วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ไอแบงก์’ชู‘การเงินอิสลาม’คู่ขนานIMF- World Bank สู่'เสาหลักเศรษฐกิจ-การเปลี่ยนผ่านและความยั่งยืน'

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ร่วมกับ International Islamic Economics and Finance Conference for Sustainable Development (IFESDC) จัดงานเสวนาระดับนานาชาติ “Islamic Finance: From Crisis Resilience to Transition Finance” หรือ “การเงินอิสลาม: จากความเข้มแข็งในยามวิกฤต สู่การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน”

 ในฐานะกิจกรรมคู่ขนาน (Affiliated Program) ของการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

          นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เปิดเผยว่า การเงินอิสลามมิใช่เพียงระบบบริการทางการเงิน แต่เป็นแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นฐานของคุณธรรมและความรับผิดชอบ ภายใต้หลัก Maqasid al-Shariah ที่ให้ความสำคัญกับความยุติธรรม ความเสมอภาค การแบ่งปันความเสี่ยงอย่างเป็นธรรม และประโยชน์สุขของสังคม 

ทั้งนี้ การสนับสนุนของรัฐบาลไทยและกระทรวงการคลังที่มีต่อไอแบงก์ ซึ่งมีบทบาทเชื่อมโยงประเทศไทยกับระบบเศรษฐกิจอิสลามโลก และให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่จำกัดเชื้อชาติหรือศาสนา"

‘ไอแบงก์’ชู‘การเงินอิสลาม’คู่ขนานIMF- World Bank สู่'เสาหลักเศรษฐกิจ-การเปลี่ยนผ่านและความยั่งยืน'

ดร. มูฮัมหมัด สุไลมาน อัล ญัสเซอร์ ประธานกลุ่มธนาคารพัฒนาอิสลาม (IsDB Group ) กล่าวว่าในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การเงินอิสลามได้พัฒนาจากการเงินเฉพาะส่วนไปสู่มูลค่าเศรษฐกิจหลายล้านล้านดอลลาร์ เป็นหน่วยเชื่อมโยงการลงทุนอุตสาหกรรมทุนกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน 

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของการเงินอิสลาม ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของมูลค่าทางการเงินเท่านั้น แต่ส่วนสำคัญคือ หลักการโดยธรรมชาติที่ว่าด้วย การมีความรับผิดชอบ การแบ่งปันความเสี่ยง และความเป็นธรรม รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างการเงินกับเศรษฐกิจอย่างแท้จริง 

การเงินอิสลามคือทุนคุณธรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่าน

หลักการเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากสำหรับโลกที่ต้องการเงินทุนที่มีการควบคุมที่ดีเพื่อมุ่งสู่การลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งการเงินอิสลามสามารถช่วยตอบสนองความต้องการนี้ได้ด้วยการระดมทุนระยะยาวเพื่อโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ทั้งด้านอาหารและพลังงาน หรือแม้แต่ความมั่นคง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และการเติบโตแบบรวม 

‘ไอแบงก์’ชู‘การเงินอิสลาม’คู่ขนานIMF- World Bank สู่'เสาหลักเศรษฐกิจ-การเปลี่ยนผ่านและความยั่งยืน'

อย่างไรก็ตาม การตระหนักถึงศักยภาพนี้จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เป็นนวัตกรรม ตลอดจนสถาบันที่มีการกำกับดูแลอย่างดี โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และน่าเชื่อถือ นี่คือจุดที่ IsDB Group พยายามสร้างความแตกต่างในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมา 

โดยธนาคารมีบทบาทนำในการสร้างสถาปัตยกรรมการเงินอิสลามระดับโลก ช่วยก่อตั้งสถาบันต่างๆ เช่น องค์กรบัญชีและการตรวจสอบบัญชีสำหรับสถาบันอิสลาม ,คณะกรรมการบริการการเงินอิสลาม ,ตลาดการเงินอิสลามระหว่างประเทศ, หน่วยงานจัดอันดับอิสลามระหว่างประเทศ ,ที่ปรึกษาทั่วไปของธนาคารและสถาบันการเงินอิสลาม ,ศูนย์บริหารสภาพคล่องและบรรษัทบริหารสภาพคล่องอิสลามระหว่างประเทศ

ความพยายามเหล่านี้  IsDB Group ยังได้ช่วยเสริมสร้างมาตรฐานทั่วไปสำหรับกฎระเบียบ การกำกับดูแลภารกิจ ความโปร่งใส การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมายชารีอะห์ 

