "เติบโตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและพึ่งพาตนเองได้" หลังเผชิญข้อจำกัดทางกฎหมายงดจ่ายเงินอุดหนุนตรง
เผยเตรียมเสนอ ครม. เคาะงบกลางกว่า 7,000 ล้านบาท จ่ายชดเชยตัดอ้อยสดตันละ 69 บาท ขณะที่สัญญาณราคาน้ำตาลตลาดโลกฟื้น หนุนราคาอ้อยขั้นต้นฤดูหีบใหม่จ่อแตะ 1,000 บาทต่อตัน พร้อมยกระดับคุมเข้มสัดส่วนอ้อยไฟไหม้เหลือไม่เกิน 5% ต่อปี สกัดความเสี่ยงมาตรการค้าระหว่างประเทศ
นายธวัช หะหมาน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยถึงทิศทางและยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายขับเคลื่อนด้วยระบบไตรภาคีระหว่างชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และภาครัฐ
ทั้งนี้ ปัจจุบัน สอน. อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรม จากเดิมที่เน้น "เติบโตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน" ไปสู่ "เติบโตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและพึ่งพาตนเองได้" เนื่องจากในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐจัดสรรงบประมาณเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้ไปแล้วกว่า 36,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวไร่และลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5
ปิดทางเงินอุดหนุนตรง ชงงบกลาง 7 พันล้าน
นายธวัช กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวไร่อ้อยเรียกร้องเงินสนับสนุนการตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นส่วนต่างต้นทุนจริงระหว่างการตัดอ้อยสดกับการเผาอ้อย อย่างไรก็ดี รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 กำหนดนโยบายชัดเจนว่าจะไม่มีการจ่ายเงินอุดหนุนโดยตรงแก่เกษตรกรในลักษณะจ่ายต่อตันอีกต่อไป ประกอบกับติดเงื่อนไขตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาผลผลิตปี 2568/2569 ที่ผ่านมา ซึ่งชาวไร่สามารถลดสัดส่วนอ้อยเผาลงเหลือเพียง 38% สอน. ได้ผลักดันการขอจัดสรร "งบกลาง" วงเงิน 7,081 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด 100% ส่งโรงงาน ในอัตราตันละ 69 บาท ซึ่งครอบคลุมปริมาณอ้อยประมาณ 102 ล้านตัน โดยปัจจุบันเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณและเตรียมเสนอครม. คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายถึงมือชาวไร่ได้ภายใน 2 เดือน
สำหรับส่วนต่างอีก 51 บาท เพื่อให้ครบตามข้อเรียกร้อง 120 บาทต่อตันนั้น คณะกรรมการสอน. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการ และมอบหมายให้พิจารณาจัดหาจากแหล่งเงินอื่น เช่น เงินจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายต่อไป
ทั้งนี้ การจะสร้างรายได้เข้ากองทุนฯ ด้วยการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานยังทำได้ยาก เนื่องจากฝ่ายนโยบายและราชการกังวลเรื่องผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน อีกทั้งในอดีตเคยมีบทเรียนที่ประเทศไทยถูกประเทศบราซิลยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) จากการขึ้นราคาน้ำตาลเพื่อชดเชยเกษตรกร ซึ่งถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดโลก
ลุ้นราคาอ้อยฤดูใหม่แตะ 1,000 บาท รับตลาดโลกตึงตัว
สำหรับแนวโน้มฤดูการผลิตปี 2569/2570 นายธวัช ประเมินว่า ปริมาณอ้อยเข้าหีบของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 97.02 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 105.86 ล้านตัน ขณะที่สถานการณ์ผลผลิตน้ำตาลทั่วโลกคาดว่าจะอยู่ที่ 179-180 ล้านตัน ใกล้เคียงกับความต้องการบริโภค เนื่องจากภาวะภัยแล้งในหลายประเทศ รวมถึงประเทศอินเดียที่หันไปใช้นโยบายนำอ้อยไปผลิตเอทานอลและลดการส่งออก ทำให้แรงกดดันด้านอุปทานในตลาดโลกลดลง
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกปรับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 21 เซนต์ต่อปอนด์ และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ราว 33 บาทต่อดอลลาร์ จากปีที่ผ่านมาซึ่งราคาน้ำตาลโลกลดลงไปอยู่ที่ 16.98 เซนต์ต่อปอนด์ จนส่งผลให้ราคาอ้อยขั้นต้นตกต่ำลงมาอยู่ที่ 890 บาทต่อตัน
"แม้ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการคำนวณราคาขั้นต้นก่อนเปิดหีบ แต่ทิศทางราคาในปีนี้ค่อนข้างดีและมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น คาดว่ามีโอกาสที่จะได้เห็นราคาอ้อยเข้าใกล้ระดับ 1,000 บาทต่อตันอย่างแน่นอน" นายธวัช กล่าว
เข้มกติกาคุมเผาไม่เกิน 5% ดักทางมาตรการกีดกันการค้าโลก
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 สำหรับฤดูหีบปี 2569/2570 สอน. ได้ยกระดับมาตรการควบคุมอ้อยไฟไหม้ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ได้แก่
1. จำกัดสัดส่วนอ้อยเผารายวัน กำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบได้ไม่เกิน 15% ต่อวัน (ปรับลดจากปีก่อนหน้าที่กำหนดไว้ 20% ต่อวัน ซึ่งหากเกินเกณฑ์มีบทปรับ 130 บาทต่อตันส่งเข้ากองทุนฯ)
2. เพดานอ้อยเผาภาพรวมทั้งปี ตั้งเป้าหมายให้มีอ้อยไฟไหม้รวมทั้งประเทศไม่เกิน 5% ต่อปี หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้าทำผลงานได้ดีที่ระดับ 3.8%
3. หยุดรับอ้อยช่วงเทศกาลปีใหม่ กำหนดให้หยุดตัดและงดขนส่งอ้อยเข้าโรงงานเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม ถึง 2 มกราคม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชน
นายธวัช เน้นย้ำว่า ประเทศไทยส่งออกน้ำตาลทรายเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยผลผลิตน้ำตาลประมาณ 80% ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ มีตลาดหลักคือประเทศอินโดนีเซีย แตกต่างจากบางประเทศที่ปลูกเพื่อบริโภคเองและยังเผาอ้อยได้ 100%
ดังนั้น มาตรฐานกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ท่ามกลางกระแสมาตรการทางการค้าสากล เช่น CBAM และกฎหมายว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป หากไทยไม่รักษาระดับมาตรฐานการผลิตให้โปร่งใสและยั่งยืน อาจเผชิญความเสี่ยงถูกปฏิเสธการนำเข้าสินค้าในอนาคต





