วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้น ‘กบง.’ เคาะราคาน้ำมัน ‘E20-B20’ คืนนี้ คาดส่วนต่างถูกกว่า B7-E10 ราว 8-10 บาท 

"เอกนัฏ" เผยเตรียมประชุม กบง. คืนนี้เพื่อพิจารณาปรับลดราคาน้ำมัน E20 และ B20 ให้ถูกกว่าน้ำมันพื้นฐาน E10 และ B7 ราว 8-10 บาทต่อลิตร จากหลายเครื่องมือ ได้แก่ การลดภาษีสรรพสามิต การตัดต้นทุนแฝงหน้าโรงกลั่น และใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯ โดยหากที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ราคาใหม่หน้าสถานีบริการน้ำมันจะลดลงทันทีในวันพรุ่งนี้

27 ต.ค. 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เตรียมประชุมเคาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ E20 และ B20 คืนนี้

โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มส่วนต่างราคาจำหน่ายน้ำมัน E20 ให้ถูกกว่า E10 และปรับลดราคา B20 ให้ถูกกว่าน้ำมันดีเซลพื้นฐาน B7 ราว 8–10 บาทต่อลิตร

ซึ่งหากที่ประชุมเคาะมติเห็นชอบ ราคาใหม่จะมีผลลดลงหน้าปั๊มทันทีในวันถัดไป เพื่อปรับลดราคาลงมาให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ใช้รถบรรทุก ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ตลอดจนเกษตรกรผู้ใช้อุปกรณ์การเกษตร

สำหรับกลไกขับเคลื่อนการลดราคาอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นการบูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลังในการปรับลดภาษีสรรพสามิตเป็นเวลา 3 เดือน จนถึงสิ้นเดือนม.ค. 2570 

ควบคู่ไปกับมติ กบง. ในการปรับลดต้นทุนหน้าโรงกลั่นด้วยการ ยกเลิกค่าใช้จ่ายแอบแฝง ทั้งค่าขนส่ง ค่าประกัน ค่าสำรอง และค่าสูญเสีย ที่เคยคำนวณอ้างอิงเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์ทั้งที่ผลิตภายในประเทศ 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังใช้วิธีดึงผลประโยชน์ส่วนเกิน (Windfall Benefit) จากค่าการกลั่นสะสมกว่า 30,000 ล้านบาท มาช่วยตรึงและลดราคา ร่วมกับการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกันชนรับความผันผวนของราคาพลังงานโลก

นอกจากผลกระทบเชิงบวกต่อผู้บริโภคแล้ว มาตรการส่งเสริม E20 และ B20 ยังช่วยยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศ ทั้งปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ 

พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดีเซลของไทยให้อยู่ในระดับที่ถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยพิจารณาอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาระทางการเงินและรายได้ของรัฐในระยะยาว