เปิดศักยภาพตลาดศุกูก (Sukuk) ทั่วโลก 60,000 ล้านดอลลาร์

ดร. อัล ญัสเซอร์ กล่าวอีกว่า ด้านการส่งเสริมตลาดศุกูก (Sukuk) ซึ่งทั่วโลกมีการออก ศุกูก กว่า60,000 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งซึ่งเปิดโอกาสำหรับเป็นแหล่งเงินทุนอย่างประเทศในเอเชีย เพื่อโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และการพัฒนาอื่นๆ       

สำหรับประเทศไทยพบว่า การขับเคลื่อนภาคการเงินอิสลามโดย ไอแบงก์ มีความก้าวหน้าและความพยามยามสนับสนุนจากรากฐานสถาบันที่แข็งแกร่ง การกำกับดูแลกิจการ 

“ความพยายามนี้ มันไปไกลกว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และโครงสร้างที่เป็นทางการ มันเกี่ยวข้องกับการสร้างสถาบันที่มีความโปร่งใส รับผิดชอบ ดูแลอย่างระมัดระวัง และได้รับความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งต้องการบทบาทและความรับผิดชอบที่ชัดเจน การกำกับดูแลของคณะกรรมการที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมภายในที่เข้มงวด และการเปิดเผยข้อมูลที่ดีรวมถึงแนวทางปฏิบัติในการเปิดเผยข้อมูลที่ดี”

 นอกจากนี้ยังต้องมีวัฒนธรรมที่การตัดสินใจสามารถถูกตรวจสอบได้อย่างเหมาะสม และอธิบายความโปร่งใสและการรายงานทางการเงินเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องธุรกรรมของฝ่ายที่เกี่ยวข้องและการใช้ทรัพยากรที่มุ่งเน้นให้เป็นไปตามความต้องการสาธารณะ

เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่น ความรับผิดชอบที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าฝ่ายบริหารและหน่วยงานกำกับดูแลยังคงรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและคงวัตถุประสงค์ของสถาบันด้วยความซื่อสัตย์ 

“หลักการเหล่านี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสถาบันการเงินอิสลามมีขนาดใหญ่ขึ้น ความซับซ้อน และความเกี่ยวข้องเชิงระบบ มาตรฐานการกำกับดูแลที่สูง ความโปร่งใส และความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่ความน่าเชื่อถือของการเงินอิสลามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความมั่นคงของระบบธนาคารที่กว้างขึ้นด้วย”

 ทั้งนี้ ธนาคารอิสลามและธนาคารทั่วไปสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันผ่านรูปแบบที่หลากหลาย การแบ่งปันความเสี่ยง และการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับเศรษฐกิจจริง  โดยต้องสร้างโอกาสเพื่อคนรุ่นต่อไปเพราะอนาคตของการเงินอิสลามจะไม่ขึ้นอยู่กับแค่ปริมาณเงินทุนที่ระดมได้เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ด้านคุณภาพด้วย

‘ไอแบงก์’ชู‘การเงินอิสลาม’คู่ขนานIMF- World Bank สู่'เสาหลักเศรษฐกิจ-การเปลี่ยนผ่านและความยั่งยืน'

ไอแบงก์เร่งยกระดับขีดความสามารถองค์กร

     ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  การเงินอิสลามมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้มีความเข้มแข็ง สามารถรับมือกับวิกฤต มีความครอบคลุม และเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยหลักการที่เชื่อมโยงภาคการเงินเข้ากับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริง และส่งเสริมการแบ่งปันความเสี่ยงและความรับผิดชอบร่วมกัน การเงินอิสลามจึงไม่เพียงเป็นกลไกช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งในยามวิกฤต แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการเติบโตที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง 

ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอาเซียนกับโลกการเงินอิสลาม ด้วยความได้เปรียบด้านที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมฮาลาล และโอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 ไอแบงก์จึงมุ่งยกระดับขีดความสามารถขององค์กร เพื่อก้าวสู่การเป็นประตูเชื่อมประเทศไทยสู่ระบบการเงินอิสลามระดับโลก (Thailand’s Gateway to Islamic Finance) โดยเชื่อมโยงพันธมิตรทางการเงินระหว่างประเทศ สนับสนุนการระดมทุนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และภาคธุรกิจไทย