วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เอกนิติ‘ ถก ’IsDB Group’ ผลักดันร่วมมือพัฒนา ขยายโอกาสทางการเงิน

รัฐบาลจับมือธนาคารพัฒนาอิสลาม ขยายโอกาสการศึกษา–สร้างอาชีพชุมชนมุสลิม “เอกนิติ” หารือ IsDB บนเวที IMF–World Bank หนุนไอแบงก์ยกระดับการเงินอิสลาม เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อย

KEY POINTS

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หารือกับกลุ่มธนาคารพัฒนาอิสลาม (IsDB) เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านการพัฒนาและขยายโอกาสทางการเงิน
  • ความร่วมมือมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  • รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้ชุมชนมุสลิมไทย โดยเฉพาะในจังหวัดภาคใต้
  • ผลักดันความร่วมมือด้านการเงินอิสลาม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย (MSMEs) ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจ

วันนี้ (13 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขยายความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารพัฒนาอิสลาม (Islamic Development Bank Group: IsDB) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนมุสลิมไทย โดยเฉพาะในจังหวัดภาคใต้ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงินอิสลาม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ให้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินและพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจอย่างทั่วถึง

นางสาวลลิดากล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับ ดร.มูฮัมหมัด อัล จัสเซอร์ ประธานกลุ่มธนาคารพัฒนาอิสลาม ในโอกาสการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) ณ กรุงเทพมหานคร โดยแถลงการณ์ของ IsDB เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการต่อยอดความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาสังคม และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนมุสลิมในประเทศไทย

สำหรับความร่วมมือด้านการศึกษา ประธานกลุ่ม IsDB ยืนยันความพร้อมที่จะขยายการสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ พร้อมชื่นชมบทบาทของรัฐบาลไทยในการสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอาชีพ รายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางขยายความร่วมมือระหว่างธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ กับสถาบันธนาคารพัฒนาอิสลาม (IsDB Institute: IsDBI) เพื่อพัฒนาศักยภาพระบบการเงินอิสลามของไทย สนับสนุนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการ MSMEs เพิ่มความรู้และทักษะทางการเงิน

ตลอดจนส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง โดย IsDB พร้อมนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายสถาบันการเงินระหว่างประเทศมาสนับสนุนการพัฒนาระบบการเงินอิสลามของไทย และขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศสมาชิกในอนาคต

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับ IsDB มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ปี 2528 IsDB ได้อนุมัติโครงการสนับสนุนชุมชนในประเทศไทยสะสมแล้ว 30 โครงการ ขณะที่โครงการทุนการศึกษาซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2529 ได้สนับสนุนนักศึกษาไทยสะสม 635 คน และมีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว 549 คน สะท้อนผลของความร่วมมือด้านการพัฒนาคนและชุมชนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลสะสมจากความร่วมมือที่ผ่านมา ไม่ใช่โครงการหรือทุนการศึกษาที่ได้รับอนุมัติใหม่จากการหารือครั้งนี้

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การหารือกับ IsDB บนเวที IMF–World Bank 2026 สะท้อนแนวทางของรัฐบาลในการใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศสร้างโอกาสให้ประชาชนในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษา การสร้างอาชีพ และการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงองค์ความรู้และบริการทางการเงิน

ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชนและสนับสนุนการเติบโตอย่างทั่วถึงในระยะยาว ทั้งนี้ ความร่วมมือที่หารือยังอยู่ในขั้นตอนการต่อยอดแนวทางดำเนินงาน โดยยังไม่มีการประกาศเปิดรับทุนการศึกษาหรือสินเชื่อใหม่จากการหารือครั้งดังกล่าว