อีเว้นต์ใหญ่ของประเทศไทยล่าสุดคือ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ นอกจากเนื้อหาที่เข้มข้นในเวทีการประชุมหลักแล้ว กิจกรรมคู่ขนานอย่าง เวทีเสวนาระดับนานาชาติ “Islamic Finance: From Crisis Resilience to Transition Finance” หรือ “การเงินอิสลาม: จากความเข้มแข็งในยามวิกฤต สู่การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน” จัดโดย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ร่วมกับ International Islamic Economics and Finance Conference for Sustainable Development (IFESDC)
ดำเนินรายการโดย ศ. ดร. มูรนีอาตี มุคลีซิน ผู้แทน IFESDC ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันการเงิน , การใช้เครื่องมือการเงินอิสลาม เช่น ตราสารศุกูก และการวัดผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเด็นความเข้มแข็งของสถาบันการเงินนั้น ไอแบงก์ ได้ใช้ความยืดหยุ่น การสร้างทรัพยากรขององค์กร จนสามารถผ่านความท้าทายและวิกฤติต่างๆมาได้ ด้วยมาตรฐานของไอแบงก์คือไม่ว่าวิกฤติหรือความน่ากังวลใด ๆ ไอเเบงก์จำเป็นต้องก้าวออกไปช่วยเหลือลูกค้า ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันคือกุญแจสำคัญด้วยวิธีสร้างคุณค่าแบบอิสลามที่ค่อยๆดำเนินการทีละเล็กทีละน้อย จนเป็นวิธีการทำธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นต่อข้อเท็จจริงทั้งภายในและภายนอก
มองไกลกว่าแค่ฐานลูกค้า 1.2 ล้านราย
ปัจจุบัน ไอแบงก์มีฐานลูกค้า 1.22 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชุมชนมุสลิม แม้มุมมองของธนาคารทั่วไปลูกค้าประมาณ 1 ล้านคน ถือว่าเป็นข้อมูลมีน้ำหนักมากหากมองในแบบเดิมๆ แต่เมื่อพูดถึงธนาคารของรัฐ อย่าง “ธนาคารอิสลาม” ตัวเลขนี้อาจไม่สำคัญมากนักเพราะ ต้องมองไปไกลกว่าตัวเลข
ทีมงานไอแบงก์ไม่ได้แค่มุ่งเพิ่มจำนวนลูกค้า แต่มองไปถึงตัวตนของลูกค้า เช่น กลุ่มลูกค้าจากพื้นที่ภาคใต้ ธนาคารต้องนำคนเหล่านี้ให้เข้าถึงโอกาสเพราะเป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายมากในหลายประเด็น เช่น ในพื้นที่อาจไม่มีการจ้างงาน ดังนั้น คนจากในพื้นที่ภาคใต้ก็จะเข้ามาทำงานในกรุงเทพซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ธนาคารต้องมองคนเหล่านี้อย่างเข้าใจและสนับสนุนให้เข้าถึงโอกาสใหม่ๆ
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเมื่อพูดถึงจำนวนลูกค้าของธนาคารจะมองไปไกลกว่าแค่จำนวน แต่จะดูว่าในยามวิกฤตเราสามารถอยู่กับคนเหล่านั้นได้ ตัวอย่าง เรื่องน้ำท่วมในภาคใต้ เราพยายามเข้าไปช่วยเหลือซึ่งไอเเบงก์ยังต้องมองข้ามช็อต เช่น คนเหล่านี้ต้องการเปลี่ยนงานก็จะเข้าไปดูถึงความสามารถพื้นฐานที่มี จากนั้นก็มองหาช่องทางที่เป็นไปได้และให้การสนับสนุนทั้งความรู้และการเงิน
"ผมคิดว่าตัวเลขไม่สำคัญมากนัก คิดว่าการเข้าถึงโอกาสทางการเงินแบบรวมและความสามารถของธนาคารที่จะอยู่กับลูกค้าทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่างหากคือคือกุญแจสำคัญ"
เล็งรุกตลาดศุกูก (Sukuk) หรือตราสารทางการเงินอิสลาม
ดร.ทวีลาภ กล่าวถึง การใช้เครื่องมือการเงินอิสลาม อย่างตลาดศุกูก (Sukuk) หรือตราสารทางการเงินอิสลาม ว่า ไอแบงก์เป็นธนาคารอิสลามแห่งเดียวในประเทศ ดังนั้นระบบการกำกับดูแลส่วนใหญ่ยังอาศัยแนวคิดการธนาคารแบบเดิม ๆ คือการผูกบัญชีเงินฝากของลูกค้า และธนาคารก็นำเงินไปลงทุน แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดของคำตอบที่ถูกต้องของไอแบงก์
สิ่งที่ระบบธนาคารอิสลามในประเทศไทยต้องการคือ ความเข้าใจอย่างมากจากผู้ฝาก รวมไปถึงการสนทนาหรืออธิบายให้กับผู้มีอำนาจเข้าใจ เพราะเมื่อนำเงินฝากออกไปลงทุนในเกมอื่นๆต้องแน่ใจว่าลูกค้าจะเข้าใจผลที่ตามมาหากมีอะไรผิดพลาด อย่างไรก็ตาม ไอแบงก์ในฐานะธนาคาร มีการทำงานด้านการให้กู้ยืมที่ดูแลโดยบอร์ดชารีอะฮ์ จึงทำให้ลูกค้าสบายใจได้
