วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘WTO’ห่วง‘น้ำมันพุ่ง-ลงทุนเอไอดิ่ง’ฉุดการค้า หลังหนุนเทรดโลกโตแกร่ง‘เอเชียนำ-ไทยไม่ตกขบวน’

องค์การการค้าโลก (WTO) ระบุว่า มูลค่าการค้าสินค้าปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2569เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยขยายตัวเกือบ 15%

ทั้งนี้ เอเชียมีสัดส่วนในการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกือบ 60% หลักๆเป็นผลจากสินค้ากลุ่มเชื้อเพลิงมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง15% เมื่อเทียบปีต่อปี ในแง่มูลค่าเนื่องจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น ตามมาด้วยสินค้าอุตสาหกรรม เติบโต13% ในจำนวนนี้ เป็นการเพิ่มขึ้นถึง 51% ของกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 

การเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลกที่กำลังเกิดขึ้นนี้ กำลังส่งผลต่อประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกสัดส่วนถึง 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี เมื่อการค้าโลกเปลี่ยนแล้วประเทศไทยก็ต้องเปลี่ยนด้วย

รายงานมีการคาดการณ์การค้าโลกปี 2026 และ 2027 หรือ WTO, Global Trade Outlook and Statistics: Update: October 2026 ระบุว่า การขยายตัวทางการค้าของเอเชียมีความแข็งแกร่งทั้งในด้านการนำเข้าและการส่งออกเป็นผลจากภาคการผลิตของภูมิภาคนี้  ทำให้ต้องมีการนำเข้าและส่งออกกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วน วงจรรวม (พิกัด HS84 และ HS85) และยานยนต์ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จีนดึงไทยเข้ากลุ่มส่งออกAI

“จีนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในเอเชียที่ผลักดันให้ยอดการส่งออกเพิ่มขึ้น จากการขยายตัวในกลุ่มวงจรรวม อุปกรณ์ประมวลผลข้อมูล เครื่องจักร และยานยนต์ ทั้งนี้ ประมาณ 2 ใน  3 ของการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าในเอเชียมาจาก ฮ่องกง ,ไต้หวัน ,มาเลเซีย ,ไทย และเกาหลี ซึ่งเป็นผลจากความต้องการอุปกรณ์สำหรับปัญญาประดิษฐ์ หรือ  AI ที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยราคาวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง ทัั้งทองแดง ทองคำ และเงินที่สูงขึ้น และราคาชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว”

 

ปี 2569 เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางแต่เศรษฐกิจโลกก็ยังแข็งแกร่ง เพราะมีการลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ และการค้าปริมาณเชื้อเพลิงและปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นจากประเทศนอกตะวันออกกลาง ดังนั้ันนักเศรษฐศาสตร์ของ WTO จึงปรับคาดการณ์การเติบโตของปริมาณการค้าสินค้าในปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 3.9% จาก 1.9% ที่คาดการณ์สถานการณ์พื้นฐานเมื่อเดือนมี.ค. และคาดการณ์ว่าจีดีพีจะขยายตัวที่ 2.6%  การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านAI เติบโต 30% 

WTO ปรับการค้าโลกปี 69 เพิ่มเป็น 3.9%

ส่วนปี 2570 คาดการณ์ปริมาณการค้าเติบโต 4.1%  ในปี 2570 จีดีพีขยายตัวที่ 2.9%  เป็นผลจากการลงทุนด้าน AI ที่ยังร้อนแรงไปจนปีหน้า ที่จะขยายตัวถึง 10-20%  

แม้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการค้าในปีนี้จาราคาพลังงานที่สูงขึ้นและการหยุดชะงักของเส้นทางการขนส่ง แต่แนวโน้มการค้าในแต่ละภูมิภาคต่างๆยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2569  การส่งออกจะเติบโตที่9.9%  ตามด้วยอเมริกาเหนือ 5.7%  แอฟริกา5.6% และอเมริกาใต้ 3.4%

ส่วนยุโรปการส่งออกจะยังคงอ่อนแอ คือ ติดลบ0.1%  กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS)ติดลบ 3.9% ตะวันออกกลาง ติดลบ 17.2% ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่และปัญหาการหยุดชะงักของกระแสการค้าที่เกี่ยวข้อง 

