"ปลัดคลัง" แจงไทม์ไลน์โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ม.ค. 2570 ผ่านระบบออนไลน์ของการไฟฟ้าฯ โดยหลังปิดลงทะเบียน ผู้ให้บริการจะลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของหลังคาจนถึง 30 มิ.ย. 2570 ก่อนดำเนินการติดตั้ง พร้อมเสนอแพ็กเกจสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ผ่อนยาว 7 ปี ไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่ต้องตรวจเครดิตบูโร
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งช่วยอุดหนุนค่าติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปแก่ครัวเรือนทั่วประเทศ จำนวนหลังละ 50,000 บาท ได้เปิดให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ได้ลงทะเบียนแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ผ่านระบบออนไลน์ One-Stop Service ของการไฟฟ้าฯ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ม.ค 2570
โดยหลังจากนั้น ผู้ให้บริการติดตั้ง (Vendor) ทั้งหมดราว 400 รายจะลงพื้นที่สำรวจความพร้อมและประเมินหน้างาน ทั้งเรื่องความแข็งแรงของโครงหลังคาและทิศทางแสงแดด จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2570 เพื่อสรุปจำนวนหลังคาเรือนที่สามารถติดตั้งได้จริง ก่อนดำเนินการอนุมัติและจัดสรรวงเงินสินเชื่อต่อไป
ปัจจุบันการไฟฟ้าฯ ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดกรองอยู่ราว 400 ราย ซึ่งในแต่ละบริษัทกำลังเร่งขยายทีมช่างติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น จาก 3 ทีม เป็น 5 หรือ 10 ทีม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับงาน โดยคาดว่าทีมช่าง 1 ทีม จะใช้เวลาปฏิบัติงานติดตั้งประมาณ 3 วัน ต่อ 1 หลังคาเรือน
นอกจากนี้ โครงการยังกำหนดให้ประชาชนสามารถเลือกผู้ให้บริการติดตั้งได้เอง ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นระหว่างผู้ให้บริการเจ้าต่าง ๆ ในตลาด ทำให้ประชาชนได้รับชุดอุปกรณ์เดียวกันในราคาที่ถูกลงในบางกรณี
สำหรับโครงสร้างทางการเงินและแพ็กเกจสินเชื่อ นายลวรณ กล่าวว่า โครงการนี้กำหนดชุดอุปกรณ์แพ็กเกจมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากการไฟฟ้าฯ ในราคา 140,000 บาท โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนเงินอุดหนุนจำนวน 50,000 บาทต่อ 1 มิเตอร์ไฟฟ้า
ในกรณีที่ประชาชนเลือกรับสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ในช่วงแรกจะมียอดหนี้เริ่มต้น 140,000 บาท ก่อนที่ธนาคารจะดำเนินการเบิกเงินอุดหนุน 50,000 บาทจากรัฐเพื่อมาตัดลดภาระหนี้ ทำให้ประชาชนมียอดกู้จริงสุทธิเพียง 90,000 บาทเท่านั้น
ขณะเดียวกัน หากประชาชนเลือกชำระเงินสดติดตั้งเองล่วงหน้า ก็สามารถนำหลักฐานมาขอรับเงินอุดหนุน 50,000 บาทคืนจากรัฐบาลผ่านระบบพร้อมเพย์ได้เช่นกัน
ในส่วนของเงื่อนไขสินเชื่อ สถาบันการเงินที่เข้าร่วมจะปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยเดียวกันที่ 2.5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี โดยไม่มีการตรวจเครดิตบูโร เนื่องจากใช้ระบบโซลาร์เซลล์เป็นหลักประกัน
ด้านกลไกการชำระคืนจะดำเนินการผ่านบิลค่าไฟของการไฟฟ้าฯ โดยคำนวณจากพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตใช้เองและส่วนเกินที่ขายคืนเข้าระบบในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย
“ยกตัวอย่าง ครัวเรือนที่มีค่าไฟปกติประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน จะสามารถประหยัดค่าไฟและมีรายได้จากการขายไฟคืน รวมแล้วเมื่อหักค่างวดผ่อนชำระรายเดือน จะเหลือค่าใช้จ่ายจริงสุทธิประมาณ 3,200–3,300 บาทต่อเดือน หรือประหยัดได้ราว 700 บาทต่อเดือน” นายลวรณ กล่าว
จากนั้นเมื่อผ่อนชำระครบ 7 ปี ระบบโซลาร์เซลล์จะตกเป็นของประชาชนอย่างสมบูรณ์ ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวนตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์ ซึ่งตลอดช่วงเวลากู้ยืมจะมีการรับประกันระบบและการดูแลรักษาจากโครงการ