"ไอแบงก์ ในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม คุณจะเห็นความท้าทายมากมาย แต่ในทางกลับกัน เรายังเห็นโอกาสมากมายในด้านสังคมศาสนา นั่นเป็นเหตุผลว่าศุกูกเป็นสิ่งที่เรากำลังมองหา"
อย่างไรก็ตาม ไอแบงก์ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ทั้งการพูดคุยกับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่ออธิบายให้เข้าใจและปฏิบัติตามกระบวนการของศุกูก ซึ่งจะทำให้ไอแบงก์กลายเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องนีี้ แม้ว่า ปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการมีส่วนร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษากฎหมายและทำงานร่วมกับผู้กำกับดูแลด้วย
อีกด้านหนึ่งก็ต้องเตรียมนักลงทุนให้พร้อม ในมุมมองของประเทศไทยนี่เป็นเรื่องสำคัญการเงินอิสลามในไทย อาจมาพร้อมกับรูปแบบศุกูก สีเขียว เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้าน ESG ก็ได้แม้ตอนนี้อยู่ในขั้นการดำเนินงานอยู่แต่เบื้่องต้นก็หวังว่าจะได้เห็นศุกูก (Sukuk) หรือตราสารทางการเงินอิสลามในปีหน้า(ปี 2027)
โชว์แนวคิดการเงินเพื่อสังคมไม่ใช่แค่อีเวนต์
ดร.ทวีลาภ กล่าวถึง การวัดผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ว่า โซเซียลไฟแนนซ์ เป็นเรื่องที่มีการพูดคุุยในระดับธนาคารโลกมานานแล้ว ในส่วนประเทศไทยก็กำลังมองหาโมเดลของตัวเอง ซึ่งก็ได้พบโอกาสมากมายจากความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือ เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ซึ่งทำให้รู้ว่าอะไรดีและอะไรควรนำไปพัฒนาต่อ เช่น อุตสาหกรรมฮาลาลก็เป็นโอกาสที่จะนำการเงินไปสู่การพัฒนาทางสังคมได้
“ผมบอกทีมงานของผมว่า ถึงองค์กรเราจะเล็กแต่เราต้องคิดใหญ่ ตอนคุยกับกระทรวงการคลังเพื่อจัดงานนี้ ตอนแรกก็เป็นกิจกรรมคู่ขนานหนึ่งในช่วงเวลานี้ แต่สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่อีเวนต์เท่านั้น แต่คือแนวคิดใหม่ๆ”
นายอาร์กา เอ็ม นุกราฮา รองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารซายารีอาห์ นอชันนาล (บีเอสเอ็น) ประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า
อินโดนีเซียรอดจากวิกฤตการเงินเอเชียเมื่อปี 1997 และก็รอดจากวิกฤติการเงิน 2008 ได้อีกเช่นกัน แม้ยังมีอีกหลายระลอกระหว่างปี 2012และ 2013 หากย้อนกลับไปยังประสบการณ์เหล่านั้น จะพบปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารอินโดนีเซียอยู่รอดได้คือรากฐานสินทรัพย์ที่จับต้องได้อย่างแท้จริง ซึ่งมีความปลอดภัย นั่นคือ กลุ่มผู้บริโภคจริงที่คิดเป็น 60% ของเงินทุน จากบัญชีออมทรัพย์ซึ่งไม่ใช่เงินทุนที่แพงเลยแต่ก็เป็นรากฐานที่แข็งแรงของระบบธนาคาร
อินโดนีเซียเปิด 3 หัวใจรอดพ้นวิกฤต
ทั้งนี้ ในการบริหารงานธนาคารยึด 3 เสาหลักเป็นสำคัญ คือ 1.ความสามารถในการชำระคือของลูกค้า 2. โอกาสทางธุรกิจนั้นๆ และ 3. โอกาสทางด้านผลตอบแทนจากการคำนวนหนี้กลับคืนมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดวิกฤตอาจมีความยืดหยุ่นด้วยการงดใช้บ้างข้อและคงยึดมั่นไว้บางข้อเพื่อการใช้ทรัพยากรได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้น
"ผมคิดว่าจากหลักการนี้ดีมากสำหรับภาคธนาคารอิสลามของอินโดนีเซีย ผมหมายถึงการเติบโตโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 8 ถึง 9% ถือว่าค่อนข้างแข็งแรง และความสามารถทำกำไร ในแง่ของจำนวนเงินทุนอยู่ที่ประมาณ 1.5%"
