"คลัง" หารือกับ S&P Global Ratings ตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวมากกว่า 3% ต่อปี เพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP เป็น 30% พร้อมปรับแนวทางส่งเสริม FDI โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
วันที่ 15 ต.ค.2569 ในห้วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026
นายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และนายธิบดี วัฒนกุล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้เข้าร่วมการประชุมกับผู้บริหารระดับสูงบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล S&P Global Ratings
ทั้งนี้ได้หารือเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ การส่งเสริมลงทุน และการคลัง โดยมีเป้าหมายผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวมากกว่า 3% ต่อปี และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จาก 22–23% เป็น 30% เพื่อยกระดับผลิตภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ควบคู่กับการปรับแนวทางส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างงาน การวิจัยและพัฒนา และการยกระดับผู้ประกอบการไทย ตลอดจนเร่งรัดแก้ไขอุปสรรคที่ส่งผลต่อการดำเนินโครงการลงทุน
นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริม 7 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่
- อุตสาหกรรม AI และดิจิทัล
- ยานยนต์แห่งอนาคต
- การแพทย์และสุขภาพ
- การท่องเที่ยวมูลค่าสูง
- การค้าปลีก
- เศรษฐกิจสร้างสรรค์
- เกษตรและอาหาร
รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า และสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ ในด้านการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการปรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน การฟื้นฟูสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
อีกทั้งยังได้หารือถึงประเด็นการบริหารความเสี่ยงจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในระดับต่ำ การฟื้นตัวของสินเชื่อที่ยังไม่เต็มที่ และการรับมือกับแรงกดดันจากราคาพลังงาน ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องมีการติดตาม และบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ และยั่งยืน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