ในด้านการนำเข้า คาดว่าเอเชีย เติบโต 9.5%  แอฟริกา 8.9%  และกลุ่ม CIS 8.8%  จะมีการเติบโตสูงสุด ในขณะที่อเมริกาเหนือ 1.4% และยุโรป 0.5% น่าจะมีการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนตะวันออกกลางคาดว่าจะมีการลดลงอย่างมาก 15.4%

ดร.เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการใหญ่ WTO กล่าวว่า ตัวเลขสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางการค้าที่เกิดขึ้นจริง เมื่อเกิดการหยุดชะงัก เศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงกัน ขณะที่ระบบการค้าที่ยึดหลักกฎเกณฑ์จะช่วยให้เศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นเพื่อคงการไหลเวียนของสินค้าจำเป็นไม่ให้กระทบต่อธุรกิจและครัวเรือน

“อย่างไรก็ตาม บางประเทศได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น และไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ เช่น AI ได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมั่นใจว่าระบบการค้าที่ยึดหลักกฎเกณฑ์จะยังคงสามารถรองรับผลกระทบและเชื่อมช่องว่างเพื่อให้โอกาสเปิดกว้างสำหรับทุกคน”

จับตาความเสี่ยงราคาน้ำมัน-ลงทุน AIดิ่ง

รายงานยังชี้อีกว่า ด้านปัจจัยความเสี่ยงต่อการค้าโลกยังคงเป็นเรื่องของส่วนต่างราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่กำลังกดดันการเติบโตของการค้า เนื่องจากส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือน นอกจากนี้ การชะลอตัวหรือการลดลงของการลงทุนด้านAIในอนาคต อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการค้า เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวมีสัดส่วนการนำเข้าที่สูง

ดังนั้น จากปัจจัยทั้งบวกและลบทำให้คาดการณ์รูปแบบการค้าใหม่ โดยพบความสอดคล้องกับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าช่องว่างระหว่างการค้าภายในกลุ่ม (intra-bloc) และระหว่างกลุ่ม (inter-bloc) จะแคบลงในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงปี 2569 โดยพบว่ารูปแบบการแบ่งแยกทางการค้าตามกลุ่มประเทศไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นท่ามกลางการแยกตัวทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หรือ decoupling ที่ได้เร่งตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2568  และกลายเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความแตกแยกระหว่างกลุ่มประเทศในปัจจุบัน

ไทยโตแกร่งแต่ตามหลังเพื่อนบ้าน

สำหรับสถานะประเทศไทยในเวทีการค้าโลก รายงานระบุว่าจากสถิติเมืื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ไทยมีส่วนแบ่งตลาดจากการส่งออก อยู่ที่ 1.3% ของการค้าโลกทั้งหมด  มีมูลค่าการส่งออกที่ 340 พันล้านดอลลาร์ และมีอัตราเติบโตที่ 13% ขณะที่ ด้านการนำเข้า มีมูลค่า 345 พันล้านดอลลาร์ ส่วนแบ่งอยู่ที่ 1.3% เติบโตที่ 13% 

แม้ไทยจะมีสถิติที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 7%  แต่ภาคส่งออกของไทยก็ยังตามหลัง มาเลเซีย ที่ มีมูลค่า 376 พันล้านดอลลาร์ ส่วนแบ่งที่ 1.4% และอัตราเติบโตที่ 8% ขณะที่เวียดนาม มูลค่า 473 พันล้านดอลลาร์ ส่วนแบ่ง 1.8% เติบโตที่ 17% และสิงคโปร์ มูลค่า 567 พันล้านดอลลาร์ ส่วนแบ่ง 2.2% เติบโต 12% ส่วน อินโดนีเซีย มูลค่า 283 พันล้านดอลลาร์ ส่วนแบ่ง 1.1% เติบโต 6% 

 กระแสการเปลี่ยนแปลงกำลังโถมเข้าใส่ภาคการค้าของไทยจากทุกทิศทุกทาง ซึ่งไทยก็กำลังเติบโตอยู่ในกระแสที่สะท้อนผ่านอัตราการเติบโตการส่งออกและภาคการลงทุน แต่กระแสอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกทุกเมื่อการเดินหมากเร็วและระมัดระวังจึงเป็นคำตอบของโจทย์การค้าโลกปัจจุบัน 

‘WTO’ห่วง‘น้ำมันพุ่ง-ลงทุนเอไอดิ่ง’ฉุดการค้า หลังหนุนเทรดโลกโตแกร่ง‘เอเชียนำ-ไทยไม่ตกขบวน’