วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘TDRI’ เตือนบำนาญประกันสังคม อีก 27 ปีจ่อถังแตก! แนะออกจากระบบราชการ – ดึงมืออาชีพบริหาร

TDRI เตือนกองทุนบำนาญประกันสังคม เสี่ยงหมดในอีก 27 ปี แนะทางรอด ทยอยปรับเงินสมทบ ปรับพอร์ตลงทุน ขยายอายุเกษียณ หาข้อสรุปแยกกองทุนบำนาญออกจากระบบราชการ ชี้ สปส. ต้องยกระดับธรรมาภิบาล เรียกคืนความเชื่อมั่น 

KEY POINTS

  • ทีดีอาร์ไอเตือนว่ากองทุนบำนาญประกันสังคมมีความเสี่ยงที่จะหมดลงในอีกประมาณ 27 ปี (พ.ศ. 2595-2601) เนื่องจากผู้จ่ายเงินสมทบลดลงสวนทางกับผู้รับบำนาญที่เพิ่มขึ้นและอายุยืนยาวขึ้น
  • เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กองทุน ได้แก่ การทยอยปรับเพิ่มเงินสมทบ, ปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น และขยายอายุการรับบำนาญจาก 55 ปี เป็น 60 ปี
  • เสนอให้แยกกองทุนบำนาญออกจากระบบราชการ โดยจัดตั้งเป็นองค์กรใหม่ที่มีความเป็นอิสระ และให้ผู้บริหารมืออาชีพด้านการลงทุนเข้ามาบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส

ในงานสัมมนาสาธารณะประจำปี 2569 ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่จัดขึ้นในหัวข้อ “ความ(ไม่)มั่นคงในชีวิตของคนไทย” นายชาคร เลิศนิทัศน์ นักวิจัยอาวุโส ทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงปัญหาของกองทุนประกันสังคมในแง่ของความเพียงพอของการบริหารจัดการเงินในกองทุนว่าหากไม่เร่งปฏิรูปกองทุนบำนาญประกันสังคม เงินกองทุนอาจเริ่มติดลบในปี 2580 และน่าจะหมดลงในช่วงปี 2595-2601  หรือประมาณอีก 27 ปีข้างหน้า

เนื่องจากแรงงานในระบบที่จ่ายเงินสมทบเริ่มลดลงสวนทางกับจำนวนคนเกษียณอายุที่เพิ่มขึ้นและอายุยืนขึ้นทำให้รับบำนาญนานขึ้น ขณะที่การจัดการลงทุนยังได้ผลตอบแทนต่ำและบางกรณีไม่โปร่งใส อัตราเงินสมทบปรับขึ้นช้า และอายุเกษียณคงเดิมมานาน จึงเสนอให้กระทรวงแรงงาน และบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ดำเนิน 3 มาตรการเพื่อเพิ่มความมั่นคงแก่กองทุนฯ ได้แก่

1. ทยอยปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบส่วนบำนาญ (ทั้งจากนายจ้างและลูกจ้าง) จาก 6% เป็น 12%

2. ทยอยปรับพอร์ตการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยจาก 2-3% เป็น 5-6% 

และ 3. ทยอยขยายอายุเริ่มรับบำนาญจาก 55 ปี เป็น 60 ปี โดยมีเกณฑ์ยกเว้นให้บางกรณีที่ไม่สามารถทำงานต่อได้

นอกจากนั้นในระยะยาวควรนำ "ระบบบัญชีรายบุคคล (Notional Defined Contribution: NDC)" มาใช้เพื่อเปิดทางให้มีการจ่ายเงินสมทบมากขึ้นตามรายได้ที่สูงขึ้น แต่ยังกำหนดเงินบำนาญขั้นต่ำสำหรับผู้เกษียณอายุ และนำ "กลไกปรับตัวอัตโนมัติ” (Automatic Balancing Mechanism: ABM)  มาใช้

เพื่อปรับเพิ่มเงินบำนาญที่อิงสถานะทางการเงินของกองทุนฯ สภาพเศรษฐกิจ และโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปในอนาคต  

นอกจากนั้นสำนักงานประกันสังคมต้องเร่งปรับปรุงธรรมาภิบาล พร้อมเร่งเปิดเผยข้อมูลการลงทุนและการใช้งบประมาณอย่างละเอียด เพิ่มมาตรการตรวจสอบอิสระเพื่อติดตามโครงการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าสูง และการตรวจสอบงบการเงินที่รวดเร็ว

ที่สำคัญก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งต่อไป ต้องเร่งหาข้อสรุปการแยกกองทุนบำนาญฯ ออกจากระบบราชการภายใต้ สปส. ให้เป็นองค์กรใหม่ที่บอร์ดยังกำกับดูแล แต่ให้ CEO มืออาชีพด้านการลงทุนบริหารและถูกประเมินผลงานจากบอร์ดด้วย