นายกฯ และเลขาธิการ OECD ร่วมเปิดงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 เวทีคู่ขนานการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 จัดโดย BRANDi และ BiOST
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย Mathias Cormann เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ร่วมเปิดงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ภายใต้แนวคิด “Designing Capital for the Future”
เป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) จัดโดย BRANDi and Companies และ BiOST, Institute of Systematic Transformation ณ NEX Hall ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ
สำหรับงานดังกล่าวเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้นำภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ในการกำหนดทิศทางการจัดสรรทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ผ่านทุน 5 มิติ ได้แก่
- ทุนเพื่อความมั่นคง (Capital for Security)
- ทุนเพื่อการพัฒนาคน (Capital for People)
- ทุนเพื่อการเติบโต (Capital for Growth)
- ทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Capital for Transition)
- ทุนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน (Capital for Resilience)
ทั้งนี้เป็นการสร้างความมั่นคง ยกระดับศักยภาพคน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาทักษะและศักยภาพของประชาชน การลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ตลอดจนการกระจายความเสี่ยงด้านการค้า พลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต
พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ที่นำไปสู่การจ้างงาน รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
Mathias Cormann เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กล่าวถึงศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายระดับโลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ ความผันผวนด้านพลังงาน และสังคมสูงวัย
พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจที่รักษาเสถียรภาพและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มผลิตภาพ ซึ่งต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาทักษะของประชาชน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพที่ประเทศไทยมีอยู่ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
รวมถึงการยกระดับมาตรฐานนโยบายและสถาบันผ่านกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย
นายปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRANDi and Companies และ Chief Sustainomist, BiOST, Institute of Systematic Transformation ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวปูบริบทของงาน (Context Framing Address) โดยชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการระดมทุนเพื่อสร้างการเติบโต
แต่คือการเปลี่ยนทุนให้เป็นขีดความสามารถที่รองรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโลกที่เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเสี่ยงเชื่อมโยงกันมากขึ้น จึงจำเป็นต้องทบทวนแนวทางการจัดสรรทุนให้ครอบคลุมทั้ง 5 มิติ ได้แก่
- ทุนเพื่อความมั่นคง (Capital for Security)
- ทุนเพื่อการพัฒนาคน (Capital for People)
- ทุนเพื่อการเติบโต (Capital for Growth)
- ทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Capital for Transition)
- ทุนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน (Capital for Resilience)
เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้คน ธุรกิจ และสังคม
ทั้งนี้ FUTURE-READY ECONOMY 2026 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partners) ทั้ง 8 องค์กร ได้แก่
- บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)
- ธนาคารออมสิน
- บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัทบริหารสินทรัพย์เกาหลี (Korea Asset Management Corporation: KAMCO)
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์
- บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
- กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์
- บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)