นายนุกราฮา กล่าวถึง ตลาดศุกูก (Sukuk) ว่า อินโดนีเซียได้ออกศุกูกมูลค่าประมาณ 7.2 พันล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์ประเภทนี้จะมีส่วนแบ่งที่มากขึ้นในเศรษฐกิจอินโดนีเซีย แม้ว่าที่ผ่านมาธนาคารได้สร้างหลังคาให้กับครอบครัวชาวอินโดนีเซียกว่า 500,000 ครอบครัวแล้ว แต่สิ่งใหม่ๆจากนี้คือการมองหาเครื่องมือทางการเงินที่สอดคล้องกับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านในปัจจุบัน ซึ่ง ศุกูก อาจเป็นวิธีทางการเงินรูปแบบใหม่ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้น
แบงก์อิสลามห้ามซื้อตราสารอนุพันธ์ทำรอดวิกฤตซัมไพรม์
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดาโต๊ะ ดร. โมฮด์ อัซมี ออมาร์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมหาวิทยาลัยอินเซิฟ (INCEIF University) ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ธนาคารอิสลามเริ่มต้นในปี 1975 เดิมทีเดียวมีแค่ 2 แห่ง ต่อมาก็เพิ่มมากขึ้น โดยที่มาเลเซีย เกิดขึึ้นในปี 1983 พร้อมกับการมีธนาคารอิสลามหลายพันแห่งทั่วโลก ในทุกทวีป สาเหตุหนึ่งคือชาวมุสลิมไม่ต้องการมีส่วนร่วมในธนาคารแบบเดิม
อย่างไรก็ตาม ชาวมุสลิมทั่วโลกมีอายุเฉลี่ยน้อย ไม่ใช่กลุ่มประชากรสููงวัยเหมือนในหลายๆประเทศซึ่งคนหนุ่มสาวเหล่านี้ต้องการสถาบันทางการเงินที่สร้างความปลอดภัยทางการเงิน ดังนั้นหากพิจารณาจาก ความสามารถการฝ่าวิกฤตการเงินและวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆถือว่า ระบบธนาคารอิสลามสอบผ่าน เพราะมีระบบคณะกรรมการชารีอะห์ ดูแลอยู่
"ผมบอกว่าธนาคารอิสลามและการเงินอิสลามได้รับผลกระทบน้อยกว่าแต่ไม่ได้บอกว่าไม่ได้รับผลกระทบเลยนั่นก็เพราะบทบาทคณะกรรมการชารีอะห์ที่มีสำคัญมาก เนื่องจากการทำงานอยู่ภายใต้กฎหมายอิสลาม ซึ่งธนาคารอิสลามไม่สามารถซื้อตราสารอนุพันธ์ได้ทำให้ในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกปี 2008 หรือ วิกฤตซับไพรม์ที่ตราสารอนุพันธ์ที่มีการซื้อขายอยู่นั้นปั่นป่วนแต่ธนาคารอิสลามไม่ได้ถือไว้"
ดร. ออมาร์ กล่าวอีกว่า โดยทั่วไปแล้วสิ่งที่เรียกว่าหลักประกันเงินฝากนั้นมีสำหรับธนาคารทั่วไป หรือ ตามกฎหมายของประเทศแต่ธนาคารของอิสลามจะถูกเรียกว่าความเท่าเทียมกัน คือ ถ้าการเงินนั้นขาดทุน ผู้ฝากเงินก็จะไม่ได้อะไรเลย การลงทุนจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากโครงการประกัน เพราะธนาคารใช้ไปเพื่อกิจการที่มีการดำเนินธุรกิจจริงๆเท่านั้น และหากมีกำไรจึงจะถูกนำมาแบ่งปัน
ในมุมของผู้ฝากเงิน "ผู้คนนำเงินเข้าธนาคารเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่เพื่อการลงทุนถ้าคุณต้องการลงทุนคุณไปที่ตลาดหุ้น "แม้ว่าธนาคารอิสลามจะมีผลตอบแทนจากบัญชีการลงทุนนั้นๆที่จ่ายผลตอบแทนน้อยมากหรือผลตอบแทนไม่มากไปกว่าเงินฝากประจำซึ่งนี่เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข ไม่เพียงแต่โดยธนาคารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลด้วย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหลายเวทีทั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และแม้แต่ใน กลุ่ม GCC หรือ คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ เพื่อตอบว่าวัตถุประสงค์ของการออมควรเป็นไปเพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อการลงทุน
"ผมรู้ว่าอายุ 67 ปี ผมไม่ต้องการให้เงินของผมในธนาคารถูกนำไปลงทุน และเสียเงิน ผมต้องการให้แน่ใจว่าเงินของฉันปลอดภัยดังนั้นผมไม่อยากใส่บัญชีไปเพื่อการลงทุน แต่คนอื่นๆ วัยอื่นๆ อาจคิดต่างออกไป"
ดังนั้น การเงินอิสลาม ยังมีหลายจุดที่ต้องให้การศึกษาและทำความเข้าใจ ต้องให้ความรู้แก่ผู้คน เครื่องมือต่าง ๆ ในธนาคาร รวมไปถึงความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งธนาคารไม่ควรปกปิด หรือไม่บอกผลลัพธ์กับลูกค้า แต่ความไว้เนื้อเชื่อใจและความซื่อสัตย์ที่มีคุณภาพเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการเงินอิสลาม และนี่คือกุญแจสำคัญจริงๆ สำหรับธุรกิจอื่นด้วย





